banner ad
banner ad

GAP กระชาย

| October 21, 2013

GAP กระชาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesinbergia pandurata Holtt.

ชื่อสามัญ Kaempfer

ชื่อวงศ์ ZINGBERACEAE

ชื่ออื่น กะแอน ระแอน (ภาคเหนือ)จี๊ปู ซีพู (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) เป๊าะซอเร๊าะ เป๊าะสี่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพฯ)

1. ลักษณะของพืช

เป็นพืชล้มลุก ลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่าเหง้า แตกหน่อได้ มีรากติดเป็นกระจุกเป็นที่สะสมอาหาร ทรงกระบอก ปลายเรียวแหลม ผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะส่วนที่อยู่เหนือเป็นใบ มี 2-7 ใบ ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี ปลายเรียวแหลม โคนมนหรือแหลม ขอบเรียบ เส้นกลางใบ ก้านใบ และกาบใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน ก้านใบเรียบ กาบใบสีชมพูระหว่างก้านใบและกาบใบมีลิ้นใบ ดอก เป็นดอกช่อ ดอกสีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน แต่ละดอกมีใบประดับ 2 ใบ สีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน กลีบเลี้ยง สีขาวหรือขาวอมชมพูอ่อน โคนติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 3 แฉก รูปใบหอก ขนาดไม่เท่ากัน กลีบใหญ่ 1 กลีบ อีก 2 กลีบขนาดเท่ากัน เกสรตัวผู้ 6 อัน แต่ 5 อันเปลี่ยนรูปไปมีลักษณะเหมือนกลีบดอก เหลือเกสรตัวผู้ที่สมบูรณ์เพียง 1 อันที่ปลายกลีบ ผล เป็นผลแก่แล้วแตก เป็น 3 เสี่ยง เมล็ดค่อนข้างใหญ่

2. สภาพพื้นที่ปลูก

- เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี

- ดินเหนียวและดินลูกรังไม่เหมาะสมที่จะปลูกกระชาย

- ชอบที่กลางแจ้งและอากาศค่อนข้างชื้น

3. พันธุ์

3.1 การเลือกพันธุ์ : เลือกท่อนพันธุ์จากเถาแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์

3.2 พันธุ์ที่นิยมปลูก : กระชายเหลือง

4. การปลูก

4.1 การเตรียมดิน : ไถพรวนดินตอนต้นฤดูฝน และควรมีการยกร่องปลูกแบบปลูกผัก หรือไถดินตากประมาณ 7-15 วัน พรวนดิน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณ 2 ตันต่อไร่

4.2 การเตรียมพันธุ์ : ใช้หัวเหง้าเป็นหัวพันธุ์

4.3 วิธีการปลูก : นำท่อนพันธุ์ปลูกลงดินที่เตรียมไว้ ระยะปลูกระหว่างต้น30 เซนติเมตรระยะห่างแถว60 เซนติเมตรกลบดินหนาประมาณ 5-10 เซนติเมตรคลุมแปลงด้วยฟางหรือหญ้าคาหนาประมาณ2 นิ้วเพื่อป้องกันการงอกของวัชพืช และรักษาความชื้นในดิน รดน้ำให้ชุ่ม กระชายจะใช้เวลาในการงอก ประมาณ 30-70 วัน หลังปลูก

- กระชายจะปลูกในช่วงฤดูฝนปลายเดือน เมษายน-พฤษภาคม

5. การดูแลรักษา

5.1 การให้น้ำ กระชายต้องการนํ้ามากในระยะก่อนแตกหน่อและระยะรากสะสมอาหาร ควรให้นํ้าอยู่เสมอ

5.2 การใส่ปุ๋ย เมื่อกระชายอายุ 1 เดือน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่และเมื่อรากเริ่มสะสมอาหารอายุประมาณ 3-4 เดือนควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา50-100 กิโลกรัมต่อไร่

5.3 การกำจัดวัชพืช กระชายงอกยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ควรรีบทำการกำจัดวัชพืช และ พรวนดินรอบโคน

5.4 โรคและแมลง

โรคและการป้องกันกำจัด

1.โรคใบไหม้ โรคใบจุด

การป้องกันและกำจัด

- ตัดส่วนใบที่เป็นโรคทิ้ง นำไปเผาทำลายนอกแปลง

2. โรคหัวเน่า

การป้องกันและกำจัด

- ปรับปรุงสภาพดินปลูกให้มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการใช้ปุ๋ยคอกและปูนขาว

- ทำทางระบายน้ำในแปลงปลูกอย่าให้มีน้ำขังแฉะ

- แช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อราก่อนปลูกทุกครั้ง

3.แมลงที่พบ ได้แก่เพลี้ยอ่อน ตั๊กแตน หนอนผีเสื้อกลางคืน

การป้องกันและกำจัด

- เก็บส่วนที่ถูกทำลาย เผาทิ้งบริเวณนอกแปลงปลูก

6. การเก็บเกี่ยว

6.1 ระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม : เก็บเกี่ยวเมื่อกระชายอายุ 7-8 เดือน

6.2 วิธีการเก็บเกี่ยว : ขุดหัวกระชายไปล้างนํ้า หักออกจากเหง้า ผึ่งลมให้แห้ง คัดแยกขนาดบรรจุถุงส่งจำหน่าย หรือขุดกระชายที่ยังไม่แก่ขายเป็นกระชายอ่อนในกรณีตลาดต้องการ

- การเก็บเกี่ยวผลผลิต เก็บในช่วงฤดูหนาว คือปลายเดือนธันวาคม-มกราคม

 

7. การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวและเก็บรักษา

7.1 การแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยว : ใช้กระชายสำหรับเป็นอาหาร หรือทำเป็นผงแห้ง โดยนำกระชายสดมาหั่นบางๆ และนำไปทำให้แห้ง ด้วยการตากหรืออบที่อุณหภูมิ 50-55 องศาเซลเซียส นาน 48 ชั่วโมง จนกว่าจะแห้ง ให้มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 11.0

7.2 การเก็บรักษา

- นำกระชายที่อบแห้งสนิทบรรจุถุงพลาสติกใส และปิดปากให้สนิท เขียนฉลากปิดถุงให้เรียบร้อย นำเข้าจัดเก็บในห้องที่มีอากาศถ่ายเทดี ป้องกันแสงแดด

- หมั่นคอยดูแลและระวังไม่ให้มีเชื้อราหรือแมลงเข้าไปทำให้คุณภาพกระชายลดลง

- กระชายแห้งที่จัดเก็บไว้อายุเกิน 3 เดือนควรจะมีการนำมาอบใหม่อีกครั้ง เพื่อไม่ให้มีความชื้น และโรคแมลงเข้าทำลาย

8. สุขลักษณะและความสะอาด

- ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ด้วยการปลูกพืชแบบผสมผสาน หรือหากต้องการใช้ ควรใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อไม่ให้มีสารพิษตกค้างในวัตถุดิบ และสิ่งแวดล้อม

- ควรรักษาแปลงปลูกสมุนไพรให้ถูกสุขลักษณะและสะอาดอยู่เสมอ

- กำจัดวัชพืช เพื่อไม่ให้แข่งขันกับพืชหลัก หรือเป็นแหล่งเพาะศัตรูพืชซึ่งอาจติดไปกับผลผลิต

- หลังการตัดแต่ง ควรนำเศษพืชไปทิ้งนอกแปลง หรือทำลายเสีย

- หลังการพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้เผากำจัดวัสดุเหลือใช้ และกำจัดภาชนะบรรจุให้ถูกวิธี

- เก็บรักษาวัสดุทางการเกษตร เช่น ปุ๋ย สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการทำการเกษตรกรรมให้เรียบร้อยปลอดภัย อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

9. การบันทึกข้อมูล

ในการผลิตเกษตรดีที่เหมาะสมของกระชาย ควรมีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติในขั้นตอนการผลิตต่างๆ เพื่อสามารถนำไปใช้ในการตรวจสอบวิธีการผลิตได้โดยเฉพาะการนำไปใช้เป็นวัตถุดิบคือสารออกฤทธิ์ ดังนั้นการบันทึกข้อมูลจะเป็นสิ่งที่ช่วยในการผลิตวัตถุดิบให้ได้สารออกฤทธิ์ที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานและหากมีข้อผิดพลาดหรือบกพร่องเกิดขึ้น จะได้สามารถแก้ไขหรือปรับปรุงวิธีการผลิตได้ทันทีรายละเอียดที่ควรบันทึกได้แก่

1. บันทึกขั้นตอนการผลิต เช่น รายละเอียดการใส่ปุ๋ย ให้น้ำ การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะปุ๋ยซึ่งมีผลต่อปริมาณสารสำคัญ และสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหากมีสารพิษตกค้างจะทำให้คุณภาพของสมุนไพรไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

2. บันทึก วันปลูก วันออกดอก วันเก็บเกี่ยว การเก็บเกี่ยว วิธีการบรรจุ การขนส่ง และชื่อผู้ปฏิบัติงาน ฯลฯ เพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบสมุนไพร เช่น ถ้าเก็บเกี่ยวในช่วงเวลา/อายุ ที่ไม่เหมาะสมจะมีผลทำให้คุณภาพต่ำ ข้อมูลที่บันทึกไว้จะสามารถนำมาใช้ปรับปรุงแก้ไขวิธีการผลิตให้ได้วัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพดีตามมาตรฐาน

3. บันทึก วัน เดือน ปี และวิธีการปฏิบัติงานเพื่อใช้ตรวจสอบ และวางแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหา

 

 

สัจจะ ประสงค์ทรัพย์
Satja Prasongsap
Professional Research Scientist
Horticultural Research Institute(HRI), Department of Agriculture (DOA)
P.O.Box 50 Chattuchak, Bangkok 10900, Thailand
Tel: 66-2940-5484 ext. 117
Fax: 66-2561-4667
E-mail address : herbdoa@gmail.com

 

 

 

 

Category: GAP

Comments are closed.

banner ad

Hit Counter provided by technology news