banner ad
banner ad

ขนุน

| November 23, 2012 | 0 Comments

ขนุน

ชื่ออื่นๆ ซีคึย ปะหน่อย ล้าง ปอหล่อปิค หมักหมี้ มะหนุน ชะพู ขะเนอ เนน นะยวย ซะ

ชื่อวงศ์ : MORACEAE

ชื่อสามัญ : Jack Fruit Tree

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Artocarpus heterophyllus Lam.

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มียางขาวทั้งต้น ใบมันและหนาเหมือนแผ่นหนัง ใบรู ปลียาวออกสลับกัน ปลายใบแหลมและสั้น ช่อดอกตัวผู้และตัวเมียแยกกัน แต่อยู่ต้นเดียวกัน ออกตามง่ามใบหรือปลายกิ่งเป็นแท่งยาว มีกาบหุ้มช่อดอกอยู่ 2 กลีบ(ช่อดอกตัวผู้) ผลใหญ่มีหลายขนาด เป็นผลรวม รอบผลมีหนามสั้นๆ เรือหุ้มเมล็ดมีสีเหลืองเวลาสุกมีกลิ่นหอม มีหลายพันธุ์ ปลูกกันทั่วไป

การนำไปใช้ประโยชน์: ทางอาหาร ใบอ่อนกินสดหรือลวกกินกับน้ำพริก ส้มตำ ใช้แกงกับปลาแห้ง ผลอ่อนนำไปต้มให้สุกกินกับน้ำพริก แกงขนุน ทำซุบขนุน

การขยายพันธุ์ เมล็ด ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง ต่อกิ่ง

การปลูกและการดูแลขนุนชอบดินร่วน ระบายน้ำดี อินทรียวัตถุ ชอบแสงแดดจัดไม่ทนน้ำท่วมขังนาน การดูแล เมื่อติดผลมากควรปลิดผลอ่อนทิ้งบ้าง เพราะจะทำให้ผลเล็กและมีเนื้อน้อย

วิธีการปลูก: ขนุนนิยมขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่ง การปลูกเตรียมหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ ใช้ระยะปลูก 6×6 หรือ 8×8 เมตร หลังปลูกใหม่ควรการใช้น้ำ ส่วนการใช้ปุ๋ยในระยะต้นยังไม่ให้ผลผลิต ควรใส่ปุ๋ย 15-15-15 หรือ 16-16-16 และเมื่อให้ผลผลิตแล้วควรใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือ 12-24-12ใส่ก่อนการออกดอก 40-60 วัน และช่วงหลังเกี่ยวเกี่ยวผลผลิตควรใส่ปุ๋ยคอกทุกปี

โรคทึ่สำคัญ
1. โรคยางไหล กิ่งและลำต้นเป็นแผลยางไหล ทำให้กิ่งแห้งและต้นตายในที่สุด เป็นโรคที่มีการระบาดรุนแรงและทำความเสียหายให้กับขนุนแถบ จังหวัดระยอง จันทบุรี ยังไม่มีวิธีการแก้ไข ควรหลีกเลี่ยงการปลูกขนุนในแหล่งที่ระบาด และใช้พันธุ์ที่ต้านทานโรค
2. โรคกิ่งแห้ง กิ่งอ่อนเกิดจุดสีน้ำตาลดำ ขยายเป็นแผลใหญ่ลามไปทั่วกิ่งจนแห้ง ป้องกันกำจัดโดยหมั่นตัดแต่งกิ่งที่แห้งตายทิ้งและเผาทำลาย แล้วทารอยตัดด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น คาร์เบนดาซิม
3. โรคขั้วผลเน่า เกิดอาการเน่าเป็นสีดำ ดอกและผลอ่อนจะร่วง ป้องกันกำจัดโดยตัดส่วนที่เป็นโรคทิ้ง

แมลงศัตรูที่สำคัญ
1. หนอนเจาะลำต้นและกิ่ง ผีเสื้อกลางคืนวางไข่บนเปลือกของลำต้นและกิ่ง เมื่อฟักเป็นตัวก็เจาะเข้าทำลาย เกิดอาการแห้ง ป้องกันกำจัดโดยตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง ถ้าพบหนอนให้พ่นด้วยสารเคมี เช่น สารคลอร์ไพรีฟอส
2. เพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอย ดูดกินน้ำเลี้ยงทำให้ใบหงิก บิดเบี้ยว ป้องกันกำจัดโดยพ่นสารเคมีคาร์บาริลในช่วงตัวอ่อนและกำจัดมดตัวการเคลื่อนย้ายเพลี้ยแป้งด้วย

สรรพคุณ

– เมล็ด ให้ใช้รับประทาน 60-240 กรัม ต้มสุกกิน จะมีรสชุ่ม ช่วยขับน้ำนมในสตรีหลังคลอด มีน้ำนมน้อยหรือไม่มีน้ำนมช่วยบำรุงร่างกาย

– เนื้อหุ้มเมล็ด ให้ใช้สด ผสมกับน้ำหวานกินบำรุงกำลัง หรือจะกินเป็นขนมก็ได้

– ใบ ใช้สด นำมาตำให้ละเอียด อุ่นแล้วพอกแผล ใบแห้งให้บดเป็นผงโรย หรือใช้ผสมทาตรงที่เป็นแผล ใช้สำหรับภายนอก รักษาแผลมีหนองเรื้อรัง

– ยาง จะมีรสจืด ฝาดเล็กน้อย ให้ใช้ยางสด ทาบริเวณที่บวมอักเสบ แผลมีหนองเรื้อรัง ต่อมน้ำเหลืองอักเสบเกิดจากแผลมีหนองที่ผิวหนัง

– แกนและราก ใช้แห้งประมาณ 30-60 กรัม นำมาต้มน้ำรับประทาน จะมีรสหวานชุ่ม รักษากามโรค และบำรุงเลือด

 

โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์
Satja Prasongsap (Research Scientist)
Horticultural Research Institute

Category: พืชสมุนไพร, พืชสมุนไพร ก-ณ, พืชไม้ผล, พืชไม้ผล ก-ณ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

banner ad

Hit Counter provided by technology news