banner ad
banner ad

กระเจี๊ยบแดง

| November 22, 2012 | 0 Comments

กระเจี๊ยบแดง

ชื่ออื่นๆกระเจี๊ยบเปรี้ยว ส้มพอเหมาะ ส้มเก็งเค็ง ส้มพอดี ผักเก็งเค็ง

ชื่อวงศ์ MALVACEAE

ชื่อสามัญ Roselle of Rama, Jamaican Sorrel

ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa Linn.

กระเจี๊ยบแดงมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศซูดาน ทวีปแอฟริกา ในตลาดโลกกระเจี๊ยบแดงที่มีคุณภาพดี มาจากประเทศซูดานและประเทศไทย แต่กระเจี๊ยบแดงทั้ง 2 ประเทศมีความแตกต่างกันมาก สำหรับประเทศไทยแหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดสระบุรี ลพบุรี อุตรดิตถ์ และกาญจนบุรี ลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ล้มลุก สูง 1-2 เมตรลำต้นและกิ่งก้านมีสีแดงอมม่วง? ใบ มีหลายลักษณะ มักแยกเป็นแฉก เว้าลึก 3 แฉกหรือเรียบ ปลายใบแหลม มีขน หูใบรูปยาวแคบ มีก้านใบยาว? ดอก เป็นดอกเดี่ยว ออกดอกตามซอกใบ ดอกสีเหลืองอ่อนหรือสีชมพูอ่อน โคนกลีบแดง มี 8-12 กลีบ? ผล เป็นรูปรีปลายแหลม มีจงอยสั้นๆ มีขนหยาบสีเหลืองคลุม หุ้มไว้ด้วยกลีบเลี้ยงและริ้วประดับ ซึ่งมีลักษณะอวบน้ำสีแดงเป็นส่วนที่นำมารับประทาน? เมล็ด สีดำรูปไต

การปลูก

กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชไวแสง สามารถปลูกได้ทั่วไป ชอบอากาศร้อนหรือค่อนข้างร้อน ทนต่อความแห้งแล้ง ????????? พันธุ์ที่ใช้ คือพันธุ์ซูดานหรือพันธุ์เกษตร มีกลีบเลี้ยงหนา สีแดงเข้มจนถึงม่วง ?ส่วนใหญ่เกษตรกรปลูกเป็นอาชีพเสริม หลังการทำนาหรือปลูกข้าวโพดซึ่งเป็นอาชีพหลัก การปลูกทำได้ 2 อย่าง คือ ปลูกเป็นพืชเดี่ยว หรือปลูกแซมในแปลงปลูกข้าวโพด ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และความสะดวกในการจัดการ

การปลูกเป็นพืชเดี่ยว เตรียมดินทำเช่นเดียวกับการปลูกพืชไร่ทั่วไป ปลูกโดยใช้วิธีหยอดตามแถวที่ไถไว้ หยอดหลุมละประมาณ 4-5 เมล็ด แล้วกลบดินเล็กน้อย เมื่อเป็นต้นอ่อนถอนให้เหลือหลุมละ2-3 ต้น เพื่อไม่ให้แน่นมาก หรือใช้วิธีหว่าน? เป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว แต่การเจริญเติบโตไม่สม่ำเสมอ ไม่เป็นระเบียบ ยากต่อการดูแลจัดการ ส่วนการปลูกในพื้นที่แปลงข้าวโพด ไม่ต้องเตรียมดิน สามารถปลูกหลังจากปลูกข้าวโพดประมาณ 1 เดือน เกษตรกรจะนำเมล็ดกระเจี๊ยบแดงผสมลงไปกับปุ๋ยที่จะให้ข้าวโพด หยอดตามช่องว่างระหว่างแถวข้าวโพด ต้นกระเจี๊ยบแดงจะเจริญเติบโตอยู่ระหว่างแถวข้าวโพด เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดแล้ว กระเจี๊ยบจะอยู่ในช่วงออกดอกพอดี

ฤดูปลูกเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน? กระเจี๊ยบเป็นพืชที่ไม่ต้องการการดูแลมาก การเก็บเกี่ยว ในกรณีที่ปลูกเป็นพืชเดี่ยว เริ่มเก็บเกี่ยวในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ส่วนการปลูกแซมในแปลงข้าวโพด เก็บเกี่ยวหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวโพดแล้วประมาณ 1 เดือน

การเก็บเกี่ยวในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ทำได้ 2 วิธี 1.เก็บเกี่ยวเฉพาะดอกกระเจี๊ยบแดง โดยใช้กรรไกรหรือมีดตัดเฉพาะดอกที่แก่ แล้วใส่ในภาชนะที่มีวัสดุรอง เพื่อป้องกันไม่ให้ดอกช้ำ แล้วจึงขนย้ายออกจากแปลง 2.เก็บเกี่ยวทั้งต้น โดยใช้เคียวเกี่ยวกิ่งที่มีดอกบริเวณโคนกิ่ง วิธีนี้จะเก็บเกี่ยวได้รวดเร็ว แต่ดอกอาจหลุดร่วงระหว่างขนย้าย นำดอกกระเจี๊ยบแดงที่ได้ไปแทงเมล็ด โดยใช้แท่งโลหะกลวงปลายหยัก แทงบริเวณขั้วดอกให้ฝักหุ้มเมล็ดหลุดจากกลีบเลี้ยง ควรทำให้เสร็จภายใน 48 ชั่วโมงหลังเก็บเกี่ยว แล้วนำไปตากแดด 4-7 วัน จนแห้งสนิท จากนั้นจึงบรรจุในกระสอบป่าน ประมาณ 18-20 กก./กระสอบ จึงนำไปจำหน่าย ไม่ควรเก็บไว้นานกว่า 2 เดือน เนื่องจากน้ำหนักอาจลดลง หรือเกิดเชื้อราได้

ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

การใช้ประโยชน์

ดอกของกระเจี๊ยบแดงเป็นส่วนที่ใช้ประโยชน์มากที่สุด มีสารพวกแอนโธไซยานิน รสเปรี้ยว? ส่วนที่ใบและยอดอ่อนมีวิตามินเอ แคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณสูง

ดอกกระเจี๊ยบแดงเป็นสมุนไพรที่แนะนำให้ใช้ในสาธารณสุขมูลฐานเพื่อบรรเทาอาการขัดเบา โดยใช้ดอกกระเจี๊ยบแดงที่ตากแห้งและบดเป็นผง ครั้งละ 1 ช้อนชา (3 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มล.) ทิ้งไว้ 5-10 นาที รินเฉพาะน้ำสีม่วงแดงใส ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวัน จนกว่าจะหาย นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์อาหารได้หลายอย่าง เช่น ชาชง เครื่องดื่ม เยลลี่ แยม ไอศกรีม ซอส ไวน์ ของหวานต่างๆ

นอกจากนี้ยังนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอีกด้วย เช่น เมล็ดเมื่อนำมาใช้ร่วมกับสารส้ม จะช่วยตกตะกอนในน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ดอกนำมาทำสีผสมอาหาร หรือสำหรับย้อมกระดาษสา

 

โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์
Satja Prasongsap (Research Scientist)
Horticultural Research Institute

Category: พืชสมุนไพร, พืชสมุนไพร ก-ณ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

banner ad

Hit Counter provided by technology news