banner ad
banner ad

หน้าวัว

| June 27, 2016

หน้าวัว (Anthurium / Flamingo Flower)

1. การเตรียมดิน การปลูกหน้าวัวต้องใช้พลาสติกพรางแสงประมาณ 70 – 80% 2 ชั้น เพื่อให้ภายในโรงเรือนมีความเข้มของแสงอยู่ประมาณ 20-30% ขนาดของแปลงปลูกหน้าวัวกว้าง 1.70 เมตร ความยาวของแปลงตามความต้องการทางเดินระหว่าง 0.80 เมตร แปลงจะใช้อิฐซีเมนต์บล็อกก่อให้สูง ขนาดเท่าอิฐบล็อก 1 ก้อน

วัสดุปลูก

ชั้นล่างสุด ใช้ทรายหยาบ หนาประมาณ 3 นิ้ว

ชั้นที่สอง ใช้อิฐทุบ ทุบให้ได้ขนาด 1-2 นิ้ว ใส่ในแปลงหนา 2-3 นิ้ว

ชั้นที่สาม ใช้ปุ๋ยหมัก หนา 2 นิ้ว ที่มีส่วนประกอบ และอัตราส่วนคือ

1. เศษไม้บด หรือใบจามจุรี หรือขี้เลื้อย ไม้เบญจพรรณ? จำนวน 2 ส่วน

2. ขุยมะพร้าว จำนวน 2 ส่วน

3. ปุ๋ยคอก จำนวน 1 ส่วน

4. ปูนขาวเล็กน้อย

——————————————————–

?2.การปลูก

- การปลูกแปลง ระยะปลูก 30 x 30 ซม. อย่าให้วัสดุปลูกทับถมยอดของหน้าวัว เพราะจะทำให้ต้นหน้าวัวเน่าตายได้

- การปลูกในกระถาง ใช้กระถางดินเผา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 – 10 นิ้ว ใส่อิฐทุบขนาด 1 – 2 นิ้ว รองก้นกระถางประมาณ 1 ใน 3 ส่วน โรยวัสดุส่วนผสมอิฐหนาประมาณ 2 นิ้ว แล้วนำต้นหน้าวัววางบนวัสดุปลูก แล้วเติมวัสดุปลูกให้ยึดกับลำต้น แต่อย่าให้ทับถมยอดของต้นหน้าวัว

?3. การให้ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 อัตรา 1 ช้อนชา/ต้น/เดือน ร่วมกับปุ๋ยละลายทุก 3 เดือน ใช้ปุ๋ยเกร็ดละลายสูตร 15-30-15 อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเสริมทุก 20 วัน

4. การให้น้ำ การรดน้ำ เมื่อปลูกหน้าวัวเสร็จ จะรดน้ำทันทีให้ชุ่ม วันต่อๆ ไปจะรดน้ำ 2 – 3 ครั้ง แล้วแต่สภาพอากาศ ถ้าวันไหนร้อนมากจะรด 3 ครั้ง ใช้หัวฝักบัวรดน้ำ หรือให้น้ำแบบหัวเหวี่ยง

—————————–

5. การป้องกันกำจัดศัตรูพืช

5.1 โรคพืชที่สำคัญและการป้องกันกำจัด

1. โรคเน่าดำ ?หรือใบแห้ง( phytophthora parasitica Dastur )

ลักษณะอาการและความเสียหาย? เชื้อสามารถเข้าทำลายพืช ได้ทั้งทางใบและโคนต้นอาการเริ่มแรกที่เกิดเป็นแผลฉ่ำน้ำต่อมาแผลขยายเป็นวงกลม หากสภาพในโรงเรือนชื้นแฉะแผลจะลุกลามขยายใหญ่ สังเกตบริเวณขอบแผลมีลักษณะช้ำเป็นสายตามการเจริญของเส้นใยในที่สุดทำให้ใบเน่าช้ำ สำหรับการเข้าทำลายที่โคนต้นและทางรากมีอาการโคนต้นช้ำเป็นสีน้ำตาลรากเน่าดำ? เมื่อดึงใบพืชเบา ๆ ก้านใบจะหลุดออกจากต้นได้ง่าย

การป้องกันกำจัด

1. ควรปรับสภาพโรงเรือนให้มีการถ่ายเทอากาศได้สะดวก ไม่ปลูกพืชแน่นเกินไป

2. ไม่รดน้ำให้วัสดุปลูกชื้นแฉะ รักษาความสะอาดของโรงเรือน เมื่อเริ่มพบโรคให้ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรค รวบรวมออกเผาทำลายนอกแปลง

3.พ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรค เมทาแลกซิล หรือ ฟอสฟอรัส แอชิค เมื่อพบโรคระบาด

———————-

2. โรคแอนแทรคโนส Colletotrichum gloeosporioides (Penz.) Sacc.

ลักษณะอาการและความเสียหาย เชื้อราเข้าทำลายพืชที่ใบ จานรองดอก และปลี ลักษณะแผลที่ใบและจานรองดอกเป็นแผลจุดสีน้ำตาล ค่อนข้างกลม เมื่อสภาพอากาศร้อนชื้น แผลขยายใหญ่ขึ้น ขอบแผลเป็นสีน้ำตาล? มีกลุ่มราขึ้นเห็นเป็นจุดสีดำ เล็ก ๆ เป็นวงซ้อนกันออกไปจากบริเวณกลางแผล อาการที่ปลีดอก เกิดเป็นจุดสีดำเล็ก ๆ จากนั้นแผลจะขยายเห็นเป็นรูปเหลี่ยมตามรูปทรงของดอกย่อย? เมื่ออาการรุนแรงขึ้นทำให้ปลีไหม้เป็นสีน้ำตาลถึงดำ

การป้องกันกำจัด

1. ควรปรับสภาพโรงเรือนให้มีการถ่ายเทอากาศได้สะดวก ไม่ปลูกพืชแน่นเกินไป

2. ไม่รดน้ำให้วัสดุปลูกชื้นแฉะ รักษาความสะอาดของโรงเรือน เมื่อเริ่มพบโรค ให้ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรครวบรวมออกเผาทำลายนอกแปลง

3. พ่นสารเคมีป้องกันกำจัด เมื่อพบโรคระบาด

—————————-

3. โรคลำต้น และรากเน่า

ลักษณะอาการและความเสียหาย อาการที่เห็นเริ่มต้นใบล่างหน้าวัวแสดงอาการเหลืองและลามขึ้นสู่ใบด้านบน ใบหลุดจากต้นง่าย บริเวณโคนต้นหรือรากเปื่อยผุ เป็นสีน้ำตาล เชื้อเห็ดเจริญแย่งน้ำและอาหารของพืช? ที่โคนต้นหน้าวัวมีเส้นใยสีขาวลักษณะหยาบขึ้นปกคลุมกระถางและวัสดุปลูกมีเส้นใยขึ้นคลุม? เส้นใยเห็ดทำให้วัสดุปลูกผุเปื่อยยุ่ย? เมื่อสภาพความชื้นเหมาะสมเส้นใยจะเจริญเป็นดอกเห็ด

การป้องกันกำจัด

1. ควรปรับสภาพโรงเรือนให้มีการถ่ายอากาศได้สะดวก ไม่ปลูกพืชแน่นเกินไป

2. ใช้วัสดุปลูกที่สะอาด ปราศจากเชื้อราไม่รดน้ำให้วัสดุปลูกชื้นแฉะ รักษาความสะอาดของโรงเรือน

3. เมื่อเริ่มพบโรคให้แยกต้นที่เป็นโรคออก ตัดแต่งส่วนที่ถูกเชื้อเข้าทำลาย รวบรวมออกเผาทำลายนอกแปลง จุ่มแช่ต้นหน้าวัวที่ดีอยู่ในสารป้องกันกำจัดโรคพืช คาร์บอกซิล? ให้เปียกชุ่ม? ก่อนย้ายปลูกในวัสดุปลูกใหม่

4. ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช? คาร์บอกซิล? ราดบริเวณโคนต้นและวัสดุปลูกที่มีเส้นใยขึ้น

—————————————

4. โรคใบจุด?(Yellow spots)

ลักษณะอาการและความเสียหาย ด้านหลังใบเริ่มปรากฏอาการมีจุดสีเหลือง ขนาดเล็กกว่าหัวเป็นหมุดกระจายทั่วใบมากน้อยแตกต่างกันไป อาการปรากฏทั้งใบอ่อนใบแก่ ด้านล่างที่ตรงกับจุดสีเหลืองเมื่อเกิดแผลใหม่ๆ เป็นรอยบุ๋มขนาดเล็ก เหมือนรอยเอาหมุดปักบนกระดาษหรือผ้า นานไปแผลดังกล่าวนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนไม่ขยายลุกลามออกไป

การป้องกันกำจัด ใช้ยาป้องกันกำจัดแมลงจำพวกปากดูดฉีดพ่น ควรเป็นยาประเภทดูดซึมจะได้ผลดีที่สุด

————————————————

5.2 แมลงศัตรูที่สำคัญและการป้องกันกำจัด

?1. เพลี้ยไฟ(Thrips)

ลักษณะอาการและความเสียหาย เพลี้ยไปทำความเสียหายให้แก่ดอกหน้าวัวเป็นอย่างมาก ทำให้ดอกมีตำหนิ ส่งตลาดไม่ได้ ในกรณีที่ระบาดรุนแรง จะทำความเสียหายแก่ดอกทุกดอกในโรงเรือนนั้น

ลักษณะการทำลาย

ใช้ปากเจาะดูดน้ำเลี้ยงดอกที่ยังไม่คลี่ เริ่มตั้งแต่ เมื่อดอกเริ่มโผล่จากโคนใบ ทำให้ดอกเมื่อบานจะบิดงอผิดส่วน รอยแผลจะเป็นทางสีขาว หรือน้ำตาล ด้านบนหรือใต้ใบประดับ หากต้องการสำรวจเพลี้ยไฟด้วยตาควรสำรวจช่วงเช้า เพราะช่วงกลางวันที่มีอุณหภูมิสูงเพลี้ยไฟจะหลบซ่อนในวัสดุปลูก ทำให้ไม่เห็นตัว

สภาพที่เหมาะสมในการระบาด อุณหภูมิสูง และความชื้นต่ำ

การป้องกันกำจัด ใช้สารเคมีกำจัดแมลงประเภทดูดซึม ได้แก่ เม็ทโธมิล อะบาเม็คติน หรือ ฟิโปรนิล ติดต่อกัน 3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 5 วัน

——————————————-

2. ไรแดง และไรขาว(spider mite, mite)

ลักษณะอาการและความเสียหาย ใช้ปากดูดน้ำเลี้ยง ไรแดงทำให้ใบเป็นจุดสีขาวบนใบและดอก และจะชักใยอยู่ใต้ใบ ไรขาวทำให้ใบและดอกสีจาง และยังทำให้ผิวใบและจานรองดอกด้าน

การป้องกันกำจัด ใช้สารเคมีไดโคโฟล หรือ อะบาเม็คติน ฉีดพ่นทุกๆ 5 – 7 วัน

————————————

3. ทากและหอยทาก (Snails)

ลักษณะอาการและความเสียหาย ดอกและใบถูกกัดกิน ในที่มีหอยทากระบาด เราจะพบรอยทางเดินเป็นทางเมือกสีเทาเงินสะท้อนแสงเมื่อแห้งสนิทให้เป็นที่สังเกต

สภาพที่เหมาะสมในการระบาด บริเวณที่ร่มเย็น มีความชื้นสูง

การป้องกันกำจัด ใช้ปูนขาวโรบก้นกระถางและรอบๆ ใช้น้ำยาแคลเซียมคลอไรด์อัตราส่วน 80 กรัม ต่อ น้ำ 1 ปีบ รดหน้าวัวที่มีหอยทากระบาด ทากจะหนีออกมาจากที่หลบซ่อนจึงจับทำลาย หรือหว่านสารเคมีเม็ทโธโอคาร์ อัตรา 60 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร หรือใช้ นิโคลซาไมล์ 70 % WP 40 กรัม ต่อ น้ำ 20 ลิตร

?——————————————————-

6. การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว

การตัดดอก เริ่มตัดเมื่อปลีมีสีเขียวจากโคนดอกประมาณครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 2 ใน 3 ของปลีดอกควรตัดให้ก้านดอกเหลือติดกับต้นประมาณ 4-5 ซม. เพื่อไม่ให้แผลติดเชื้อง่าย ดอกที่ตัดแล้วควรจุ่มปลายก้านดอกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ฟายแซน – 20? อัตรา 5 cc. ต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วควรแช่ก้านในน้ำสะอาด และวางในที่ร่ม

การขนส่ง ระยะใกล้ ๆ ภาชนะที่บรรจุน้ำสะอาดแยกขนาดดอกมัดรวมกัน โดยไม่ให้จานรองดอกเบียดกันแล้วจัดใส่ภาชนะบรรจุน้ำสะอาด สำหรับการขนส่งระยะไกลจะบรรจุในกล่องกระดาษ ซึ่งมีถาดกระดาษสำหรับยึดจานรองดอก

Category: พืชไม้ดอก

Comments are closed.

banner ad

Hit Counter provided by technology news