banner ad

กล้วย

| November 23, 2012 | 0 Comments

กล้วย

กล้วยเป็นพืชอาหารของโลกที่มีปลูกอยู่มากกว่า 135 ประเทศทั้งในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน จากข้อมูลทางสถิติขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO Stat, 2014) ปี 2555 ทั่วโลกมีพื้นที่เก็บเกี่ยวกล้วยประมาณ 31 ล้านไร่ ผลผลิตกล้วยประมาณ 96 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 7.69 แสนล้านบาท แนวโน้มการผลิตตั้งแต่ปี 2550-2555 พบว่า พื้นที่เก็บเกี่ยวกล้วย ผลผลิตกล้วย และมูลค่าผลผลิตกล้วยของโลก มีอัตราเพิ่มขึ้น ประมาณ 1.19, 0.54 และ 2.49 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยแหล่งผลิตกล้วยส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชียคิดเป็น 42.3 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาอยู่ในทวีปแอฟริกา อเมริกา ออสเตรเลียโอเซียเนีย และยุโรป คิดเป็น 31.4, 24.1, 1.9 และ 0.4 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ประเทศผู้ผลิตหลัก ได้แก่ อินเดีย บราซิล ฟิลิปปินส์ แทนนซาเนีย จีน เอกวาดอร์ บรุนดี ไทย อูกันดา แองโกลา อินโดนีเซีย เป็นต้น

ชื่ออื่นๆ : กล้วยมะลิอ่อง กล้วยใต้ กล้วยตาปีอ่อง

ชื่อวงศ์ : MUSACEAE

ชื่อสามัญ : Banana

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Musa spientum Linn.

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นใต้ดินอายุหลายปี เป็นลำต้นปลอมรูปทรงกระบอก เกิดจากกาบใบห่อหุ้มซ้อนกัน ใบออกเรียงสลับ รูปขอบขนานขนาดใหญ่ ขอบเรียบ เส้นกลางใบแข็ง เส้นใบมีจำนวนมากโดยออกจากเส้นกลางใบทั้งสองข้าง ขนานกันไปจรดขอบใบ ก้านใบยาวด้านล่างกลม ด้านบนเป็นร่อง ส่วนโคนแผ่เป็นกาบ ดอกออกเป็นช่อห้อยบงด้านช่อดอกแข็ง ดอกย่อยแยกเป็นดอกเพศผู้และเพศเมีย เมื่ออยู่ตอนล่างของช่อ ดอกย่อยอยู่เป็นกลุ่มๆ แต่ละกลุ่มรองรับด้วยใบประดับขนาดใหญ่สีม่วงแดง ติดบนแกนกลางช่อดอกเรียงเวียนสลับกัน ดอกย่อยรูปทรงกระบอก กลีบดอกแยก 3-5 แฉก ผลสดรูปทรงกระบอกหรือสี่เหลี่ยมอยู่ติดกันคล้ายหวี มีเปลือกหนา เมื่อสุกมีรสหวานรับประทานได้

พันธุ์และการขยายพันธุ์

กล้วยกล้ายหรือกล้าย บางแห่งเรียกว่า กล้วยโกก กล้วยโคก กล้วยหมอนทอง ปลูกไม่แพร่หลาย มีที่จังหวัดจันทบุรี ตราด ที่บางกอกน้อย (กรุงเทพฯ) ต้นสูง 3.5-4 เมตร กาบลำต้นด้านนอกสีชมพูแดง มีประดำค่อนข้างมาก ด้านในสีเขียวอ่อนมีเส้นสีชมพู ก้านใบมีประดำเล็กน้อย มีร่องค่อนข้างแคบ เส้นกลางใบสีเขียวอ่อน ช่อดอกประกอบด้วยดอก ตัวเมียที่ดอกตัวผู้เป็นหมัน ไม่มีดอกตัวผู้หรือดอกกะเทย เมื่อดอกเป็นผลจึงไม่มีปลีเหลืออยู่ ช่อดอกย่อยมี 2-3 ช่อ ช่อหนึ่งมีดอกย่อยเล็กๆ 6-7 ดอก เครือหนึ่งมี 10-20 ผล ผลยาว 20 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางผล 4.5 เซนติเมตร เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ก้านผลสั้น ผลยาวโค้งงอ เปลือกค่อนข้างหนา เมื่อดิบสีเขียว เมื่อสุกเปลือกสีเหลืองคล้ายกล้วยน้ำว้า เนื้อสีส้ม รสหวานอ่อน มีกลิ่นหอมไส้เนื้อกล้วยแข็งเล็กน้อย เนื้อเหนียวอร่อยเมื่อสุก ผลไม่มีเมล็ด เพราะดอกกล้วยไม่มีการผสมพันธุ์

กล้วยขม หรือกล้วยขมเบา ขมหนัก กล้วยขมพบมากในภาคใต้ของประเทศไทย ลำต้นสูงประมาณ 2 เมตร กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียวเข้ม มีปื้นสีดำ ก้านใบมีสีเขียวเข้มเป็นมันร่องใบเปิด เครือหนึ่งมีประมาณ 5 หวี หวีหนึ่งมีประมาณ 10 ผล ลักษณะผลอ้วนกลม ผิวสีสดใสปลายผลมีจุก เมื่อผลสุกจะมีสีเหลืองเข้ม เนื้อสีีเหลืองอ่อน นิ่มฟู รสหวานหอม

กล้วยไข่ เป็นกล้วยที่ปลูกมากที่จังหวัดกำแพงเพชร เพชรบุรี ตาก และสุรินทร์ เครือกล้วยไข่มีขนาดเล็ก แต่ละหวีมีลูกดก ขนาดผลเล็ก ผิวสีเหลืองไข่ ผิวเปลือกบาง เนื้อสีเหลืองสวย รสหวานหอม เก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 40 – 45 วันหลังตัดปลี ในช่วงฤดูหนาวผลจะแก่ช้า อายุการเก็บเกี่ยว 50-55 วัน หลังตัดปลี กล้วยไข่ตกเครือให้ลูกสุกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงเข้าพรรษา ที่มีการทำข้าวกระยาสารทถวายพระ กล้วยไข่เป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานคู่กับกระยาสารทจะได้รสชาติที่อร่อยลงตัวพอดี กล้วยไข่ที่ขึ้นชื่อคือ กล้วยไข่กำแพงเพชร กล้วยไข่สายพันธุ์อื่นๆ เช่น กล้วยไข่พระตะบอง กล้วยไข่โบราณ เเละกล้วยไข่เล็กยโสธร มีเปลือกบางสีเหลือง รสหวานอร่อย เนื้อสีเหลืองไข่ เหนียวหวานหอม รับประทานสุกเป็นผลไม้ ทำเป็นขนมหวาน กล้วยเชื่อม กล้วยบวชชี และแปรรูปเป็นกล้วยตาก  ปี 2566  มูลค่าการส่งออกที่ 86.9 ล้านบาท มีปริมาณส่งออก 5,040 ตัน  เป็นกล้วยที่รสชาติหวานเนื้อแน่นพื้นที่ปลูกทั้งหมดประมาณ 72,000 ไร่ ปลูกมากที่ จันทบุรี กำแพงเพชร ตราด ตาก เพชรบุรี สุโขทัย ตลาดต่างประเทศที่สำคัญคือ จีน รองลงมาคือ กัมพูชา

กล้วยไข่ทองขี้แมว ลักษณะกล้วยไข่ทองขี้แมว ลำต้นสูงประมาณ 2.5-3 เมตร ลำต้นเทียมด้านนอก สีเขียวเข้มมีจุดประสีน้ำตาลเข้มจำนวนมาก และมีนวลมาก ด้านในสีออกชมพู ปลีมีใบประดับรูป ไข่ยาว ปลายแหลม และม้วนขึ้น ใบประดับมีสีแดงเทาไม่มีไข กลีบรวมใหญ่สีขาว ปลายสีเหลือง กลีบรวมเดี่ยวใสไม่มีสี มีดอกตัวผู้และตัวเมีย ใบประดับมีรูปร่างเรียวยาวปลายแหลม ด้านในสีซีด เครือกล้วยชี้ไปทางด้านข้างรวมทั้งปลี เครือหนึ่ง มีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมี 10-16 ผล ผลเมื่อสุกมีสีเหลืองอมส้ม มีเมล็ดด้านใน

กล้วยไข่พระตะบอง หรือกล้วยไข่บอง เจ็กบอง ปลูกมากในแถบภาคกลาง เช่น จังหวัดตราด สุรินทร์ ชัยภูมิ นนทบุรี ชลบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี ลำต้นสูง 2.5-3.5 เมตร เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมี 14-16ผล ผลโตกว่ากล้วยไข่ทั่วไป ก้านผลค่อนข้างสั้น ผลไม่มีเหลี่ยมปลายผลมนโค้งขึ้นเล็กน้อย เปลือกค่อนข้างหนา เนื้อด้านในสีเหลือง รสหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมเล็กน้อย หากไม่ชอบรสเปรี้ยวของกล้วยควรนำไปต้มทั้งเปลือกหรือนำไปทำกล้วยบวชชี จะช่วยให้ความเปรี้ยวลดลง

กล้วยเงิน มีลำต้นเทียมสูงประมาณ 2.5-3.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เซนติเมตร ลำต้นมีสีเขียวมีประดำเล็กน้อย ก้านใบและเส้นกลางใบสีเขียว ก้านใบมีปีก ก้านเครือไม่มีขน ปลีมีรูปไข่ป้อมสีม่วงเข้มปลายแหลม มีไขเล็กน้อย เครือหนึ่งมีน้อยกว่า 7 หวี หวีหนึ่งมี 10-16 ผล ผลเมื่อสุกมีสีเหลือง มีขนาดใหญ่เกือบเท่ากล้วยเทพรส รูปร่างคล้ายกล้วยไข่ขนาดใหญ่มาก เนื้อสีเหลือง

กล้วยจีน มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น กล้วยนมสวรรค์ บ้างก็เรียกว่า กล้วยน้ำนมราชสีห์ กล้วยลังกากล้วยไข่ฝรั่ง ชาวพัทลุงเรียกว่า กล้วยจีน ปลูกกันมากที่อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง จังหวัดทางภาคใต้ปลูกที่พัทลุงและที่สวนโมกข์ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกว่า กล้วยส้ม เป็นต้นกล้วยที่แข็งแรงต้นสูงใหญ่ กาบด้านนอกสีเขียวมะกอก เส้นกลางใบสีชมพูอมม่วงชัดเจน เครือเป็นรูปกรวย การเรียงตัวของหวีแน่น เครือหนึ่งมี 8-10 หวี ผลมีจุกเหมือนจุกขวด ผลเล็ก ก้านสั้น เมื่อดิบสีเขียวสด เมื่อสุกสีเหลืองสด ผลไม่หลุดจากเครือ รสหวานอมเปรี้ยว

กล้วยช้าง รูปร่าง ลักษณะต้น ใบ และปลี คล้ายกล้วยเทพรส ลักษณะที่ต่างกันคือ ปลีจะหลุดหายไปเมื่อติดผลหวีสุดท้าย แต่เครือกลับชี้ลงดิน เหมือนกล้วยเทพรสชนิดปลีปกติ ช่วงระหว่างหวีห่างจากกันการเรียงตัวของผลแผ่และเรียงตัวไปในทางเดียวกันคล้ายกล้วยน้ำว้า รอยต่อของขั้วหวีกับก้านเครือมีรอยตะเข็บนูนชัดเจน ขนาดของผลและรสชาติคล้ายกล้วยเทพรส

กล้วยตานี เป็นกล้วยป่าที่มาจากประเทศอินเดีย ปลูกเพื่อนำใบมาใช้เป็นใบตอง ผลกล้วยมีเมล็ด กล้วยตานีดิบใช้ปรุงเป็นอาหาร เช่น ส้มตำกล้วยดิบ กล้วยดิบกินกับแหนมเนือง นำไปดองหรือแกง เป็นต้น

กล้วยตีบ หรือกล้วยตีบคำ อีตีบ เป็นลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี ลำต้นสูง 3-4 เมตร กาบด้านนอกสีเขียวมีประสีน้ำตาล ต้นอ่อนสีชมพู ก้านใบสีชมพู ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ ใบอ่อนด้านล่างมีสีชมพู ท้องใบมีนวลสีขาว กาบใบยาวและเรียงตัวกันแน่นคล้ายเป็นลำต้น ลักษณะผลงอเล็กน้อย ปลายผลมีจุกใหญ่ ผลมีลักษณะคล้ายกล้วยหอม แต่ขนาดผลเท่ากล้วยไข่ หวีหนึ่งมีประมาณ 16-18 ผล ผล มีเหลี่ยมเห็นชัดเจน ผลสุกมีสีเหลืองทองสวย รสหอมหวาน

กล้วยทองร่วง หรือกล้วยไข่ทองร่วง ค่อมเบา พบมากในภาคใต้ ลักษณะกล้วยทองร่วงมีลำต้นเทียมความสูงไม่เกิน 2.5-3.5 เมตร กาบลำต้นด้านนอกมีประดำปานกลาง เครือชี้ออกด้านข้าง เครือหนึ่งมีมากกว่า 7 หวี หวีหนึ่งมีประมาณ 10-16 ผล น้ำหนักผลหนักประมาณ 87 กรัมต่อผล ขนาดผลเล็กใกล้เคียงกับกล้วยไข่แต่ผลใหญ่กว่า เปลือกสีเขียวอมเหลือง เมื่อสุกมีผิวสีเหลืองสดใส เนื้อมีสีเหลืองเข้ม รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เมื่อสุกเต็มที่ผลมักร่วงออกจากเครือ

กล้วยเทพรส หรือที่เรียกกันว่า กล้วยสิ้นปลี หรือกล้วย ปลีหาย เพราะเวลาตกเครือปลีจะหดหายไป กล้วยเทพรสในหนึ่งเครือมี 5-7 หวี แต่ละหวีมีราว 11 ผล ลักษณะผลมีขนาดใหญ่ มีสันเหลี่ยมตามเปลือกผลชัดเจน ปลายผลทู่ ก้านผลยาว ผลดิบสีเขียวหม่น เมื่อแก่จัดมีสีเขียวอมเทา ผลสุกเปลือกสีเหลืองส้ม เนื้อในสีครีม นำไปฉาบ เชื่อม ต้ม หรือเผารับประทาน เนื้อจะเหนียวและหวาน

กล้วยนมสาว พบมากในแถบภาคใต้ ลำต้นสูง 2.5-3.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกสีเขียวเข้ม มีปื้นสีดำ ก้านใบค่อนข้างสั้น มีประดำ ร่องก้านใบเปิด ปลีเป็นทรง ดอกบัว ปลายแหลม สีแดงอมม่วง เครือหนึ่งมี 5-7 หวี หวีหนึ่งมี 10-12 ผล ลักษณะผลอ้วนกลม ผิวสีสดใส ปลายผลมีจุกใหญ่งอนขึ้น เมื่อผลสุกเปลือกจะหนา รสชาติหอมหวาน

กล้วยนมหมี พบมากแถบภาคกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 2-2.5 เมตร ผลมีขนาดใหญ่ มีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร เครือหนึ่งมีประมาณ 4-7 หวี หวีหนึ่งมีประมาณ 10-16 ผล ผลมีขนาดใหญ่กว่ากล้วยหักมุก ปลายผลชี้ไม่เป็นระเบียบ มีจุกใหญ่ปลายมน ผลกว้างประมาณ 5-6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 12-13 เซนติเมตร มักพบแถบปลายผลแตกเป็นสีน้ำตาล ผลดิบมีสีเขียวแตกลายงาสีน้ำตาล เมื่อสุกสีจะออกเหลืองอมส้ม เนื้อสีขาวแน่น รสชาติหวาน เปลือกบาง เวลารับประทานควรนำผลไปทำให้สุกด้วยความร้อน จะช่วยให้รสชาติอร่อยขึ้น

กล้วยนาก เปลือกกล้วยสีออกสีนาก สีอมเเดงค่อนข้างคล้ำ (สีนากเป็นสีผสมระหว่างทองคำกับทองเเดง คนโบราณใช้ทำเข็มขัดนาก กำไลนาก) พันธุ์กล้วยนากมีกล้วยนากแดง กล้วยน้ำครั่ง กล้วยครั่ง กล้วยกุ้งแดง ผลดิบผิวเขียวอมเเดงหม่น ผลสุกผิวสีนากเเดง มีกลิ่นหอม รสหวาน กึ่งกล้วยไข่กึ่งกล้วยหอม เนื้อออกสีเหลืองส้ม ชาวมอญและชาวกะเหรี่ยงนำมาบดป้อนลูกเด็กเล็กเเดง เป็นกล้วยที่รับประทานกันมากในประเทศพม่า

กล้วยน้ำ หรือกล้วยกระเจาะเนิก มีลำต้นเทียมสูง 2.5 เมตร ปลีรูปไข่ออกยาว ปลายปลีแหลม ปลีมีสีม่วงเข้มไม่มีไข ด้านในสีแดง ปลายปลีม้วนขึ้น เครือของกล้วยน้ำห้อยลง เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมี 14 ผล ผลสุกสีเหลืองอมส้มมีรสหวานมาก

กล้วยน้ำไท เป็นกล้วยที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ในการเซ่นบวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน ไหว้ครู ร่วมกับขนมต้มแดงขนมต้มขาว หัวหมู ส้มสุกลูกไม้อื่น ๆ แต่ความที่เป็นกล้วยหายากในปัจจุบันจึงใช้กล้วยน้ำว้าแทน กล้วยน้ำไทผลสั้นกว่ากล้วยหอม ผลสุกผิวสีเหลืองอร่าม เนื้อกล้วยเหนียวคล้ายกล้วยน้ำว้า รสหวานเข้มคล้ายกล้วยหอม บางท้องถิ่นเรียกว่า กล้วยหอมน้อย

กล้วยน้ำนม พบในแถบภาคเหนือ ลำต้นสูง 2.5-3 เมตร ปลีสีม่วงอมแดง ก้านเครือสีเขียวมีขน เครือหนึ่งมี 7-12 หวี หวีหนึ่งมี 16-20 ผล ผลกลมเล็ก ปลายจุกงอนขึ้น เมื่อสุกจะมีสีเหลือง เปลือกหนา สีขาวนวล กลิ่นหอม เนื้อนุ่ม รสชาติหวานแหลม

กล้วยน้ำว้า เป็นกล้วยพื้นบ้านของคนไทยมีหลายสายพันธุ์ เช่น กล้วยน้ำว้ากาบขาว กล้วยน้ำว้าค่อม กล้วยน้ำว้าแดง กล้วยน้ำว้าเขียว เเละกล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง กล้วยน้ำว้ายังมีแบบไส้ดำ ไส้เหลือง ไส้แดง กล้วยน้ำว้าเมื่อดิบเปลือกสีเขียว (นอกจากเป็นกล้วยน้ำว้าเปลือกดำที่พบที่วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี) เนื้อเเน่น มีรสฝาด เมื่อสุกเปลือกเหลืองบาง เนื้อเเน่นนิ่ม มีรสหวาน กลิ่นหอม รับประทานทั้งแบบดิบด้วยการนำไปปรุงสุกเป็น เเกงกล้วย ทำตำกล้วย ผัดผลกล้วย กล้วยปิ้ง กล้วยบวชชี กล้วยเชื่อม กล้วยฉาบ กล้วยตาก กล้วยกวน และรับประทานสุกเป็นผลไม้ ระยะเก็บเกี่ยว ลักษณะผลเหลี่ยมกล้วยขนาด 3 ใน 4 ส่วน อายุจากวันตัดปลี อายุ 90-100 วัน ตัดกล้วยเมื่อความแก่ประมาณ 75% หากขนส่งไปขายไกลๆ เป็นกล้วยที่ปลูกง่าย แปรรูปได้หลากหลาย มีตลาดรองรับในประเทศมาก พื้นที่ปลูกทั้งหมดประมาณ 380,000 ไร่ โดยมีการปลูกกระจายทั่วทั้งประเทศ เช่น จันทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ เลย เพชรบุรี

กล้วยน้ำว้ากาบขาว มีลำต้นเทียมสูงประมาณ 2.5-3.5 เมตร กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียวอ่อน โคนกาบมีสีน้ำตาลปนแดง มีประดำเล็กน้อย ด้านในสีเขียวอ่อน ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ เส้นกลางใบมีสีเขียว ท้องใบมีนวลมาก เครือหนึ่งมี 7-12 หวี ผลดิบมีสีเขียวนวล มีเหลี่ยมเห็นชัด เปลือกค่อนข้างหนา เมื่อผลสุกเหลี่ยมจะลบและผลมีสีเหลืองกระดังงา เนื้อสีขาวเหนียว ไส้กลางมีสีเหลือง รสหวาน

กล้วยน้ำว้ากาบดำ พบที่จังหวัดจันทบุรี ลักษณะกล้วยน้ำว้ากาบดำมีลำต้นสูง 3.5-4.5 เมตร กาบด้านนอกมีสีเขียวอ่อน มีลายดำเล็กน้อย กาบด้านในมีสีเขียวอ่อน ลักษณะก้านใบสีเขียวอ่อน ร่องใบเปิด ดอกสีม่วงอมแดง ลักษณะเรียวยาว เครือหนึ่งมีประมาณ 5-7 หวี หวีหนึ่งมี 10-17 ผล ผลมีลักษณะยาวเรียว

กล้วยน้ำว้าเขียว ลำต้นสูง 2.5-3 เมตร กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียวมะกอก ผลดิบสีเขียวสดไม่มีนวล เปลือกค่อนข้างหนา เมื่อสุกเหลี่ยมลบหมดมีสีเหลืองอมเขียว ที่สันเหลี่ยมยังคงทิ้งสีเขียวไว้จางๆ เนื้อมีสีขาว ไส้กลางสีเหลือง เนื้อเหนียว รสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ นิยมนำมาทำให้สุกก่อนรับประทาน เช่น กล้วยฉาบ กล้วยทอด

กล้วยน้ำว้าค่อม พบได้ทั่วทุกภาค บางท้องถิ่นเรียกน้ำว้าเตี้ย หรืออีเตี้ย เป็นต้นที่กลายพันธุ์มาจากกล้วยน้ำว้า กาบขาว ลำต้นสูงเพียง 2 เมตร ใบค่อนข้างใหญ่และเปราะ เครือหนึ่งมี 7-10 หวี หวีหนึ่งมี 14-18 ผล ก้านผลยาว ช่องว่างระหว่างหวีน้อยกว่ากล้วยน้ำว้าทั่วไป จึงค่อนข้างแน่น บางครั้งเบียดกันมากจนทำให้บางผลมีลักษณะเรียวแหลม เมื่อสุกมีสีเหลืองอมขาว ไส้กลางมีสีเหลือง รสหวานอร่อย ให้เนื้อเยอะ ผลใช้รับประทานสด และแปรรูป

กล้วยน้ำว้าแดง หรือกล้วยน้ำว้าในออกหรือกล้วยสุกไส้แดง หรือกล้วยอ่อง เป็นกล้วยที่กลายพันธุ์มาจากกล้วยน้ำว้า ลักษณะต้นโดยทั่วไปคล้ายกล้วยน้ำว้ากาบขาว กาบลำต้นนอกมีสีเขียวอ่อนปนแดง มีประดำเล็กน้อย หน่อมีสีแดงจัดกว่าพันธุ์กาบขาว ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ เส้นกลางใบสีเขียวหม่น ท้องใบมีนวลมาก เครือหนึ่งมี 7-12 หวี เมื่อสุกเนื้อในเป็นสีขาวปนชมพู ไส้กลางมีสีชมพูแดง รสหวาน เนื้อเหนียว จึงไม่นิยมใช้เลี้ยงทารก เพราะย่อยยาก

กล้วยน้ำว้าดำ พบได้ทั่วไปในแถบภาคกลาง ลำต้นสูง 2.5-3 เมตร เครือหนึ่งมี 5-7 หวี หวีหนึ่งมี 10-15 ผลผลอ่อนมีลายตามผิว ผลเป็นเหมือนสนิม เมื่อผลแก่จะมีลายเกือบเต็มผล และมีสีน้ำตาลเข้ม เมื่อผลสุกส่วนที่เป็นสีเขียวจะกลายเป็นสีเหลือง ส่วนที่เป็นสีน้ำตาลสีจะซีดลง ผิวเปลือกบาง เนื้อผลสีขาว รสหวานมีกลิ่นเล็กน้อย

กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง บ้างเรียกกล้วยน้ำว้าสวน หรือทองมาเอง พบที่บางกอกน้อย จังหวัดนนทบุรี มีลำต้นเทียมสูงไม่เกิน 2.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียวปนแดง มีประดำค่อนข้างมาก ก้านใบสีเขียวสด ท้องใบมีนวลมาก เครือหนึ่งมี 5-7 หวี ลักษณะผลภายนอกเหมือนกล้วยน้ำว้ากาบขาว ผลสุกมีสีเหลืองปนน้ำตาล เปลือกบาง บางครั้งมีกระที่ผิว เนื้อในมีสีขาวเหลือง รสหวานจัดกว่าทุกพันธุ์ เป็นกล้วยที่นิยมปลูกในสวนแถบบางกอกน้อย และสวนทุเรียนที่จังหวัดนนทบุรี

กล้วยน้ำว้าลูกไส้ดำ พบที่จังหวัดกำแพงเพชร ลักษณะกล้วยน้ำว้าลูกไส้ดำมีลำต้นสูง 3 เมตร กาบด้านนอกเขียวอ่อน ก้านใบสีเขียวอ่อน ฐานใบโค้งงอ ปลีรูปร่างค่อนข้างใหญ่ทรงเรียวปลายแหลม ด้านนอกสีแดงอมม่วง ด้านในสีหม่น เมื่อกาบปลีเปิดจะม้วนงอขึ้น เครือหนึ่งมี 5-7 หวี หวีหนึ่งมี 10-15 ผล ปลายผลจะมีเกสรตัวเมียติดอยู่ เมื่อผ่าดูจะเห็นไข่ที่ไม่ได้รับการผสมเรียงกันเป็นเส้นสีดำ นิยมรับประทานผลสุก

กล้วยนิ้วมือนาง หรือกล้วยหวาน พบที่จังหวัดนครสวรรค์ ลำต้นสูง 2.5-3.5 เมตร กาบด้านนอกเขียว ด้านในสีเหลืองอมเขียว ก้านใบสีเขียว ร่องใบเปิด ปลีมีสีแดงรูปไข่เรียวแหลม ปลายแหลม ก้านเครือมีขนเครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หวีหนึ่งมี 10-16 ผล ผลยาว 12-16 เซนติเมตร กว้าง 3-4 เซนติเมตร เมื่อสุกจะมีสีเหลือง รสหวานเล็กน้อย

กล้วยบัวสีชมพู หรือกล้วยบัว พบได้ทั่วไป ลำต้นสูงประมาณ 2.5 เมตร ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบเส้นกลางใบสีเขียว ใบมีลักษณะเรียวเล็กรูปใบพาย ช่อดอกไม่มีขน ก้านช่อดอกตั้งขึ้น ใบประดับรูปไข่ค่อนข้างยาวสีชมพูคล้ายกลีบดอกบัว ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ ผลมีรูปรีแกมขอบขนาน เมื่อผลสุกจะมีสีเหลือง แต่ละหวีมี 1 แถว ผลจะเรียงตัวกันไม่เป็นระเบียบ

กล้วยบัวสีส้ม พบได้ทั่วไป พบมากที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำต้นสูง 1.5-2 เมตร ลำต้นมีขนาดเล็ก ต่างจากกล้วยบัวสีชมพูที่การแตกกอ โดยกล้วยบัวสีส้มจะแตกตัวกระจัดกระจาย ก้านใบมีสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกชูตั้งขึ้น ก้านช่อดอกไม่มีขน ใบประดับ รูปร่างคล้ายกลีบดอกบัว สีส้ม ผลมีสีเขียว ผิวเรียบ ขนาดเล็ก นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ

กล้วยผา หรือกล้วยครก กล้วยโทน กล้วยป่า พบในป่าแถบภาคเหนือและภาคอีสาน ลักษณะกล้วยผา มีลำต้นเทียมเตี้ย สูงต่ำกว่า 0.5 เมตร กาบใบมีนวลหนาและเรียงตัวหลวมๆ ลำต้นเทียมขยายใหญ่ ก้านใบสั้นสีเขียว เส้นใบสีเขียว ช่อดอกใหญ่ ชูตั้งและโน้มลงตรงขนานกับพื้นดิน ใบประดับและดอกอยู่สลับกัน และชิดติดกันมาก ใบประดับมีขนาดใหญ่สีแดงอมม่วง รูปค่อนข้างป้อม ปลายป้าน ดอกที่อยู่โคนช่อดอกเป็นดอกกะเทยผลใหญ่ เรียงกันไม่เป็นระเบียบ รูปป้อม ปลายแหลม มีเมล็ดมาก เมล็ดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 5-6 มิลลิเมตร หรือมากกว่า เมล็ดพักตัวได้เป็นเวลานานและสามารถงอกได้เองในฤดูฝน ต่อมาเป็นกล้วยที่ทนความแห้งแล้งได้ดี ขึ้นตามซอกหน้าผาที่เป็นหินได้

กล้วยพม่าแหกคุก พบได้ทั่วไปตามแถบภาคกลาง ลักษณะกล้วยพม่าแหกคุก มีลำต้นเทียมสูงไม่เกิน 3.5-4 เมตร กาบลำต้นด้านนอกมีประสีดำมาก ด้านในซีดขาว ก้านใบมีร่องแคบมาก ก้านช่อดอกไม่มีขน ใบประดับมีรูปร่างป้อม ปลายมน ด้านนอกสีม่วงแดง มีไขมาก ด้านในสีแดงไม่ซีด กลีบรวมใหญ่สีม่วง ปลายสีเหลือง กลีบรวมเดี่ยวสีม่วงใส ที่ปลายสีเหลืองมีหยักเล็กน้อย ก้านของเกสรตัวเมียมีหยักที่โคนซึ่งมีลักษณะเหมือนกล้วยซาบาของฟิลิปปินส์ มีรังไข่ตรงสีม่วง เกสรตัวเมียและเกสรตัวผู้สีครีม ก้านเกสรตัวเมียสั้นกว่าเกสรตัวผู้เล็กน้อย เครือหนึ่งมี 8-12 หวี หวีหนึ่งมีประมาณ 14-20 ผล ผลมีสีเขียวเข้มเป็นเงา เมื่อสุกมีสีเหลืองจำปา เปลือกหนาเป็นเงา มีขนาดใกล้เคียงกับกล้วยหักมุก รูปร่างของผลใกล้เคียงกับกล้วยหักมุกเช่นกัน เนื้อแน่น มีลักษณะเหนียวๆ เนื้อผลสีขาว รสหวาน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เมื่อนำไปย่าง

กล้วยร้อยหวี มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศอินโดนีเซีย เรียกชื่อว่า ปิซัง เซเรบู (pisang serebu) บางทีก็เรียกว่า กล้วยงาช้าง ลำต้นเหมือนกล้วยทั่วไปแต่ต้นเล็กกว่าต้นกล้วยน้ำว้า ใบสีเขียวเข้ม สูงราว 1.5-2 เมตร อายุการออกดอกใช้เวลา 6 เดือน เมื่อออกดอกแล้วก็จะเริ่มตกปลี ระยะตกปลีจนสุดปลายเครือใช้เวลาทยอยเป็นหวีกล้วยเล็กๆ ยาวนาน 9-12 เดือน จึงจะสุดเครือ ช่อดอกมีดอกแน่นมาก เป็นดอกตัวเมียส่วนใหญ่ ออกเป็นเครือห้อยย้อยลง ยาวเฟื้อยเหมือนงวงช้าง บางครั้งจึงเรียกว่ากล้วยงวงช้าง ในเครือที่สมบูรณ์ เครือหนึ่งมี 200-300 หวี มีผลกว่า 3,000 ผล เครือยาวถึง 6 ฟุต ปลายปลีเล็กเรียว เมื่อสุกรสหวานอ่อน เนื้อน้อย

กล้วยเล็บช้างกุด กล้วยเล็บช้างกุด หรือกล้วยโก๊ะ อีเต่า พบมากทางภาคใต้ ลำต้นสูง 3.5-4 เมตร กาบลำต้น ด้านนอกมีสีเขียว ก้านใบสีเขียว เส้นกลางใบสีเขียว ช่อดอกไม่มีขน ปลีค่อนข้างป้อม มีความกว้างมาก ปลายมน ด้านนอกมีสีแดงอมม่วง มีนวล ด้านในสีแดงสดใส เมื่อกาบปลีกางออกจะตั้งฉากกับช่อดอก กาบปลีแต่ละใบจะซ้อนกันลึก เครือหนึ่งมีประมาณ 8 หวีขึ้นไป หวีหนึ่งมี 14-18 ผล ลักษณะผลป้อมคล้ายกล้วยตานี ปลายผลมน ก้านผลยาว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง รสหวาน เนื้อมีแป้งมาก บางผลมี เมล็ด ถ้าต้มแล้วเนื้อจะแน่นเหนียว นิยมรับประทานผลสดเมื่อสุก

กล้วยเล็บมือนาง เป็นกล้วยกลายพันธุ์มาจากกล้วยป่า ปลูกกันมากทางภาคใต้โดยเฉพาะที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร นับเป็นกล้วยที่แพร่หลายมากชนิดหนึ่ง (คนนครศรีธรรมราชเรียกว่า กล้วยหมาก พัทลุงเรียกว่า กล้วยทองหมาก นครสวรรค์เรียกว่า กล้วยเล็บมือ เลยเรียกว่า กล้วยหอม) มีลำต้นผอมสูง กาบด้านนอกสีชมพูอมแดง ผลมีขนาดเล็กเท่านิ้วมือ ปลายยาวเรียว โค้งงอ ปลายผลมีสีดำเล็กแหลมเป็นก้านเกสรเรียกว่า “เล็บ” ในหนึ่งหวีมีผลเเน่นมาก ขนาด 30-40 ผล ผลสุกสีเหลืองทอง เนื้อในสีเหลือง กลิ่นหอมแรง รสหวาน เนื้อนุ่ม รับประทานสุกเป็นผลไม้ เเปรรูปเป็นกล้วยตาก เเละกล้วยฉาบอบใบเตย

กล้วยเลือด หรือเรียกว่า กล้วยเสือพราน กล้วยทหารพราน กล้วยใบลาย เป็นกล้วยป่าชนิดใบประ ต้นเดี่ยว กอเล็ก ต้นเทียมสูงเพียง 2-3 เมตรเท่านั้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 เซนติเมตร กาบลำต้นเทียมสีเขียวอมเหลือง มีปื้นดำเป็นประใหญ่อยู่ทั่วไป ด้านในกาบใบสีเขียวอ่อนตลอดลำต้น ใบมีประสีแดงอมม่วง โดดเด่นสวยงาม เมื่อต้นโตขึ้นประก็จะจางลง จึงนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ ดอกช่อสั้น ก้านเครือลูกกล้วยมีขน ปลีเล็กเรียวปลายแหลม สีแดงอมม่วง ผลเล็กเกาะกันแน่นในแต่ละหวี เมื่อผลโตขึ้นกลายเป็นสีเขียว เครือหนึ่งมี 7-8 หวี หวีหนึ่งมี 10-16 ผล ผลสุกสีเหลือง มีรสหวาน แต่มีเมล็ดมาก พบที่จังหวัดแพร่และบริเวณภาคเหนือของไทย

กล้วยส้ม จันทบุรีเรียก กล้วยหักมุก ราชบุรีเรียก กล้วยหักมุกเหลือง นนทบุรีเรียก กล้วยหักมุกสีทอง พบทั้งทางภาคเหนือ และภาคตะวันออก ลักษณะกล้วยส้มมีลำต้นเทียมสูง 2.5-3.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นประมาณ 15 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกสีเขียวเข้ม ด้านในมีสีชมพูอ่อน มีไขปานกลาง ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ ไม่มีปีก ก้านใบเอนลงมีสีเขียว เส้นกลางใบสีเขียว ก้านช่อดอกไม่มีขน ใบประดับ มีสีม่วงเข้ม มีนวล ด้านในสีแดงเข้มไม่ซีด โคนทั้งสองข้างของใบประดับหรือกาบปลีมีสีเหลือง ปลายมนและมีสีเหลือง ค่อนข้างป้อม มีไขมาก เมื่อบานเต็มที่จะม้วนขึ้น ก้านดอกตัวเมียสีแดงเรื่อๆ กลีบรวมใหญ่สีครีมส้ม ปลายสีเหลือง กลีบรวมเดี่ยวสีครีมใส รูปร่างของผลเหมือนกล้วยหักมุกขาว มีจุกใหญ่ หวีแรกจะแตกลายงา เครือห้อยลง เครือหนึ่งมีประมาณ 7-8 หวี หวีหนึ่งมีประมาณ 16-18 ผล ผลมีเหลี่ยมคล้ายกล้วยหักมุก เปลือกหนาสีเขียว ก้านผลยาว ปลายผลมีจุกใหญ่ เมื่อสุกจะมีสีเหลืองทอง เนื้อผลสีเหลืองอมส้ม รสหวานอมเปรี้ยว นิยมรับประทานผลสุก

กล้วยสา พบมากในภาคใต้ ลำต้นสูง 2-2.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร กาบด้านนอกมีสีเขียวอ่อนมีลายประดำ กาบด้านในมีสีเขียวอ่อน ก้านใบยาว โคนก้านใบมีปื้นดำเล็กน้อย ตัวใบมีสีเขียวอ่อน รูปทรงใบยาวปลายเรียว ปลีสีม่วงอมแดงเข้ม ปลีเป็นรูปทรงกระบอก ยาว 15-17 เซนติเมตร เครือหนึ่งมี 5-7 หวี หวีหนึ่งประมาณ 10 ผล ขนาดกว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ยาวประมาณ 9 เซนติเมตร ลักษณะผลคล้ายกล้วยไข่ ผลเหยียดยาวตรง เนื้อผลสีครีม รสหวาน หอม

กล้วยสามเดือน พบได้ทั่วไป มีลำต้นเทียมสูง 2.5-3.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 18 เซนติเมตร มีประสีดำปานกลาง กาบลำต้นด้านในมีสีเขียวอ่อนปนชมพูมีไขปานกลาง ก้านใบและเส้นกลางใบสีเขียว ร่องใบปิด ไม่มีปีก เครือและปลีห้อยลง ก้านเครือมีขนปลีมีใบประดับรูปไข่ ปลายแหลมและม้วนขึ้น มีไขปานกลาง ปลีสีม่วงแดง เครือหนึ่งมีประมาณ 7-8 หวี หวีหนึ่งมี 15-20 ผล ผลมีเหลี่ยมชัดเจน เปลือกหนา เมื่อผลสุกจะมีสีเหลืองอมส้ม รสหวานเล็กน้อย

กล้วยหกหรือกล้วยป่าอ่างขาง กล้วยแดง เป็นกล้วยตานีป่า พบมากตามภูเขาสูงแถบภาคเหนือ ลำต้นสูงประมาณ 2.5-4 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกสีเขียวอมเหลือง มีประดำเล็กน้อย ด้านในสีเหลืองอ่อน ก้านใบสีเขียวอมเหลือง และมีประเล็กน้อย ก้านดอกมีขน ปลีรูปไข่ ปลายมน ด้านบนสีเหลืองอมม่วงเข้ม ไม่มีนวล ด้านล่างมีสีครีม แต่ละใบเรียงซ้อนกันลึก และเมื่อกาบปลีหลุดมีสันตื้น เครือหนึ่งมี 5-7 หวี หวีหนึ่งมี 9-13 ผล ลักษณะผลป้อมปลายทู่ ก้านผลยาวเกือบเท่าความยาวของผล เนื้อสีเหลือง มีเมล็ด นิยมนำปลีมาปรุงอาหาร

กล้วยหอมจันทน์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กล้วยน้ำ กล้วยขนุน ลำต้นขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 25 เซนติเมตร สูง 3-3.5 เมตร กาบนอกสีชมพูอมแดงเล็กน้อย กาบใบสีชมพูอมแดง ร่องใบกว้าง เครือหนึ่งมี 7-11 หวี หวีหนึ่งมี 12-14 ผล ผลเล็กเรียว ก้านผลสั้น ปลายผลเป็นจุกสั้น เปลือกหนาปรากฏเหลี่ยมบนผลชัดเจนเรียงตัวเป็นระเบียบไปทางเดียวกัน ผลดิบสีเขียวสด ผลสุกสีเหลืองเข้ม รสหวานเย็นรสชาติดีมาก มีกลิ่นหอมจัดจนฉุน ปลูกที่จังหวัดนครนายกเรียก กล้วยหอมนางนวล นครศรีธรรมราชเรียก กล้วยแก้ว สกลนครและชัยภูมิเรียก กล้วยหอม ยโสธรเรียก กล้วยหอมเล็ก ส่วนที่กาฬสินธุ์เรียก กล้วยหอมจันทน์

กล้วยหอมทอง เป็นพันธุ์กล้วยเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ลำต้นขนาดใหญ่ แข็งแรง ก้านใบมีร่องค่อนข้างกว้างและมีปีก ก้านช่อดอกมีขน ผลยาวรี ปลายคอดมีจุก เปลือกบาง เมื่อดิบเปลือกสีเขียว สุกเปลือกกลายเป็นสีเหลืองทอง เนื้อสีส้มอ่อน กลิ่นหอม รสหวาน เนื้อนุ่มเนียน อายุการเก็บเกี่ยวไม่ควรเกิน 90 วันหลังตัดปลี กรณีส่งออกตัดกล้วยเมื่ออายุ 50-55 วันหลังตัดปลี (ความแก่ 75 เปอร์เซ็นต์) กล้วยที่ค้าขายกันในโลกส่วนใหญ่เป็นกล้วยหอมพันธุ์คาเวนดิช (Cavendish) และกรอสไมเคิล(Gros Michael) ซึ่งมีรสหวาน เปลือกสีเหลืองหนา และขั้วเหนียว อันเป็นคุณสมบัติที่เหมาะกับการ ขนส่งทางไกล  พันธุ์กล้วยหอมที่ปลูกเป็นการค้าทั่วโลกเป็นกล้วยในกลุ่มคาเวนดิช  95 % พันธ์ที่ปลูกทั้งหมดของประเทศ ประมาณ 8,100 ไร่ โดยปลูกกระจายตัวทั่วทุกภาคของประเทศ ชุมพร ปทุมธานี เพชรบุรี สกลนคร สระบุรี ปี 2566 มูลค่าการส่งออกที่ 53.4 ล้านบาท ไทยส่งออกกล้วยมูลค่า 6.9 ล้านดอลลาร์ ติดอันดับ 18 ของโลก แต่ประเทศไทยผลิตกล้วยหอมในกลุ่ม Gros Michel คือกล้วยหอมทอง กล้วยหอมไต้หวัน (หอมปทุม) มีปริมาณส่งออก 1,521 ตัน

กล้วยหอมสั้น ลำต้นเทียมมีความสูงน้อยกว่า 2.5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 15 เซนติเมตร ลำต้นมีประดำและไขปานกลาง กาบลำต้นด้านในมีสีชมพู ก้านใบมีปีกเป็นสีชมพู เส้นกลางใบสีเขียว เครือออกทางด้านข้างขนานกับดินรวมทั้งปลีด้วย ก้านช่อดอกมีขนเล็กน้อย ปลีมีใบประดับรูปไข่ยาว ปลายแหลม สีม่วงเข้ม ปลายม้วนขึ้น เครือหนึ่งมีน้อยกว่า 7 หวี หวีหนึ่งมี 10-16 ผล ผลสุกมีสีเหลืองอมส้ม มีขนาดใกล้เคียงกับกล้วยน้ำว้าแต่รูปร่างเหมือนกล้วยไข่ รสหวาน

กล้วยหักมุก เป็นกล้วยที่นิยมนำมาปิ้งรับประทาน ตามแผงปิ้งกล้วยก็มักจะมีกล้วยหักมุกปิ้งทั้งเปลือกขายร่วมอยู่ด้วยเสมอ กล้วยหักมุกสุกเนื้อจะหยาบและแน่นขึ้น มีสีเหลืองอร่ามน่ารับประทาน รสหวานอ่อนอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม นอกจากนี้ยังนำมาทำกล้วยหักมุกฉาบ ที่พม่ารับประทานกล้วยหักมุกสุกเป็นผลไม้ กล้วยส้มเป็นกล้วยหักมุกชนิดหนึ่ง ปลูกที่จังหวัดจันทบุรี

กล้วยหินเป็นกล้วยคู่แม่น้ำปัตตานี ปลูกตามควน (ตามเนินแนวลาดของภูเขาหรือเนินเขา) แถวบันนังสตาจังหวัดยะลา เป็นกล้วยที่ช่วยเสริมรายได้ให้ชาวบ้านอย่างมาก เพราะเมื่อนำไปแปรรูปแล้วจะอร่อยมากกล้วยหินต้มที่สามแยกบ้านเนียง อำเภอบันนังสตา มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าอร่อยมาก กล้วยฉาบหินจากตำบลถ้ำทะลุก็ดังไม่แพ้กัน

การขยายพันธุ์ : โดยการแยกหน่อหรือแยกเหง้า

การเลือกซื้อหน่อพันธุ์กล้วย (น้ำว้า, ไข่ และหอมทอง)
1.เป็นหน่อที่ได้จากแปลงผลิตพันธุ์ดี และตรงตามพันธุ์ มีการจัดการตามมาตรฐาน GAP
2.หน่อเป็นลักษณะหน่อใบแคบ (หน่อใบดาบ) หน่อมีสภาพสมบูรณ์แข็งแรงไม่ปรากฏอาการของการขาดธาตุอาหาร หรือการทำลายของโรคและแมลง
3.อายุหน่อไม่เกิน 3-4 เดือน เส้นผ่าศูนย์กลางโคนหน่อระหว่าง 8-12 เซนติเมตร ความสูงไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร พร้อมปลูกได้ทันที
4.ต้องมีป้ายตามมาตรฐานติดกับหน่อพันธุ์หรือภาชนะบรรจุ สามารถตรวจสอบได้

การปลูกและการดูแล : เตรียมดินโดยกำจัดวัชพืชให้หมดตากดินไว้ 5-7 วัน จากนั้นขุดหลุมให้กว้างยาวและลึกด้านละ 50 ซม. ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกคลุกเคล้าดินรองก้นหลุม วางหน่อกล้วยลงกลางหลุมให้ยอดสูงกว่าระดับดินประมาณ 5 นิ้ว ส่วนตาจะอยู่ลึกประมาณ 1 ฟุต กลบดินให้เต็มหลุมและเหยียบให้แน่น การดูแล หมั่นพรวนดินกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยเพื่อช่วยให้ตกผลเร็ว ลำต้นอวบแข็งแรงผลโต

————————————————————————————–

การให้ปุ๋ย : การใส่ปุ๋ยเพื่อการเจริญทางลำต้น 3 ส่วนคือครั้งแรกหลังปลูก 1-2 เดือน ครั้ง 2 หลังปลูก 3-4 เดือน ครั้ง 3 หลังปลูก 5-6 เดือนและครั้งสุดท้ายระยะการให้ผลผลิตคือประมาณ 7 เดือนหลังปลูก การเจริญเติบโตทางลำต้นจะใช้ 70-75% ของปริมาณธาตุอาหาร และระยะการให้ผลผลิตจะใช้ 25-30% ของปริมาณธาตุอาหาร

- การปลูกในวัสดุเพาะ : กล้วยไข่ต้องการธาตุไนโตรเจนไม่น้อยกว่า 60 กรัม/ต้น ฟอสฟอรัส 15 กรัม/ต้นและโพแทสเซียม 190 กรัม/ต้น

- การปลูกบนดิน : กล้วยไข่ต้องการไนโตรเจน 85 กรัม/ต้น ฟอสฟอรัส 50 กรัม/ต้นและโพแทสเซียม 270 กรัม/ต้น

——————————————————————————————-

การให้น้ำ : การให้น้ำของกล้วยไข่โดยใช้สูตร= K Epan Area

โดย K =สัมประสิทธิ์การใช้น้ำของกล้วยไข่ (= 1 ทุกระยะการเจริญเติบโตของกล้วย) Epan = ค่าระเหยน้ำจากถาดระเหย class A-plan โดยทั่วไปการระเหยของน้ำจะอยู่ในช่วงเฉลี่ย 3.5-6 มิลลิเมตร/วัน Area= พื้นที่ดินใต้ทรงพุ่มกล้วย(3.14 0.25 0.25 ตารางเมตร)

 

แมลงศัตรูที่สำคัญและการป้องกันกำจัด

ก. ด้วงงวงเจาะเหง้ากล้วย ตัวหนอนเจาะกัดกินไชชอนอยู่ในเหง้ากล้วย ซึ่งโดยมากกินอยู่ใต้ระดับดินโคนต้น ซึ่งไม่สามารถมองเห็นการทำลายหรือร่องรอยได้ชัด การทำลายของหนอนทำให้ระบบการส่งน้ำ และอาหารจากพื้นดินขึ้นไปเลี้ยงลำต้นขาดตอนชะงักไป เมื่อเป็นมากๆ หรือแม้มีหนอนเพียง 5 ตัวในเหง้าหนึ่งๆ เท่านั้น ก็สามารถไชชอนทำให้กล้วยตายได้ หากมีแมลงติดไปกับหน่อกล้วยที่ปลูกใหม่ก็จะทำให้หน่อใหม่ตายก่อนที่จะให้เครือ ด้วงงวงเจาะต้นกล้วย ตัวเต็มวัยวางไข่ตามบริเวณกาบกล้วย ส่วนของลำต้นที่เหนือพื้นดินขึ้นไปจนถึงประมาณกลางต้น ตัวหนอนค่อยๆ เจาะกัดกินเข้าไปทีละน้อยจนถึงไส้กลางของต้น มองเห็นข้างนอกรอบต้นเป็นรูพรุนทั่วไป ทำให้ต้นกล้วยตาย หากเข้าทำลายในระยะใกล้ออกปลีจนถึงตกเครือ จะทำให้เครือหักพับกลางต้น หรือเหี่ยวเฉายืนต้นตาย

การป้องกันกำจัด

1. รักษาความสะอาดของแปลงปลูก กำจัดเศษและวัสดุต้นกล้วยที่อยู่ในแปลงปลูก ถ้าเป็นต้นกล้วยที่ตัดเครือแล้วให้ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ วางกระจายให้รอยตัดหงายขึ้น เพื่อให้แห้งเร็ว ไม่เป็นที่หลบซ่อนและแหล่งอาหารของตัวเต็มวัย

2. หน่อกล้วยที่ใช้ปลูกต้องปราศจากแมลง ถ้าหากไม่แน่ใจให้จุ่มใน คลอร์ไพริฟอส 4๐% อีซี อัตรา 4๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ 2๐ ลิตร การขุดหน่อกล้วยต้องนำออกจากแปลงปลูกในทันที ห้ามทิ้งคาหลุมไว้ หรือทิ้งไว้ในแปลงข้ามคืนเพื่อป้องกันการวางไข่ เมื่อขุดหน่อหรือตัดต้นแล้ว ควรจะใช้ดินกลบด้วยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเข้าวางไข่ในต้นหรือเหง้าเดิมตรงรอบแผล

3. การใช้กับดักเพื่อป้องกันและลดความความเสียหาย โดยใช้ต้นกล้วยที่ตัดเครือแล้ว นำมาตัดเป็นท่อนยาว 3๐ เซนติเมตร แล้วผ่าครึ่งตามยาว นำต้นกล้วยนั้นไปวางคว่ำให้รอยผ่าหันลงดินในบริเวณใกล้โคนต้นกล้วย วางในสวน กับดักละ 1 ท่อน แต่ละกับดักห่างกัน 1๐ เมตร เพื่อล่อตัวเต็มวัยให้เข้ามาในกับดัก แล้วหมั่นตรวจจับตัวเต็มวัยที่มาหลบซ่อนใต้ท่อนกล้วยนั้นมาทำลาย และควรเปลี่ยนท่อนกล้วยที่ใช้เป็นกับดักบ่อยๆ เพราะว่าท่อนกล้วยเก่าจะเหี่ยว ประสิทธิภาพการล่อจะลดลง

4. ใช้สารฆ่าแมลง คลอร์ไพริฟอส 4๐% อีซี อัตรา 4๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ 2๐ ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 1๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ 2๐ ลิตร ราดโคนต้นกล้วยสูงจากพื้นดิน 3๐ เซนติเมตร และรอบโคนต้น รัศมี 3๐ เซนติเมตร โดยรอบ วิธีนี้จะช่วยป้องกันการเข้าวางไข่ของตัวเต็มวัย ขณะเดียวกันจะช่วยกำจัดหนอนและตัวเต็มวัยที่หลบซ่อนโคนต้นกล้วยได้

ข. หนอนม้วนใบกล้วย หนอนวัยแรกจะกัดกินอยู่ใต้ใบ โดยเริ่มจากขอบใบก่อน และขยายเป็นแถบกว้างเพื่อใช้ม้วนห่อตัว เมื่อหนอนโตขึ้น การม้วนใบมีลักษณะเป็นหลอดยาวและใหญ่ขึ้นตามตัว ระยะหนอน 23-25 วัน เข้าดักแด้ภายในหลอดประมาณ 1๐ วัน และเป็นผีเสื้อ ใบกล้วยที่ถูกหนอนกัดกินมาทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากใบกล้วยได้ การป้องกันกำจัด เก็บทำลายตัวหนอนม้วนใบที่พบตามใบกล้วย

โรคที่สำคัญและการป้องกันกำจัด

ก. โรคใบจุดเฟโอเซปทอเรียเริ่มแรกพบจุดขนาดเล็ก สีน้ำตาลดำ ต่อมาขยายเป็นแผลรูปยาวรี เมื่อความชื้นเหมาะสมแผลตรงกลางจะแห้งเป็นสีน้ำตาลอ่อนปนเทา ขอบแผลเป็นแถบสีน้ำตาลเข้มและรอบแผลเป็นสีเหลือง

ข. โรคใบจุดซิกาโตกาสีเหลือง

เริ่มแรกพบจุดขนาดเล็ก สีเหลือง ต่อมาขยายใหญ่ เป็นขีดสีเหลืองยาวขนานไปตามเส้นใบ จากนั้นจะใหญ่ขึ้น ตรงกลางแผลแห้งเป็นสีน้ำตาลปนเทา แผลคล้ายรูปตา มีวงสีเหลืองล้อมรอบ เมื่ออาการรุนแรงใบจะเหลือง ขอบใบแห้งและฉีกขาด ทำให้กล้วยมีการเจริญเติบโตไม่เต็มที่ การออกดอกและผลไม่ปกติ ผลไม่สมบูรณ์ มีขนาดเล็ก แก่ก่อนกำหนด

การป้องกันกำจัด

1. ตัดแต่งใบกล้วยในแต่ละต้น หรือแต่ละกอไม่ให้แน่นเกินไป เพื่อลดความชื้นในกอกล้วย ที่จะเสี่ยงต่อการเกิดโรค หรือสะสมโรค
2. ตรวจแปลงกล้วยอย่างสม่ำเสมอ หากพบใบกล้วยมีอาการโรค ให้รีบตัดใบที่เป็นโรคออกไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก แล้วพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช คาร์เบนดาซิม 5o% เอสซี อัตรา 3o มิลลิลิตร ต่อน้ำ 2๐ ลิตร หรือ โพรคลอราซ 5o% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 3๐ กรัมต่อน้ำ 2๐ ลิตร หรือ ทีบูโคนาโซล 43% เอสซี อัตรา 3o มิลลิลิตรต่อน้ำ 2๐ ลิตร หรือ ไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 3๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ 2๐ ลิตร หรือ แมนโคเซบ 8o % ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 3๐ กรัมต่อน้ำ 2๐ ลิตร โดยพ่นให้ทั่วต้นที่เป็นโรค

ค. โรคตายพราย หรือ โรคปานามา หรือโรคเหี่ยว ใบกล้วยบริเวณใบล่างหรือใบแก่แสดงอาการเหี่ยวเฉา ต่อมาใบจะเหลืองจากขอบใบและลุกลามเข้ากลางใบ ก้านใบหักพับตรงรอยต่อกับลำต้น ใบที่หักพับจะเหี่ยวแห้ง ต้นกล้วยจะชะงักการเจริญเติบโตและตายในที่สุด **โรคนี้สามารถระบาดไปทางดิน ดังนั้นต้นที่อยู่ในบริเวณนั้นจะถูกเชื้อสาเหตุโรคนี้ทำลายหมด

การป้องกันกำจัด

1. ควรเลือกแปลงปลูกที่ดินไม่เป็นกรดจัด หรือ ปรับสภาพดินไม่ให้เป็นกรดจัด โดยใส่ปูนขาว หรือโดโลไมท์ และแปลงปลูกควรมีการระบายน้ำที่ดี

2. คัดเลือกหน่อกล้วยจากแหล่งปลูกที่ไม่เคยมีโรคตายพรายระบาดมาก่อน หรือไม่นำหน่อพันธุ์จากต้นตอที่เป็นโรคไปปลูกขยาย และใช้หน่อพันธุ์ที่ไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ

3. หมั่นตรวจแปลงกล้วยอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการใบเหี่ยวเฉา ให้ใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช อีไตรไดอะโซล+ควินโตซีน 6% + 24% อีซี อัตรา 3๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ 2๐ ลิตร หรือ คาร์เบนดาซิม 5o% เอสซี อัตรา 3o มิลลิลิตรต่อน้ำ 2๐ ลิตร หรือ ทีบูโคนาโซล 43 % เอสซี อัตรา 3o มิลลิลิตรต่อน้ำ 2๐ ลิตร ราดบริเวณโคนต้นหรือกอกล้วยที่เป็นโรค หรือขุดต้นที่เป็นโรคออก แล้วโรยด้วยปูนขาวให้ทั่วบริเวณกอที่เป็นโรคประมาณ 1-2 กิโลกรัมต่อหลุม

4. หากอาการโรคเกิดขึ้นรุนแรงจนใบเหลืองและเหี่ยวตายทั้งต้น ให้ขุดต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกพื้นที่ปลูก แล้วโรยด้วยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุดต้นเป็นโรคออกไป

5. ในแปลงที่มีการระบาดของโรค ควรเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน

 

- โรคโคนหวีเน่า จุ่มด้วยสารเคมี โปรคลอราซและ อิมาซาริส หรือใช้ potassium sorbate 500 ml/g จุ่มนาน 5นาที

- การยืดอายุการเก็บรักษากล้วยไข่ใช้ hot water treatment(HWT) โดยจุ่มในน้ำร้อน ที่ 50 องศาเซลเซียสแล้วจุ่มในน้ำที่ 25 องศาเซลเซียส 30 นาที ช่วย

- การใช้ cinnamon oil 0.3-0.4% สามารถชะลอการเกิดโรคแอนแทรคโนสของกล้วย

—————————————————————————————

 

การใช้ฮอร์โมน : การทำให้ต้นกล้วยเตี้ยลงใช้สารพาโคลบิวทราโซลอัตรา 30-90 ppm. ช่วยลดความสูงได้ 38-50% และสารยูนิโคลนาโซลอัตรา 3-9 ppm. ลดความสูงได้ 31-32% กับกล้ากล้วยที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหลังลงปลูก 4 สัปดาห์ โดยอัตราความเข้มข้นสูงจะลดความสูงกล้วยได้ดีกว่าอัตราความเข้มข้นต่ำ

ดัชนีการเก็บเกี่ยว

กล้วยไข่ 35-45 วัน หลังตัดปลี ลักษณะผลยังเป็นเหลี่ยม และเนื้อมีสีครีม กล้วยหอม 50 วัน ขึ้นไปหลัง ตัดปลี ลักษณะผลกล้วยเป็นเหลี่ยม และเนื้อมีสีขาว กล้วยที่มีเนื้อเหลืองแสดง ว่าแก่จัดและเริ่มสุก  ควรเก็บเกี่ยวในช่วงเช้า เครือกล้วยหุ้มด้วยแผ่นฟองน้ำหรือแผ่นโฟมป้องกันการช้ำระหว่างเคลื่อนย้าย การเก็บรักษากล้วยไข่ 2 องศาเซลเซียสได้ 1 วัน ที่ 5 c  ได้ 2 วัน ที่ 10  c ได้ 5 วัน ที่ 13-15 c  ได้ 14-21 วัน ที่มากกว่า 20 องศาเซลเซียสได้ 10 วัน  การเก็บรักษาที่ 2-10 c นานเกินไปจากที่กล่าว กล้วยจะเกิดอาการสะท้านหนาว เปลือกกล้วยเป็นสีน้ำตาล ไม่สุก และเน่าเสีย

การบรรจุภัณฑ์สำหรับกล้วยไข่ดิบเพื่อการส่งออก จะใช้กล่องกระดาษ ลูกฟูกความจุ 12-18 กิโลกรัม บุภายในกล่องด้วยถุงโลวเดนซิตี้โพลีเอทธิลีน (low density polyethylene) โดยรองก้นถุงด้วยโฟมอ่อน เรียงหวีกล้วยชั้นเดียว แล้ว คั่นระหว่างหวีด้วยแผ่นโฟม แผ่นพลาสติกหรือกระดาษเพื่อป้องกันการเสียดสี ระหว่างหวีขณะบรรจุและขนย้าย จากนั้นปิดถุงแล้วปิดกล่องแล้วขนส่งในอุณหภูมิ ที่เหมาะสม คือ 13-15 องศาเซลเซียส เมื่อกล้วยถึงปลายทางจะถูกบ่มด้วย เอทธิลีน ที่อุณหภูมิ 16-20 องศาเซลเซียส เพื่อให้กล้วยสุกสม่ำเสมอ พร้อมจำหน่าย หรือบริโภค

————————————————————————————–

การนำไปใช้ประโยชน์

- ทางอาหาร ไส้ในกล้วยที่ยังไม่ออกเครือ (หยวกกล้วย) ใช้แกงส้ม แกงกะทิ กินสดๆ หรือต้มกินกับขนมจีน ลูกดิบนำมาแกงป่า แกงกะทิ ผลสุกกินเป็นผลไม้ ทำขนม หัวปลีกินสดหรือลวกจิ้มกับน้ำพริก ผัดหัวปลี ผลกล้วยดิบแกง ใส่ปลาหลดปลาไหล
- ทางยา ยางสมานแผลห้ามเลือด ผลดิบแก้ท้องเสีย ผลสุก เป็นยาระบายสำหรับผู้เป็นโรคริดสีดวงทวาร หัวปลีแก้โรคเกี่ยวกับลำไส้ แก้โรคโลหิตจางลดน้ำตาลในเส้นเลือด

 

สรรพคุณ

- ราก แก้โรคขัดเบา

- ใบ รักษาบาดแผลสุนัขกัด

- ผล บำรุงเลือดเนื้อ ทำให้อุจาระถ่ายสะดวก แก้บิดมุกเลือด

- หัวปลี แก้ร้อนใน โรคโลหิตจาง บำรุงน้ำนม

 

GAP กล้วย

 

บทสรุปผู้บริหารกล้วยไข่

 

by : Satja Prasongsap
Research Scientist
Horticultural Research Institute

Category: VDO, พืชสมุนไพร, พืชสมุนไพร ก-ณ, พืชไม้ผล, พืชไม้ผล ก-ณ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

banner ad

Hit Counter provided by technology news