banner ad
banner ad

กาแฟ

| June 18, 2014

กาแฟ

สถานการณ์ ปี 2560 :

1. ด้านพื้นที่ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจาก พื้นที่ปลูกกาแฟปี 2556 ผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด

2. ด้านผลผลิต ลดลงจากปี 2559 เนื่องจากประสบเจออากาศแล้งนานทำให้ต้นกาแฟไม่สมบรูณ์ ดอกจะออกน้อย ในส่วนกาแฟโรบัสต้าทางภาคใต้ผลผลิตลดลงเนื่องจาก กาแฟที่ปลูกแซมในสวนทุเรียน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน? เริ่มโค่นต้นทิ้ง เพราะไม้หลักเริ่มโต

กาแฟ ปี 2559 เนื้อที่เพาะปลูก 270,859 ไร่ ให้ผลผลิต 254,947 ไร่ ผลผลิต 30,579 ตัน ปลูกที่ภาคเหนือ 30.19 % ภาคใต้ 68.49 % ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.69 % และภาคกลาง 0.63 % ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. ประกอบด้วย

1.พันธุ์อะราบิก้า 68,841 ไร่ ผลผลิต 9,241 ตัน

2.พันธุ์โรบัสต้า 186,106 ไร่ ผลผลิต 21,338 ตัน

ประเทศบราซิลเป็นผู้ผลิตกาแฟอันดับ 1 ของโลก ประมาณ 2.96 ล้านตัน เวียตนามผลิตเป็นอันดับ 2 ผลผลิต 1.76 ล้านตัน? และเป็นผู้ผลิตกาแฟพันธุ์โรบัสต้า อันดับ 1

การค้ากับประเทศอาเซียน ส่งออกไปยังอินโดนีเซีย ปริมาณ 76,800 กิโลกรัม มูลค่า 8,110,080 บาท มาเลเซีย ปริมาณ 27,538 กิโลกรัม มูลค่า 3,459,544 บาท และเวียดนาม ปริมาณ 2,707 กิโลกรัม มูลค่า 771,796 บาท

การนำเข้า-ส่งออกกาแฟของไทย ปี? 2558

รายการ การนำเข้า การส่งออก
ปริมาณ(ตัน) มูลค่า (ล้านบาท) ปริมาณ(ตัน) มูลค่า (ล้านบาท)
กาแฟดิบยังไม่ได้คั่ว 57,115 3,679 450 79
กาแฟคั่วรวมทั้งที่บดแล้ว 1,076 362 177 46
กาแฟผงสำเร็จรูป 6,972 2,116 7,595 1,008
กาแฟสังเคราะห์และของปรุงแต่งจากกาแฟ 7,004 1,041 47,370 4,960

—————————————————————————————————————————————————-

ศัตรูพืชกาแฟโรบัสต้าและการป้องกันกำจัด

1. มอดเจาะผลกาแฟ (coffee berry borer) เมล็ดกาแฟมีลักษณะเป็นรอยเจาะทำให้เมล็ดเสียหายเวลาลอยน้ำจัดเป็นเมล็ดเสีย

การป้องกันกำจัด : การเก็บเกี่ยวกาแฟ ควรเก็บผลผลิตให้หมดต้นไม่ให้ติดค้างอยู่บนต้นหรือร่วงหล่นตามพื้นดินใต้ต้น

2. เชื้อราที่เกิดในลานตากกาแฟ?Aspergillussp. จะเกิดเชื้อราในระหว่างการตากกาแฟเนื่องจากกาแฟโดนฝนและความชื้น

การป้องกันกำจัด

- ทำความสะอาดเก็บกวาดเศษซากพืชหรือเศษเมล็ดกาแฟที่ตกค้างบนลานตากเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อ

- เมื่อพบเมล็ดกาแฟติดเชื้อรา รีบเก็บออกนำไปทิ้ง เผาทำลาย

- หลีกเลี่ยงการตากกาแฟไม่ให้โดนฝน ควรมีหลังคาหรือผ้ากันความชื้นในเวลากลางคืนเพื่อป้องกันน้ำค้าง

ศัตรูพืชกาแฟอะราบิก้าและการป้องกันกำจัด

ในระยะสุกแก่

1. โรคราสนิม เป็นได้ทั้งใบอ่อนและใบแก่ เริ่มแรกใบเป็นจุดสีเหลืองเล็กๆ ??จุดสีเหลืองจะขยายใหญ่และเปลี่ยนเป็นสีส้ม ต่อมาจะมีผงสีส้มคล้ายสีสนิมกระจาย ทำให้ใบเป็นโรคถูกทำลายและร่วงในที่สุด ทำให้ผลผลิตกาแฟลดลง

การป้องกันกำจัด

ก. หมั่นเก็บกวาดใบที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก

ข. เกษตรกรควรปลูกพันธุ์ที่ต้านทานโรค ได้แก่ สายพันธุ์ คาติมอร์ CIFC 7963

ค. ในฤดูถัดไป พ่นด้วยสารไตรอะดิมีฟอน 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 12 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ออกซีคาร์บอกซิน อัตรา 12 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น 3-4 ครั้งต่อปีในฤดูฝน โดยเริ่มครั้งแรกเดือนมิถุนายน และครั้งต่อไปควรห่างกัน 5 สัปดาห์

2. โรคแอนแทรคโนส (โรคใบไหม้สีน้ำตาล/โรคกิ่งแห้ง/โรคผลแห้ง)

อาการที่ใบ: พบได้ทั้งใบอ่อนและใบแก่ ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาล เนื้อเยื่อกลางแผลตาย เมื่อรุนแรงจะเป็นแผลขนาดใหญ่ ทำให้ใบไหม้

อาการที่กิ่ง: ทำให้เกิดการไหม้บนกิ่งเขียวทำให้กิ่งแห้งทั้งกิ่ง

อาการที่ผล: พบได้ทั้งผลอ่อนและผลแก่ เริ่มแรกผลเป็นจุดสีน้ำตาล เมื่อรุนแรงแผลจะมีรูปร่างไม่แน่นอน ยุบตัว หากพบที่ผลอ่อนจะทำให้ผลไม่พัฒนาเป็นเมล็ด เปลี่ยนเป็นสีดำ หากพบที่ผลแก่ทำให้สุกแก่เร็วขึ้น

การป้องกันกำจัด

ก. ตัดกิ่ง ใบ และเก็บผลทีเป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก

ข. ตัดแต่งกิ่ง ทรงพุ่ม ให้โล่ง โปร่ง ให้มีแสงแดดลอดผ่านได้

ค. ให้ปุ๋ยบำรุงต้นเพื่อให้ต้นกาแฟมีความแข็งแรง

3. การเข้าทำลายของมอดเจาะผลกาแฟ จะเข้าทำลายช่วงผลดิบ ทำให้เมล็ดถูกทำลายเสียหาย

การป้องกันกำจัด

ก. การเก็บเกี่ยวกาแฟ ควรเก็บผลผลิตให้หมดต้นไม่ให้ติดค้างอยู่บนต้นหรือร่วงหล่นตามพื้นดินใต้ต้น

ข. ถ้าการระบาดรุนแรงให้เลือกใช้สารชนิดใดชนิดหนึ่งดังนี้ ไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 80-95 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

—————————————————————————————————————————————————

 

โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์
Satja Prasongsap (Research Scientist)

Horticultural Research Institute
E-mail : herbdoa@gmail.com

Category: VDO, พืชไม้ผล, พืชไม้ผล ก-ณ

Comments are closed.

banner ad

Hit Counter provided by technology news