banner ad
banner ad

ปัญจขันธ์

| November 22, 2012 | 0 Comments

ปัญจขันธ์


(เจี่ยวกู้หลาน, Miracle grass (หญ้ามหัศจรรย์), Southern ginseng (โสมภาคใต้), 5-Leaf ginseng (โสมห้าใบ), Gynostemma) Gynostemma pentaphyllum (Thunb.) Makino

เป็นไม้เถาล้มลุก ลำต้นเล็กเรียวยาว ที่ข้อมักมีมือพัน (tendril) เป็นเส้นยาว ส่วนปลายแยก 2 แฉก ลำต้นที่เลื้อยยาวแตกกิ่งแขนงได้ บริเวณข้อของลำต้นที่ทอดนอนไปตามดินจะออกรากได้ ใบเป็นใบประกอบแบบฝ่ามือออกสลับกัน ส่วนมากมีใบย่อย 5 ใบ แต่บางครั้งก็พบมี 3 หรือ 7 ใบ ดอกเล็กสีเหลืองปนเขียว ดอกแยกเพศ ผลกลม เมื่อแก่มีสีดำ มีเมล็ดเล็กมาก 1-3 เมล็ด ผิวขรุขระ

การปลูก

ปัญจขันธ์เป็นพืชชอบสภาพอากาศเย็น และมีร่มเงา ไม่ทนความแห้งแล้ง พื้นที่ปลูกที่เหมาะสมควรสูงจากระดับน้ำทะเล 300-3,200 ม.อุณหภูมิ 16-28 oซ. มีปริมาณแสง 40-70% ความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 80% ชอบดินที่เป็นกรดอ่อน pH 5.5-6.5 ดินร่วนปนทราย มีอินทรียวัตถุและแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ การปลูกนิยมปลูกเป็นแถวแบบยกร่อง สามารถปลูกได้ทั้งแบบขึ้นค้างและแบบไม่ขึ้นค้าง

การเก็บเกี่ยว ควรเก็บเกี่ยวเมื่อพืชเจริญเติบโตเต็มที่ อายุ 75-90 วัน มักใช้ระยะที่พืชออกดอกเป็นเกณฑ์? และเนื่องจากสภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ปัญจขันธ์ในแต่ละพื้นที่เจริญเติบโตได้ไม่เท่ากัน การเก็บเกี่ยวตัดส่วนเหนือดินให้เหลือลำต้น ประมาณ 3-4 คืบ เพื่อเจริญเติบโตต่อไป ทั้งนี้ควรเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์หลังการเก็บเกี่ยวทุกครั้ง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปีละ 3-4 ครั้ง ขึ้นกับพื้นที่ปลูก จากนั้นนำปัญจขันธ์ที่ได้มาล้างทำความสะอาด แล้วผึ่งแดด หรือนำเข้าตู้อบที่อุณหภูมิ 40-50 oซ. จนให้แห้งสนิท แล้วบรรจุในภาชนะที่สะอาด การเก็บรักษาควรเก็บที่อุณหภูมิต่ำ และนำออกผึ่งแดดหรืออบทุก 2-3 เดือน

ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด ใช้ลำต้นใต้ดิน ใช้เถาปักชำ และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

การใช้ประโยชน์

ในประเทศไทย ชาวเขาเผ่าลาฮู (Lahu) ใช้ปัญจขันธ์เป็นยาพื้นบ้าน โดยใช้ทั้งต้นเป็นยาพอกรักษาแผล รักษากระดูก และอาการปวดกระดูก สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้พัฒนาสารสกัดปัญจขันธ์ในรูปชาชงพร้อมดื่ม (300-500 มก./ซอง) แพทย์แผนจีนใช้ส่วนเหนือดินหรือใบเป็นยาแก้อักเสบ แก้ไอ ขับเสมหะ และแก้หลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง ชาชงปัญจขันธ์ใช้บำรุงร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหาร และเสริมภูมิคุ้มกัน ส่วนในญี่ปุ่น แพทย์พื้นบ้านใช้ปัญจขันธ์เป็นยาขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้อักเสบและบำรุงกำลัง นอกจากนี้ยังมีการนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ เช่น เครื่องดื่มสมุนไพร ผลิตภัณฑ์แก้ผมหงอก ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกาย อาหารเสริมสุขภาพ และสารปรุงแต่งในอาหารเสริมสุภาพ เป็นต้น

สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ คือ กีปิโนไซด์ (gypenosides) ซึ่งเป็นสารประเภทซาโปนิน (saponin) มีสูตรโครงสร้างคล้ายคลึงกับจินเซ็นโนไซด์ (ginsenosides) ที่พบในโสม โดยข้อกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับสารสำคัญในส่วนเหนือดินของปัญจขันธ์ ว่าให้มีปริมาณสารสกัดชนิดหยาบของซาโปนินรวม ไม่น้อยกว่า 8.0% และปริมาณกีปิโนไซด์ ไม่น้อยกว่า 4.0% นอกจากนี้ยังอุดมด้วยแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส ทองแดง เหล็ก โพแทสเซียม และโซเดียม วิตามิน ฟลาโวนอยด์ รวมทั้งกรดอะมิโน

 

โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์
Satja Prasongsap (Research Scientist)
Horticultural Research Institute

?

Category: พืชสมุนไพร, พืชสมุนไพร บ-ม

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

banner ad

Hit Counter provided by technology news