banner ad
banner ad

กรรณิการ์

| November 23, 2012 | 0 Comments

กรรณิการ์

ชื่ออื่นๆ :กณิการ์ กรณิการ์ กันลิกา

ชื่อวงศ์ VERBENACEAE

ชื่อสามัญ: Night Blooming Jasmine

ชื่อวิทยาศาสตร์: Nyctanthes arbor-tristis L.

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้พุ่มใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกัน ใบสากรูปไข่ หรือหอก ดอกออกเป็นช่อที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกเป็นหลอดสีส้มแดง

ต้น: สูงประมาณ 3 – 4 เมตร ตามลำต้นจะมีรอยเป็นเส้นคาดรอยต้นเป็นช่วงๆ ไปตามข้อต้น เปลือกของลำต้นนั้นมีสีขาว ลักษณะของลำต้นและกิ่งก้านโดยเฉพาะส่วนที่เป็นแขนงและกิ่งอ่อนจะเป็นสี่เหลี่ยม บริเวณแนวสันเหลี่ยมของกิ่งหรือลำต้นมีตุ่มเล็ก ๆ ประเป็นแนวอยู่ด้วย

ใบ: เป็นไม้ใบเดี่ยวแต่ออกเป็นคู่ๆ สลับกันไปตามข้อของต้น มีรูปมนรี ปลายใบแหลม มีสีเขียวและมีขนอ่อนๆ เป็นละอองปกคลุมอยู่ทั่วใบ มีลักษณะสากคายมือ

ดอก: ดอกสีขาว ออกเป็นช่อดอกเล็ก ๆ กระจายที่ปลายกิ่ง ประมาณช่อละ 5 – 8 ดอก ดอกมี 6 กลีบ กลีบดอกจะบิดเวียนไปทางขวาคล้ายกังหัน วงในดอกเป็นสีแสด หลอดดอกเป็นสีแสด เกสรเป็นเส้นเล็กละเอียดซ้อนอยู่ในหลอดดอก ขนาดของดอกบานเต็มที่ประมาณ 1.50 – 2 เซนติเมตร หลอดดอกยาว 1.50 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 5 – 8 แฉก ก้านช่อดอกมีใบประดับเล็กๆ 1 คู่ ดอกของกรรณิการ์มีกลิ่นหอมแรง บานกลางคืน ออกดอกตลอดปี

ผล: เป็นแผ่นแบน รูปไข่กลับ ภายในมีเมล็ด 2 เมล็ด เมื่อแห้งแตกได้

การนำไปใช้ประโยชน์ ใบ ใช้แก้โรคปวดตามข้อ แก้ไข้ เป็นยาระบาย ยาขับน้ำดี ขาขมเจริญอาหาร ยาแก้ตานขโมย วิธีใช้ใบตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำ หรือใช้ผสมกับน้ำตาลดื่ม เปลือก ใช้เปลือกชั้นใน แก้ปวดศีรษะ วิธีใช้ด้วยการต้มเปลือกน้ำดื่ม หรือนำไปผสมกับปูนขาว ก็จะให้เป็นสีแดง ดอก แก้ไข้ แก้ลมวิงเวียน ราก เป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงผิวหนังให้สดชื่น แก้ลมและดี แก้ผมหงอก แก้อุจาระเป็นบรรดึก แก้ไอ โคลนกลีบดอกที่มีลักษณะเป็นดอกสีส้มแสด คั้นกับน้ำให้มีเหลืองใส ใช้ทำสีย้อมผ้า

การขยายพันธุ์การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง

การปลูกและการดูแล: การปลูก การตอนกิ่ง ให้เลือกกิ่งที่ไม่อ่อนและไม่แก่จนเกินไปอาจสังเกตได้จากสีของกิ่งที่เราเลือกนั้นสีเข้มใกล้เคียงกับสีลำต้นและควรเป็นกิ่งที่ตั้งตรง ให้ควั่นต่ำกว่าใบไม้หรือกิ่งแยกประมาณ 1 ซม. จากนั้นให้ควั่นรอยทีสองห่างจากรอยควั่นที่หนึ่งเท่ากับเส้นรอบวงของกิ่งที่เราเลือก ลอกเอาเปลือกออกถ้าเปลือกหนา ให้ขุดเนื้อเยื้อออกให้หมดถ้าเปลือกบางไม่จำเป็นต้องขุด หมั่นให้ความชื้นที่ควั่นแผลประมาณ 2-6 เดือนขึ้นอยู่กับชนิดของไม้หอม การตัดกิ่งลงมาชำให้สังเกตดูที่รากออกมาถ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแสดงว่าตัดได้ แต่ต้องระวังถ้ากิ่งหนายังมีใบอ่อนอยู่ไม่ควรตัดต้องรอให้ใบแก่ก่อนนำไปปลูก การทาบกิ่ง ให้เลือกกิ่งเหมือนกับการเลือกกิ่งตอน ต้นตอที่ใช้ควรเป็นไม้หอมตระกูลเดียวกันหรือใกล้เคียงกันมีขนาดเท่าๆกับกิ่งที่จะทาบ ให้ปาดกิ่งทาบและต้นลึกประมาณ 1 ใน  3 ส่วน ให้แผลที่เท่าๆกัน จากนั้นนำแผลที่ปาดไว้มาประกบให้สนิทที่สุดแล้วพันทับด้วยเทปใสสำหรับพันทาบกิ่ง หมั่นรดน้ำที่ต้นตอรอไปเลื่อยๆ จนกระทั่งแผลที่ทาบกิ่งและต้นตอประสานกันดีแล้วจึงตัดกิ่งทาบลงมา การดูแลรักษา ต้องให้น้ำวันเว้นวันและอาจมีหนอนเจาะลำต้นบ้างใช้สารสะเดาฉีดก็ได้การบำรุงก็หมั่นใส่ปุ๋ยคอกฉีดน้ำสกัดชีวภาพ 15 วัน ครั้งก็พอ ส่วนสารเคมีห้ามใช้เด็ดขาด

สรรพคุณ: โคนกลีบดอก ที่มีลักษณะเป็นหลอดสีส้มแสดคั้นกับน้ำ ให้มีเหลืองใส ใช้ทำสีย้อมผ้า

ใบ ช่วยเจริญอาหาร แก้ไข้ แก้ปวดตามข้อ

ต้น แก้ไข้ ปวดศีรษะ

เปลือก แก้ปวดศีรษะ

ดอก แก้ไข้ ลมวิงเวียน

ราก บำรุงเส้นผม แก้ผมหงอก บำรุงผิวหนัง แก้ท้องผูก แก้ไอ

 

โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์
Satja Prasongsap (Research Scientist)
Horticultural Research Institute

Category: พืชสมุนไพร, พืชสมุนไพร ก-ณ, พืชไม้ดอก

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

banner ad

Hit Counter provided by technology news