banner ad
banner ad

คะน้า

| October 14, 2014

คะน้า

ชื่อวิทยาศาสตร์ Brassica alboglabraL.H. Bailey

ชื่อวงศ์ Cruciferae

ชื่อสามัญ Chinese kale,Borecole, Collard

ชื่ออื่นๆ-
1.พันธุ์ :พันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกแบ่งได้เป็น 2 พันธุ์ คือ

1.1 คะน้าใบ มีลักษณะต้นอวบใหญ่ ก้านเล็ก ใบกลมหนา กรอบ ทนทานต่อดินฟ้าอากาศได้ดี มีขายตามร้านขายเมล็ดพันธุ์

1.2 คะน้ายอดหรือคะน้าก้าน ลักษณะต้นอวบใหญ่ มีดอกสีขาว ใบแหลม ก้านใหญ่ มีรสอร่อย มีความต้านทานโรค มีขายตามร้านขายเมล็ดพันธุ์

 

 

2. การเตรียมดินการปลูกหรือหว่านคะน้าเพื่อเป็นการค้า ควรไถดินตาก 7-10 วัน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ หรือปูนขาวด้วยเพื่อปรับปรุงดิน แล้วพรวนดินยกร่อง ด้วยรถแทรคเตอร์

3. วิธีการปลูก แช่เมล็ดในน้ำอุ่น 50-55 องศาเซลเซียส นาน 15-20 นาที เกษตรกรที่ปลูกเป็นการค้า จะนิยมหว่านเมล็ดคะน้า หรือถ้าทำเป็นจำนวนไร่มากๆ จะใช้เครื่องหว่านเมล็ดพันธุ์ สะดวกและรวดเร็ว และสม่ำเสมอ แล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำให้ชุ่ม จนอายุประมาณ 20-25 วัน ก็ถอนแยก 2 ครั้ง ถ้าขึ้นถี่เกินไป ควรถอนแยกห่างกันประมาณ 10-15 เซนติเมตร หรือมีใบจริงประมาณ 2 คู่

4. การให้น้ำควรให้น้ำคะน้าระยะแรกก่อนงอก เช้า-เย็น เมื่องอกแล้วพิจารณารดน้ำทุกวัน หรือหากมีความชื้นมากก็ควรรดวันเว้นวัน และควรให้น้ำสม่ำเสมอ ระยะฟื้นก่อนตัดประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อให้ได้น้ำหนัก

(ค่าการระเหยเฉลี่ย 4.9 มิลลิเมตร ค่า ET/E0 (KP) 0.59 น้ำใช้ของพืชต่อวัน 2.9 มม. น้ำที่ใช้ตลอดอายุพืช 159 มม. และใช้น้ำ 254 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ที่ความลึก 1.5 มม.)

5. การใส่ปุ๋ยพื้นที่ที่ปลูกคะน้า หากเป้นพื้นที่ใหม่ ไม่ควรใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 เพราะหากคะน้างามมากจะให้เกิดโรคง่าย ควรใส่ปุ๋ยสูตร 12-8-8 โดยหว่านอัตรา 25-30 กก./ไร่ และหลังอายุประมาณ 30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 25-30 กก./ไร่

6. การเก็บเกี่ยวเกษตรกรที่ปลูกเป็นการค้า จะนิยมเก็บเกี่ยวเมื่อายุ 50-55 วัน โดยตัดให้ชิดโคน หักใบแก่ทิ้ง บรรจุถุงพลาสติกเจาะรู ถุงละ 5 ก.ก หรือใส่เข่ง เพื่อสะดวกในการขนส่ง พ่อค้าจะมารับซื้อถึงสวน หรือเป็นการเหมาเป็นไร่ ตามราคาท้องตลาด

7. โรคและแมลงที่สำคัญ

-โรคราน้ำค้าง Peronospore parasitica เป็นจุดสีขาวอมเทาและค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองบริเวณด้านหน้าใบ และมีเส้นใยสีเทาปกคลุมด้าน หลังใบ เมื่อมีการระบาดรุนแรง เนื้อใบจะกลาย เป็นสีเหลืองปนน้ำตาล และแห้งตายในที่สุด

การป้องกันกำจัด

ก.ป้องกันเชื้อรานำโรค โดยการแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียสนาน 20-30 นาที

ข.ไม่ปลูกซ้ำที่เดิมที่เคยมีการระบาดของโรค

ค.ปลูกพืชให้มีระยะห่างพอสมควรอย่าให้แน่นเกินไป

ง.หลังการเก็บเกี่ยว ควรทำลายเศษซากพืชและวัชพืชบริเวณแปลงให้หมด

จ.เมื่อพบอาการบนใบ ควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เมตาแลกซิล (metalaxyl) ผสมกับแมนโคเซบ (mancozeb) อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7 วัน หลังพบการระบาด หรือพ่น cynoxanill 30%+Famoxadone 22.5% WG อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น 3 ครั้งทุก 7 วัน

- หนอนใยผัก หนอนเจาะยอด หนอนกระทู้ผัก ควรใช้สารเคมี อะเชทตามิพริด โปรฟิโนฟอส แลมต้าไซฮาโลทริน บาซิลลัส ทูริงเวนซิส อะมาเม็คติน หรือสปิโนแสค ตามการระบาดของแมลงศัตรู

8. อายุการเก็บเกี่ยว 45 วัน

ต้นทุนคะน้า

รายการ 2555 2556 2557 2558
1. ต้นทุนผันแปร 12,623.90 12,739.31 12,675.95 12,401.30
2. ต้นทุนคงที่ 1,028.71 1,028.95 1,031.98 1,032.01
3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 13,652.61 13,768.26 13,707.93 13,433.31
4. ต้นทุนรวมต่อกิโลกรัม 4.61 4.96 5.26 5.20

เทคนิคการใส่ปุ๋ยในคะน้า

ปริมาณที่มีอยู่ในดิน อัตราปุ๋ยที่ใส่ วิธีการใส่ปุ๋ย
1)อินทรีย์วัตถุ (OM,%) ปลูกโดยใช้เมล็ดหว่านครั้งแรก ใส่ปุ๋ย N ครึ่งหนึ่งของอัตรา แนะนำร่วมกับปุ๋ย P และ K หลังจากแตกใบจริงแล้ว 3-4 ใบ ครั้งที่สอง ใส่ปุ๋ย N ที่เหลือหลังจากใส่ครั้งแรก ประมาณ 15 วัน
น้อยกว่า 1.5 ปุ๋ย N 20 กก./ไร่
1.5-2.5 ปุ๋ย N 15 กก./ไร่
มากกว่า 2.5 ปุ๋ย N 10 กก./ไร่
2)ฟอสฟอรัส (P, มก./กก.)
น้อยกว่า 10 ปุ๋ย P2O5 10 กก./ไร่
10-20 ปุ๋ย P2O5 5 กก./ไร่
มากกว่า 20 ปุ๋ย P2O5 5 กก./ไร่
3)โพแทสเซียม (K, มก./กก.)
น้อยกว่า 60 ปุ๋ย K2O 15 กก./ไร่
60-100 ปุ๋ย K2O 10 กก./ไร่
มากกว่า 100 ปุ๋ย K2O 5 กก./ไร่

 

By สัจจะ ประสงค์ทรัพย์ (Satja Prasongsap)
Professional Research Scientist
Horticulture Research Institute
E-mail : herbdoa@gmail.com

Category: พืชผัก, พืชผัก ก-ณ

Comments are closed.

banner ad

Hit Counter provided by technology news