banner ad

พริกขี้หนู

| November 29, 2012 | 0 Comments

พริกขี้หนู

ชื่ออื่นๆ : ครี ดีปลี ดีปลีขี้นก พริก พริกขี้นก พริกแด้ พริกแต้ พริกนก มะระตี้ มือซาซีซู มือลำโพง หมักเพ็ด พริกน้ำเลียง
พริกกันปิ้น พริกแจว พริกแกง

ชื่อวงศ์ : SOLANACEAE

ชื่อสามัญ : Bird Chilli

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Capsicum frutescens Linn.

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก สูง 2-3 ฟุต แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยวรูปดอกปลายแหลม ขับชิด ดอกเล็กๆ ผลกลมยาว ปลายไม่แหลมขนาดเล็ก ยาว 15-25 ซม. สี่เขียวเข้ม สุกสีแดง รถเผ็ดจัด

การนำไปใช้ประโยชน์ : ทางอาหาร ใส่อาหาร ใสเครื่องแกง มีรสเผ็ดร้อน ทางยา ขับเสมหะ แก้ไข้ แก้ตานซาง ใช้ผสมในยาขับลม และขี้ผึ้งทาถูนวด การใช้สอยอื่น ต้นแก่เผาทำดินปืนได้ดี

การขยายพันธุ์ : เมล็ด

การปลูกและการดูแลรักษา : การปลูก ต้องเตรียมดินร่วนปนทรายสักเล็กน้อย จากนั้นหาถ้วยกระดาษเล็กๆ กระบะพลาสติกแบนๆเจาะรูที่ก้นถ้วยเอาดินที่เตรียมไว้ใส่ลงไปก่อน ให้เอากระดาษหนังสือพิมพ์รองพื้นก่อนประมาณ 3-4 ชั้นใส่ดินผสมขุยมะพร้าวหนาประมาณ 4 ซม. จากนั้นจึงเอาเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูที่แช่น้ำค้างคืนไว้หยอดลงไป 3-4 เมล็ดต่อ 1 ถ้วย หรือยอดลงในกระบะห่างกันประมาณ 6×6 ซม. รดน้ำเช้า-เย็นตั้งไว้ในแสงที่รำไร การดูแลรักษา เมื่อต้นพริกเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะเป็นไม้พุ่มที่สวยงามมีเมล็ดสีเขียวและสีแดงเต็มต้นทำให้มีประโยชน์นอกจากการบริโภคแล้วยังเป็นไม้ประดับที่สวยงามได้อีกด้วย หลังจากปลูกได้ประมาณ 90-100 วัน ก็เริ่มเก็บผลได้และทยอยเก็บได้ทั้งปี

สรรพคุณ : ผล ใช้ปรุงอาหาร ช่วยเจริญอาหาร และรักษาอาการอาเจียน รักษาโรคหิด กลาก รักษาโรคบิด โดยการใช้พริกสด 1 เม็ด หรือมากกว่านั้นใช้กิน และอาการปวดบวมเนื่องจากความเย็นจัด โดยใช้ผงพริกแห้งทำเป็นขี้ผึ้ง หรือสารละลาย แอลกอฮอล์ใช้ทา

Tags: , , , , ,

Category: พืชผัก, พืชสมุนไพร, พืชสมุนไพร บ-ม

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

banner ad

Hit Counter provided by technology news