banner ad
banner ad

ขมิ้นชัน

| November 22, 2012 | 0 Comments

ขมิ้นชัน (Turmeric) Curcuma longa L.

เป็นไม้ล้มลุก มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แหล่งที่ปลูกขมิ้นชันเป็นการค้าขนาดใหญ่ของโลก คือ อินเดีย ขมิ้นชันมีลำต้นอยู่ใต้ดิน เรียกว่า (เหง้า) และแตกแขนงเป็นแง่ง เนื้อในสีเหลืองอมส้ม ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นลำต้นเทียม ประกอบด้วยกาบใบซ้อนทับกันเป็นชั้นจากโคนถึงปลาย ใบเป็นใบเดี่ยว ยาวรี ปลายใบแหลมเป็นรูปหอก เส้นกลางใบเห็นชัดเจนทางด้านล่างของใบ เมื่อโตเต็มที่มีใบ 6-10 ใบ ดอกออกเป็นช่อสีขาว มีใบประดับสีเขียวอ่อนหรือสีขาว ถ้าปลูกในที่โล่งแจ้งหรือมีแสงรำไรจะเจริญเติบโตได้ดี แต่ถ้าแสงน้อยเกินไปผลผลิตจะลดลง ชอบอากาศร้อนชื้น ดินร่วนปนทราย มีอินทรีย์วัตถุอุดมสมบูรณ์ การระบายน้ำดี ไม่ทนทานต่อสภาพน้ำท่วมขัง

ขมิ้นชันที่ดีในตลาดโลกมีมากกว่า 50 สายพันธุ์ ส่วนมากมาจากอินเดีย ส่วนในประเทศไทย มีการรวบรวมและคัดเลือกพันธุ์ดี ส่วนใหญ่ใช้พันธุ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น ขมิ้นชันทับปุด (พังงา) และขมิ้นชันตาขุน (สุราษฎร์ธานี) ขมิ้นชันพันธุ์ตรัง 1 และ 2  พื้นที่ปลูกขมิ้นชันประมาณ5,000 ไร่ร้อยละ 90 อยู่ในภาคใต้ แหล่งปลูกที่สำคัญได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา ชุมพร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และกาญจนบุรี ผลผลิตรวมทั้งประเทศประมาณ 6,000 ตัน โดยร้อยละ 95 ใช้ภายในประเทศ ที่เหลือส่งออกไปต่างประเทศ

การวิเคราะห์ศักยภาพ

จุดแข็ง (Strengths) พันธุ์ขมิ้นชัน ตรัง 1 , 84-2 ให้สารสำคัญสูง มีเทคโนโลยีการผลิต มีแหล่งให้ผลผลิตสูง มีจุดรวบรวมวัตถุดิบ มีความพร้อมของทรัพยากรบุคคลอยู่ทุกภูมิภาค

จุดอ่อน (Weakness) ราคาต่ำ ตลาดอยู่ในวงจำกัด การเก็บรักษาผลผลิตสดยังขาดเทคโนโลยี เกษตรกรยังผลิตไม่ได้คุณภาพ ขาดฐานข้อมูลพันธุกรรมพืช ขาดวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว ไม่มีข้อมูลพื้นที่การปลูกที่เหมาะสม โรคเหี่ยว (RS)เป็นปัญหาสำคัญ ขาดคู่มือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช GAP (รายพืช) ขาดการประชาสัมพันธ์หรือการกระตุ้นให้มีการใช้สมุนไพร ขาดการรับรองคุณภาพสารสำคัญ

โอกาส (Opportunity) มีการสนับสนุนจากภาครัฐ พัฒนาพันธุ์จากพันธุ์ป่า (ไทย= 1/20)* Modern trade/ E commerce ( Ex จีน เกาหลี ยุโรป) Logistic (R1/ R2/ R3A ) กระแสการรักสุขภาพ/ความงามที่มีมากขึ้น มีฐานข้อมูลของภาครัฐ/ภูมิปัญญาท้องถิ่นแต่ยังขาดการนำไปใช้ประโยชน์

ความเสี่ยง (Strengths) สูญเสียทรัพยากร/พันธุ์พืช ไม่มีตลาดรองรับ (เมื่อผลผลิตมีมาก) ภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง คู่แข่งทางการตลาด (ธุรกิจข้ามชาติ)

การปลูก

ปลูกบนร่องสูง25 เซนติเมตรกว้าง2 เมตรระยะระหว่างร่อง80 เซนติเมตรวางท่อนพันธุ์ขมิ้นชัน (เหง้าและแง่ง) อายุ 11-12 เดือน ตัดเป็นท่อนให้มีตาติดอยู่ 2 ตาขึ้นไป วางในหลุมปลูก ลึก 5-10 เซนติเมตรระยะปลูก 35 x50 เซนติเมตรใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง หลังปลูก 1 เดือนและ 3 เดือน ให้น้ำสม่ำเสมอในระยะแรกของการเจริญเติบโต และลดลงเรื่อยๆ จนงดให้น้ำเมื่อถึงระยะเก็บเกี่ยว

การปลูกเพื่อการค้า ใช้ท่อนพันธุ์ 400 กิโลกรัม/ไร่ ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคม และเก็บเกี่ยวได้หลังจากปลูก 9-11 เดือน (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) จะทำให้ได้ผลผลิตที่เหง้าสมบูรณ์เต็มที่ สามารถเก็บรักษาได้นาน ไม่ควรเก็บเกี่ยวในระยะที่ขมิ้นชันเริ่มแตกหน่อ เพราะจะทำให้สารสำคัญเคอร์คูมินอยด์ต่ำ การปลูกขมิ้นชันเป็นพืชหลัก จะได้ผลผลิตสดประมาณ 3,000 กก./ไร่

การใช้ประโยชน์

เหง้าขมิ้น ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย (volatile oil) สีเหลืองอ่อน และสารสำคัญเคอร์คูมินอยด์ (curcuminoids) ตามข้อกำหนดในตำรายาสมุนไพรของไทย ระบุว่าต้องมีปริมาณเคอร์คูมินอยด์ไม่ต่ำกว่า 5% และน้ำมันหอยระเหยไม่ต่ำกว่า 6% ขมิ้นชันนำไปใช้เป็นเครื่องเทศในการประกอบอาหาร เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง ทำลูกประคบ เป็นยาสมุนไพรรับประทานรักษาอาการแน่นจุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ สมานลำไส้ รักษาบาดแผลเรื้อรัง หรือทารักษากลากเกลื้อน ทากันยุง

 

โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์
Satja Prasongsap (Research Scientist)
Horticultural Research Institute

 

Category: พืชสมุนไพร ก-ณ, พืชเครื่องเทศ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

banner ad

Hit Counter provided by technology news