banner ad
banner ad

GAP บอระเพ็ด

| November 21, 2013

GAP บอระเพ็ด


ชื่อวิทยาศาสตร์ Tinospora crispa (L.) Miers ex Hook.f. & Thomson.

ชื่อสามัญ Heart -Leaved moonseed

ชื่อวงศ์ MENISPERMACEAE

ชื่ออื่น เครือเขาฮอ จุ่งจิง (ภาคเหนือ) เจตมูลหนาม (หนองคาย) ตัวเจตมูลยาน เถาหัวด้วน (สระบุรี) หางหนู (อุบลราชธานี)

1. ลักษณะของพืช

เป็นไม้เถาลำต้นมีตุ่มปมทั่วไป ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้น 1-2 เซนติเมตร เปลือกสีเทาอมเขียวขึ้นเกาะคลุมไปตามต้นไม้อื่น มักจะมีรากอากาศคล้ายเส้นเชือกเส้นเล็กๆ ห้อยย้อยลงมาเป็นสาย ใบเป็นใบเดี่ยว รูปใบพลู หรือรูปหัวใจค่อนข้างกลม โคนใบหยักเว้าลึก ปลายใบหยักคอดเป็นติ่งสั้นๆ ผิวใบบางมีขนประปราย ท้องใบออกสีนวลอ่อนๆ ส่วนหลังใบเขียว ขอบใบเรียบ เส้นใบจากจุดโคนใบจะมี 5-7 เส้น ดอกเล็กสีเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อตามปมของลำต้นเป็นกระจุกๆ ช่อเรียวอ่อน ยาว 5-20 เซนติเมตร มีขนทั่วไป ทั้งกลีบดอกและกลีบรอง กลีบดอกมีอย่างละ 6 กลีบ เกลี้ยงๆ ส่วนเกสรตัวผู้มี 6 อัน ผลกลมรี มีเนื้อเยื่อบางๆ หุ้มเมล็ด

2. สภาพพื้นที่ปลูก

-บอระเพ็ดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทั่วๆไป

-เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย ความชื้นปานกลาง

-ลักษณะดินมีการระบายน้ำดี

-บอระเพ็ดเป็นพืชที่เหมาะกับการปลูกในสภาพพื้นที่โล่งแจ้ง และต้องการแสงมาก

3. พันธุ์

3.1 การเลือกพันธุ์ : เลือกท่อนพันธุ์จากเถาแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์

3.2 พันธุ์ที่นิยมปลูก : พันธุ์พื้นเมือง ในท้องถิ่น

4. การปลูก

4.1 การเตรียมดิน : ควรไถพรวนดินให้ร่วนซุยก่อนปลูกหรือปลูกเป็นหลุมและใช้ปุ๋ยรองก้นหลุมเล็กน้อยก่อนปลูก

4.2 การเตรียมพันธุ์ : ตัดเถาแก่ให้ยาวประมาณ 15 ซม. เพาะชำลงในดินให้เอียงเล็กน้อย ลึกประมาณ10 ซม.รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อแตกใบและรากมากพอควรจึงย้ายไปปลูก หรือแช่ท่อนพันธุ์ในน้ำ 1 คืน กระตุ้นให้ออกราก ก่อนนำไปปักชำ

4.3 วิธีการปลูก : ทำค้างให้เถาบอระเพ็ดเลื้อยขึ้น ซึ่งค้างมีหลายประเภท ได้แก่

1. ค้างต้นไม้ใหญ่ โดยปล่อยให้เลื้อยขึ้นบนต้นไม้ใหญ่ แต่

2. ค้างเสาซีเมนต์ เหมาะสำหรับปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ใช้ค้างเสาซีเมนต์สี่ต้น ความสูงประมาณ 1.5-2 เมตร ความห่างระหว่างเสาประมาณ 2 เมตร และความยาวขึ้นอยู่กับพื้นที่ปลูกประมาณ 5-10 เมตร และทำไม้พาดสี่ด้านบนหัวเสา ส่วนภายในซุ้มใช้ไม้พาดระยะห่างประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อให้บอระเพ็ดไต่ด้านบน สำหรับแปลงปลูก ปลูกบนพื้นที่ราบ หรือแบบยกร่องคล้ายแปลงผัก

– ปลูกโดยใช้ท่อนพันธุ์ที่เตรียมไว้หรือปักชำลงปลูกโดยตรงระยะห่างท่อนพันธุ์ประมาณ 50-60 ซม. โดยทำค้างให้เถาบอระเพ็ดเจริญเลื้อยขึ้นซุ้ม จนต้นบอระเพ็ดสามารถตั้งตัวได้อยู่บนซุ้ม

5. การดูแลรักษา

5.1 การให้น้ำ : บอระเพ็ดต้องการน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรรดน้ำในสภาพดินแฉะ ให้น้ำวันละครั้งหรือสองวันครั้ง หรืออาทิตย์ละครั้ง แต่ในช่วงฤดูแล้งควรเพิ่มจำนวนครั้งในการให้น้ำ เวลาที่เหมาะสมในการให้น้ำคือในช่วงเช้า
5.2 การใส่ปุ๋ย : ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักใส่ที่รอบๆ โคนต้น และไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง เพราะบอระเพ็ดไม่ต้องการการบำรุงรักษามากนัก

5.3 การกำจัดวัชพืช : ทำการกำจัดวัชพืชรอบๆ โคนต้นโดยการใช้จอบหรือใช้มือถอน
5.4 โรคและแมลง : ไม่มีโรคและแมลงศัตรูที่สำคัญเข้าทำลายบอระเพ็ด

6. การเก็บเกี่ยว

6.1 ระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม : ส่วนมากจะมีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 2 ปี หรือระยะที่เถาเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเทาน้ำตาล มีตุ่มตาที่นูนชัดเจนกระจายรอบเถา และเถาควรมีเส้นรอบวงประมาณนิ้วหัวแม่มือ ( 5-7 ซม.)

6.2 วิธีการเก็บเกี่ยว : ตัดและดึงเถาลงจากรั้ว/ต้นไม้/ค้าง เด็ดใบออก เหลือแต่ส่วนที่เป็นเถา และตัดเถาเป็นท่อน ๆ ยาวประมาณ 40-50 ซม.มัดรวมกัน

7. การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวและเก็บรักษา

7.1 การแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยว : ล้างเถาบอระเพ็ดให้สะอาดประมาณ 2-3 น้ำ ผึ่งลมพอแห้ง จึงหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ1 ซม.เกลี่ยลงบนถาดบางๆ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง โดยตากให้สูงจากพื้นดินอย่างน้อย 0.6-1 เมตร และควรมีผ้าขาวบางปิดเพื่อป้องกันฝุ่นละออง และลดการปนเปื้อน หรือนำมาอบต่อในตู้อบอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส นาน 40 ชั่วโมง จนแห้ง

7.2 การเก็บรักษา : ผลผลิตแห้งที่นำไปตากแดดก่อนนำมาเก็บให้อบไล่ความชื้นอีกครั้งด้วยอุณหภูมิ 50-60 องศาเซลเซียสนาน 10-15 นาที ทิ้งให้เย็นในตู้อบ ให้ความชื้นในวัตถุดิบเหลือไม่เกินร้อยละ 11 จากนั้นเก็บใส่ถุงพลาสติก และปิดปากถุงให้แน่นแล้วบรรจุลงภาชนะ เช่น ถังพลาสติก

– เขียนฉลากปิดถุงให้เรียบร้อย

– นำเข้าจัดเก็บที่ห้องที่มีความชื้นไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ป้องกันแสงแดด ระวังไม่ให้มีเชื้อราหรือแมลงเข้าไปทำให้คุณภาพบอระเพ็ดลดลง

– บอระเพ็ดแห้ง ที่จัดเก็บไว้อายุเกิน 3 เดือนควรจะมีการนำมาอบใหม่อีกครั้งเพื่อไม่ให้มีความชื้น และมีแมลงรบกวน

8. สุขลักษณะและความสะอาด

– ควรรักษาแปลงปลูกสมุนไพรให้ถูกสุขลักษณะและสะอาดอยู่เสมอ

– กำจัดวัชพืช เพื่อไม่ให้แข่งขันกับพืชหลัก หรือเป็นแหล่งเพาะศัตรูพืชซึ่งอาจติดไปกับผลผลิต

– หลังการตัดแต่ง ควรนำเศษพืชไปทิ้งนอกแปลง หรือทำลายเสีย

– หลังการพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้เผากำจัดวัสดุเหลือใช้ และกำจัดภาชนะบรรจุให้ถูกวิธี

– เก็บรักษาวัสดุทางการเกษตร เช่น ปุ๋ย สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการทำการเกษตรกรรมให้เรียบร้อยปลอดภัย อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

9. การบันทึกข้อมูล

ในการผลิตเกษตรดีที่เหมาะสมของบอระเพ็ด ควรมีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติในขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ เพื่อสามารถนำไปใช้ในการตรวจสอบวิธีการผลิตได้โดยเฉพาะการนำไปใช้เป็นวัตถุดิบคือสารออกฤทธิ์ ดังนั้นการบันทึกข้อมูลจะเป็นสิ่งที่ช่วยในการผลิตวัตถุดิบให้ได้สารออกฤทธิ์ที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานและหากมีข้อผิดพลาดหรือบกพร่องเกิดขึ้น จะได้สามารถแก้ไขหรือปรับปรุงวิธีการผลิตได้ทันทีรายละเอียดที่ควรบันทึกได้แก่

1. บันทึกขั้นตอนการผลิต เช่น รายละเอียดการใส่ปุ๋ย ให้น้ำ การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะปุ๋ยซึ่งมีผลต่อปริมาณสารสำคัญ และสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหากมีสารพิษตกค้างจะทำให้คุณภาพของสมุนไพรไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

2. บันทึก วันปลูก วันออกดอก วันเก็บเกี่ยว การเก็บเกี่ยว วิธีการบรรจุ การขนส่ง และชื่อผู้ปฏิบัติงาน ฯลฯ เพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบสมุนไพร เช่น ถ้าเก็บเกี่ยวในช่วงเวลา/อายุ ที่ไม่เหมาะสมจะมีผลทำให้คุณภาพต่ำ ข้อมูลที่บันทึกไว้จะสามารถนำมาใช้ปรับปรุงแก้ไขวิธีการผลิตให้ได้วัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพดีตามมาตรฐาน

3. บันทึก วัน เดือน ปี และวิธีการปฏิบัติงานเพื่อใช้ตรวจสอบ และวางแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหา

สัจจะ ประสงค์ทรัพย์
Satja Prasongsap
Professional Research Scientist
Horticultural Research Institute(HRI), Department of Agriculture (DOA)
P.O.Box 50 Chattuchak, Bangkok 10900, Thailand
Tel: 66-2940-5484 ext. 117
Fax: 66-2561-4667
E-mail address : herbdoa@gmail.com

Category: GAP

Comments are closed.

banner ad

Hit Counter provided by technology news