banner ad

เทคนิคการปลูกพืช plant fatory

| March 19, 2019

การปลูกพืชใน plant factory ต้องมีเทคนิคอะไรบ้าง

Concept : การปลูกพืชใน plant factory มีองค์ประกอบ 3 อย่าง คือ Hard wear + Soft wear + Human wear ในส่วนของ Hard wear ต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยอยู่เสมอ
และสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมว่าการตอบสนองของพืชต่อสภาพแวดล้อมในสภาพที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดพืชแล้ว ยังขึ้นกับชนิดพันธุ์ และระยะการเจริญเติบโตของพืชด้วย

ก. โครงสร้าง

1.ห้องที่ใช้ปลูกต้องเป็นระบบบปิดไม่สามารถแลกเปลี่ยนอากาศ ความร้อนภายนอกได้ ผนังต้องกันความร้อน และผนัง พื้นสามารถทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคได้ ที่นิยมจะสร้างเป็นห้อง หรือใช้ตู้คอนเทรนเนอร์ ขนาดตามความเหมาะสม บางที่สร้างเป็นห้องกระจกโดยเฉพาะที่มีอากาศหนาว เพราะต้องการความร้อนมาช่วยในการสร้างอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ค่าฝุ่นละอองในห้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล หน่วยเป็นไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร เช่น ระดับห้องไอซียู

2.ประตูเป็นระบบ 2 ชั้น ชั้นแรกจะเป็นห้องสำหรับทำความสะอาดผู้ที่จะเข้าไปปฏิบัติงาน โดยใช้ลมเป่าเพื่อเอาฝุ่นละอองและเชื้อโรค พื้นจะต้องมีอ่างใส่น้ำแช่เท้าเพื่อฆ่าเชื้อโรค

 

3.หลอดไฟควรเป็นหลอด LED สำหรับการปลูกพืช การดูค่าหลอดไฟให้พิจารณาจำนวนวัตต์ ค่าความยาวของแสงว่ามีสีอะไรบ้างที่มีอยู่ในหลอด เช่น สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สำหรับค่าพลังงานขึ้นอยู่กับการติดตั้งว่าระยะห่างจากต้นพืชถึงหลอดไฟมีค่าเท่าใด โดยใช้เครื่องวัดควอนตั้ม และต้องระวังเรื่องของความร้อนที่จะออกมาจากหลอดไฟทำให้ต้นพืชได้รับความเสียหาย เกิดอาการใบแห้ง หงิก และตายในที่สุด และส่งผลจากการใช้หลอดไฟทำให้ความร้อนภายในห้องเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว ต้องใช้แอร์ที่มีค่า BTU สูงๆ โดยความร้อนมาจากหลอดไฟ รางหลอดไฟ ที่ปล่อยความร้อนสะสมออกมา ต้องมีการออกแบบที่เหมาะสมในการระบายความร้อน เพราะจะส่งผลถึงค่าไฟฟ้าที่จะต้องจ่ายเพิ่ม บางที่มีการส่งท่อระบายความร้อนจากรางไฟยิงตรงไปสู่ภายนอกห้องไม่ให้มีการสะสมภายในห้อง การกระจายของแสงต้องวัดค่าพลังที่ระดับผิวใบพืชกระจายให้ทั่วพื้นที่ หากไม่สม่ำเสมอจะทำให้ต้นพืชมีการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน เช่น ตรงกลางได้รับแสงมากเจริญเติบโตดี ตรงขอบกะบะได้รับแสงน้อยเจริญเติบโตช้า ระยะเวลาการให้แสงก็เป็นส่วนสำคัญสำหรับการปลูกพืช โดยทั่วไปไม่น้อยกว่า 16 ชั่วโมง สำหรับพืชผักทั่วไปต้องการค่าพลังงานแสงไม่ต่ำกว่า 100 µmol m-2 s-1

-แสงสีแดง ความยาวคลื่น 648-760 นาโนเมตร ช่วยสังเคราะห์แสง เป็นสีที่พืชดูดซับมากที่สุด ส่งเสริมการงอกของเมล็ดพืช หรือ ยับยั้งการงอกของเมล็ดพืชบางชนิด และยังส่งผลต่อการออกดอกของพืช

-แสงสีน้ำเงิน 426-492 นาโนเมตร ช่วยสังเคราะห์แสง  ช่วยการตอบสนองของพืชต่อแสงในเรื่องการเบนหรือโค้งงอเข้าหาแสงของพืช

-แสงสีเขียว 493-535 นาโนเมตร ระงับการเจริญเติบโตของพืช

-แสงสีแดงไกล (Far Red) 761-810 นาโนเมตร มีผลในการยับยั้งการงอกของเมล็ด

 

2.อุณหภูมิและความชื้นขึ้นกับชนิดของพืช บางชนิดต้องการอุณหภูมิต่ำเพื่อใช้ในการออกดอก เช่น strawberry

3.ค่าความเป็นกรด-ด่าง เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดควรเป็นกรดอ่อนๆ
4.ค่า EC ของปุ๋ยมีความสำคัญระยะกล้าค่า EC ต่ำ และค่อยเพิ่มไปจนเก็บเกี่ยว แบ่งได้เป็นระยะกล้า ระยะพัฒนาการเจริญเติบโต ระยะดอก ระยะผล จนถึงเก็บเกี่ยว
5.ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงพืชนำไปปรุงอาหาร
6.การหมุนเวียนของอากาศภายในโรงเรือน ช่วยทำให้ต้นพืชเจริญเติบโตดี

 

case 1. พืชผักในโรงเรือนระบบไฮโดรโปนิกส์ มูลค่าโรงเรือนไม่รวมที่ดินสูงถึง 50 ล้านบาท โดยใชัระบบโรงเรือนอัตโนมัติจากเนเธอแลนด์ ใช้ระบบการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ แบบ DFT (Deep Flow Technique) สารละลายสูงประมาณ 30 ซ.ม.มีระบบควบคุมการให้ปุ๋ยแบบอัตโนมัติตลอด 24 ช.ม.บริเวณ ระบบออกแบบให้รางปลูกพืชลอยไปบนสารละลายสามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของรางปลูกไปยังจุดเก็บเกี่ยว 1 แห่งภายในโรงเรือน กระบะปลูกจะมีเซ็นเซอร์ ตรวจวัดค่า pH EC และ อุณหภูมิของน้ำ ส่งข้อมูลให้ระบบจัดการสภาพสารละลายให้เหมาะสมกับการปลูกพืช หลุมปลูก 60,000 ต้น ผลิตผักคะน้าเพื่อส่งเข้าโรงงานผลิตอาหาร ระดับน้ำลึก 1 ฟุต ค่า Ec 2.2 ค่าแสง 600 ไมโครโมล ความเร็วลม 1 เมตรต่อวินาที ได้มีการทดลองกับพืชไม่น้อยกว่า 40 เช่น ไอซ์แพลนท์ ผักสลัด คะน้าใบหยิก บัวบก ของบริษัทซีพีอินเตอร์เทรด จ.อยุธยา

ในภาพอาจจะมี ต้นพืช, ดอกไม้ และอาหาร

Category: ข่าว

Comments are closed.

banner ad

Hit Counter provided by technology news