<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน &#187; พืชสมุนไพร</title>
	<atom:link href="http://hort.ezathai.org/?cat=5&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://hort.ezathai.org</link>
	<description>พืชผัก เห็ด และสมุนไพร, การปลูก, ศูนย์องค์ความรู้พืชสวนด้านการเกษตร, สัจจะ ประสงค์ทรัพย์, herbdoa, medicinal plant,satja prasongsap, Horti Thai</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 May 2026 08:04:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.2</generator>
		<item>
		<title>ส้มป่อย</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=4295</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=4295#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Feb 2015 06:38:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ย-ฮ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=4295</guid>
		<description><![CDATA[<p>ส้มป่อย (Som poi) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acacia concinna (Willd.) DC. ชื่อวงศ์ : FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE) ชื่ออื่น : ส้มขอน (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ส้มป่อยเป็นไม้รอเลื้อยทอดลำต้นเกาะเกี่ยวขึ้นไป เปลือกต้นสีน้ำตาล ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมสั้น ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน โคนใบและปลายใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ดอก ออกเป็นช่อกระจุกแน่น รูปทรงกลมที่ปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาวนวล อัดแน่นอยู่บนแกนช่อดอก ผล เป็นฝักแบนยาวเป็นลอนตามเมล็ด ยาว 4-12 ซม. ปลายฝักแหลม สันฝักหนา มีสารกลุ่มซาโปนินสูงถึง 20% ตีกับน้ำจะเกิดฟอง สรรพคุณ ใบ มีรสเปรี้ยวฝาดเล็กน้อย ต้มน้ำดื่มขับเสมหะ ขับระดูขาว แก้บิด แก้โรคตา ตำประคบให้เส้นเอ็นอ่อน ดอก มีรสเปรี้ยวฝาดมัน แก้เส้นเอ็นที่พิการให้สมบูรณ์ [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4295">ส้มป่อย</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>ส้มป่อย </strong>(Som poi)</p>
<p><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์ : </strong><em>Acacia concinna (Willd.) DC.<span id="more-4295"></span></em></p>
<p><strong>ชื่อวงศ์ :</strong> FABACEAE (LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE)</p>
<p><strong>ชื่ออื่น :</strong> ส้มขอน (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน)</p>
<p><strong>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์</strong></p>
<p><strong> </strong>ส้มป่อยเป็นไม้รอเลื้อยทอดลำต้นเกาะเกี่ยวขึ้นไป เปลือกต้นสีน้ำตาล ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมสั้น <strong>ใบ </strong>เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปขอบขนาน โคนใบและปลายใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว <strong>ดอก </strong>ออกเป็นช่อกระจุกแน่น รูปทรงกลมที่ปลายกิ่ง ดอกเล็กสีขาวนวล อัดแน่นอยู่บนแกนช่อดอก <strong>ผล </strong>เป็นฝักแบนยาวเป็นลอนตามเมล็ด ยาว 4-12 ซม. ปลายฝักแหลม สันฝักหนา มีสารกลุ่มซาโปนินสูงถึง 20% ตีกับน้ำจะเกิดฟอง<strong></strong></p>
<p><strong>สรรพคุณ</strong></p>
<p>ใบ มีรสเปรี้ยวฝาดเล็กน้อย ต้มน้ำดื่มขับเสมหะ ขับระดูขาว แก้บิด แก้โรคตา ตำประคบให้เส้นเอ็นอ่อน</p>
<p>ดอก มีรสเปรี้ยวฝาดมัน แก้เส้นเอ็นที่พิการให้สมบูรณ์</p>
<p>ฝัก มีรสเปรี้ยว ต้มหรือบดรับประทานเป็นยาถ่าย ขับเสมหะ แก้ไอ แก้ไข้จับสั่น ทำให้อาเจียน แก้น้ำลายเหนียว ต้มเอาน้ำสระผมแก้รังแค ตำพอกหรือชุบสำลีปิดแผล แก้โรคผิวหนัง</p>
<p>เปลือกฝักมีรสขมเปรี้ยวเผ็ดปร่า เจริญอาหาร กัดเสมหะ แก้ไอ แก้ซางเด็ก</p>
<p>เมล็ดคั่ว บดละเอียด ใช้เป่าจมูก ทำให้จาม</p>
<p>ต้น มีรสเปรี้ยวฝาด แก้น้ำตาพิการ</p>
<p>ราก มีรสขม แก้ไข้</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4295">ส้มป่อย</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=4295</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>GAP บัวบก</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=2500</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=2500#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2013 02:44:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[GAP]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร บ-ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=2500</guid>
		<description><![CDATA[<p>GAP บัวบก ชื่อวิทยาศาสตร์ Centella asiatica (L.) Urban ชื่อสามัญ Asiatic Pennywort ชื่อวงศ์ UMBELLIFERAE ชื่ออื่น ปะหนะเอขาเด๊าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ผักแว่น (Penninsular) ผักหนอก (ภาคเหนือ) สถานการณ์ พื้นที่ปลูกทั้งประเทศประมาณ 16,144 ไร่ ผลผลิต 24,216 ตัน มูลค่า 484 ล้านบาท ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 2,960 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ราคาขายบัวบกสด กิโลกรัมละ 18 บาท พื้นที่ปลูกที่สำคัญคือ จังหวัดนครปฐม นครศรีธรรมราช และนนทบุรี 1. ลักษณะของพืช เป็นพืชล้มลุก ลำต้นสั้น มีไหล หรือส่วนของลำต้น ที่แตกแขนงทอดนอนไปตามพื้นดินที่เรียกว่าไหล มีรากงอกออกตามข้อของลำต้น ใบเดี่ยว แผ่นใบรูปไต หรือค่อนข้างกลม งอกออกจากข้อตั้งตรง สูงประมาณ 10-15 ซม. [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=2500">GAP บัวบก</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>GAP บัวบก<span id="more-2500"></span></strong><strong></strong></p>
<p><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์ </strong><em>Centella asiatica</em> (L.) Urban</p>
<p><strong>ชื่อสามัญ </strong>Asiatic Pennywort<strong></strong></p>
<p><strong>ชื่อวงศ์ </strong>UMBELLIFERAE</p>
<p><strong>ชื่ออื่น </strong>ปะหนะเอขาเด๊าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)</p>
<p>ผักแว่น (Penninsular) ผักหนอก (ภาคเหนือ)</p>
<p>สถานการณ์ พื้นที่ปลูกทั้งประเทศประมาณ 16,144 ไร่ ผลผลิต 24,216 ตัน มูลค่า 484 ล้านบาท ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 2,960 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี ราคาขายบัวบกสด กิโลกรัมละ 18 บาท พื้นที่ปลูกที่สำคัญคือ จังหวัดนครปฐม นครศรีธรรมราช และนนทบุรี</p>
<p><strong>1. ลักษณะของพืช </strong><strong></strong></p>
<p>เป็นพืชล้มลุก ลำต้นสั้น มีไหล หรือส่วนของลำต้น</p>
<p>ที่แตกแขนงทอดนอนไปตามพื้นดินที่เรียกว่าไหล มีรากงอกออกตามข้อของลำต้น ใบเดี่ยว แผ่นใบรูปไต หรือค่อนข้างกลม งอกออกจากข้อตั้งตรง สูงประมาณ 10-15 ซม. ก้านใบสีเขียว ใบเดี่ยว รูปร่างกลม ฐานใบโค้งเว้าเข้าหากัน ขอบใบเป็นคลื่นหยักดอกขนาดเล็ก สีม่วงมัน สารสำคัญในบัวบก ในลำต้นและใบมีสารที่สำคัญคือ กรดมาดีคาสสิค (madecassic acid), กรดเอเชียติก (Asiatic acid) สารเหล่านี้จะมีฤทธิ์ในการสมานแผล ช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดเชื้อเป็นหนองในได้อีกด้วย</p>
<p><strong>2. สภาพพื้นที่ปลูก </strong></p>
<p>- ควรเป็นพื้นที่ที่มีความลาดเอียงต่ำ</p>
<p>- เป็นดินเหนียวถึงดินเหนียวปนดินร่วน มีความอุดมสมบูรณ์สูง</p>
<p>- เป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก แต่ไม่ท่วมขัง มีความชื้นแฉะสูง</p>
<p>- สามารถขึ้นได้ดีทั้งในที่ร่ม และที่โล่งแจ้ง<strong></strong></p>
<p><strong>3. พันธุ์ </strong></p>
<p>3.1 การเลือกพันธุ์</p>
<p>1.เลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง กิ่งใบที่สมบูรณ์</p>
<p>2.เป็นพันธุ์ที่ถูกต้องตรงตามความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการบริโภคสด</p>
<p>3. เลือกพันธุ์บัวบกที่ปลอดจากโรค ไม่มีโรคและแมลงติดมากับไหลที่ใช้ขยายพันธุ์</p>
<p>3.2 พันธุ์ที่นิยมปลูกเพื่อผลิตเชิงการค้า ได้แก่ สายพันธุ์เชียงราย มหาสารคาม และนครศรีธรรมราช<strong></strong></p>
<p><strong>4. การปลูก</strong><strong></strong></p>
<p>4.1 การเตรียมดิน : เตรียมแปลงให้ดินร่วนซุย จากนั้นยกร่องแปลงให้สูงเหนือดินเพื่อป้องกันความชื้นและน้ำขัง เพราะใบบัวบกเป็นพืชคลุมดินหากไม่ยกแปลงขึ้นเวลามีน้ำขังหรือความชื้นมากเกินไปอาจทำให้ใบเน่าหรือเกิดเชื้อราได้ โดยแปลงกว้างประมาณ 1-2 เมตร ส่วนความยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ พรวนดินและกลับหน้าดินตากทิ้งไว้ 7 วัน จากนั้นก็ให้พรวนดินพร้อมกับทำการใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 1-2 กิโลกรัม/ตารางเมตร</p>
<p>4.2 การเตรียมพันธุ์ : ใช้เมล็ด หรือไหล การใช้ไหลเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วกว่าการใช้เมล็ด โดยตัดแยกไหลที่มีต้นอ่อนและราก ไปเพาะในกระบะเพาะประมาณ 1-2 สัปดาห์ จึงย้ายกล้านำไปปลูกในแปลง โดยรดน้ำแปลงให้ชุ่มก่อนปลูก หรือใช้ไหลปลูกลงในแปลงปลูกได้โดยตรง</p>
<p>4.3 วิธีการปลูก : นำไหลของต้นบัวบกมาปักลงในแปลง ระยะห่าง 10 x 10 เซนติเมตร โดยในระยะแรกที่ลงปลูกใหม่ๆ ควรนำสแลนหรือวัสดุทางการเกษตรมาพรางแสงไว้ประมาณ 7-10 วัน<strong> </strong>เนื่องจากที่แดดที่ร้อนจัดในช่วงกลางวัน ส่งผลให้ต้นกล้าที่ลงแปลงใหม่ๆ ใบไหม้ และอาจเฉาตายได้ หลังจาก 1 สัปดาห์เมื่อรากเดินดีแล้วให้นำแสลนออก หรือบางแห่งนิยมปลูกโดยใช้สแลน เพื่อลดความร้อนจากแสงแดด</p>
<p><strong>5. การดูแลรักษา</strong></p>
<p>5.1 การให้น้ำ : การให้น้ำบัวบกมี 2 วิธี คือ การให้น้ำระบบมินิสปริงเกลอ เปิดให้น้ำเช้าและเย็น ครั้งละ 10-15 นาที หากเป็นการใช้สายยางเดินฉีดน้ำให้รดจนกว่าจะชุ่ม</p>
<p>5.2 การใส่ปุ๋ย : ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 1-2 กิโลกรัม/ตารางเมตร ทุก 6 เดือน หรือปุ๋ยเคมี จะใส่ปุ๋ย 2 ครั้ง ตลอดฤดูการปลูกบัวบก คือ ครั้งแรกใส่ปุ๋ยหลังจากปลูก 15 &#8211; 20 วัน โดยใส่ปุ๋ยสูตร 16-20-0 อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยสูตร 25-7-7 อัตรา 3 &#8211; 4 กิโลกรัมต่อไร่ การใส่ปุ๋ยครั้งที่สองจะห่างจากการใส่ครั้งแรก 15 &#8211; 20 วันโดยเปลี่ยนเป็นใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 3 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเมื่อใส่ปุ๋ยเสร็จแล้วจะต้องรดน้ำให้ชุ่ม ถ้าใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ให้แบ่งใส่ครั้งละ 1 กิโลกรัมต่อตารางเมตร</p>
<p>5.3 การกำจัดวัชพืช : กำจัดวัชพืชโดยการใช้แรงงานถอนวัชพืชออกจากแปลงปลูก</p>
<p>5.4 โรคและแมลง</p>
<p>โรคที่สำคัญ ได้แก่</p>
<p>โรคโคนเน่า หรือโรคราเมล็ดผักกาด เกิดจากเชื้อรา <em>Sclerotium rolfsii</em> เป็นโรคที่พบเป็นหย่อมๆ ในแปลงปลูก</p>
<p>การป้องกันกำจัด</p>
<p>1. ใช้เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ เช่น <em>Trichoderma harzianum</em> ใส่ในแปลงปลูก</p>
<p>2. ถอนต้นที่เป็นโรคออกจากแปลงปลูก เผาทำลายทิ้ง</p>
<p>3. ขุดดินบริเวณที่เป็นโรคออกจากแปลง และใช้ปูนขาวโรยรอบหลุม และตากดินไว้</p>
<p>โรคใบจุดที่เกิดจากเชื้อรา <em>Septoria</em> sp. พบระบาดรุนแรงในช่วงฤดูฝน</p>
<p>การป้องกันกำจัด</p>
<p>1. เก็บใบที่เป็นโรคออกจากแปลง และเผาทำลายทิ้ง</p>
<p>2. ใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อรา เท่าที่จำเป็น</p>
<p>โรคใบจุดสีแดง พบระบาดรุนแรงในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้ง แต่ไม่พบในฤดูฝน</p>
<p>การป้องกันกำจัด ยังไม่ทราบชนิดของเชื้อสาเหตุโรค</p>
<p>แมลงที่สำคัญ</p>
<p>หนอนกัดกินใบ หนอนชนิดนี้จะกัดกินใบจนเหลือแต่ก้านใบ ถ้าระบาดมากจะทำความเสียหายทั่วแปลง ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 1.2 เซนติเมตร เมื่อกางปีกเต็มที่กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร หัวสีน้ำตาล ลำตัวสีน้ำตาลอ่อน ปลายปีกหน้าและปีกหลังมีสีน้ำตาลอมเทา</p>
<p>การป้องกันกำจัด ถ้าพบจำนวนไม่มากเก็บตัวหนอนออกไปทำลายทิ้ง หรือนำเมล็ดลางสาดจำนวน 1-5 กิโลกรัม บดผสมน้ำประมาณ 20 ลิตร หมักทิ้งไว้ 12 ชม. กรองเอาแต่น้ำฉีดพ่นให้ทั่วแปลง นอกจากนี้ยังนำต้นมะเขือเทศมาหั่นให้ละเอียดประมาณ 100 กรัม ใส่ในน้ำร้อนจำนวน 2 ลิตร หมักทิ้งไว้ 5 ชม. กรองเอาแต่น้ำฉีดพ่นทั่วแปลง</p>
<p><strong>6. การเก็บเกี่ยว</strong></p>
<p><strong> </strong>6.1 ระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม : เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หลังจากปลูกประมาณ 5-6 เดือน แต่บางแห่งเก็บเกี่ยวได้หลังจากปลูก 90 วัน และเก็บเกี่ยวได้อย่างต่อเนื่อง โดยเก็บเกี่ยวใบในรอบต่อไปได้ภายใน 2-3 เดือน และให้ผลผลิตได้นานหลายปี ประมาณ 2-3 ปี</p>
<p>6.2 วิธีการเก็บเกี่ยว<strong> </strong>:<strong> </strong>ใช้มีดตัดต้นเหนือจากพื้นดินประมาณ 2-3 เซนติเมตร หรือเก็บเกี่ยวทั้งต้นโดยใช้เสียมเหล็กขุดเซาะบริเวณโคนต้น แล้วดึงเอาต้นบัวบกออกมาทำความสะอาด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>7. การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว </strong></p>
<p>7.1 การแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยว : มีทั้งในรูปแบบที่ไม่แปรรูป และแปรรูป<strong></strong></p>
<p>7.1.1 สภาพที่ไม่แปรรูป มีทั้งที่เป็นพืชสด ใช้เป็นผัก หรือคั้นน้ำทำเป็นเครื่องดื่ม และพืชแห้ง ใช้เป็นวัตถุดิบเริ่มต้นของการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์</p>
<p>- นำบัวบกมาล้างน้ำ และทำความสะอาดเก็บใบเหลือง และใบที่เป็นโรค หรือโดนแมลงทำลาย แยกออกทิ้ง หลังจากนั้นนำมามัดรวมกันเป็นกำ บรรจุใส่ภาชนะเพื่อขนส่งจำหน่ายโดยระหว่างการขนย้ายนำผ้าชุบน้ำปิดภาชนะบรรจุบัวบกเพื่อรักษาความสดใหม่</p>
<p>- การทำให้แห้ง หลังจากล้างบัวบกให้สะอาด นำมาหั่น แล้วอบหรือตากให้แห้ง อุณหภูมิที่ใช้อบประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส จนแห้งสนิท ประมาณ 48 ชั่วโมง ให้มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 14.0 โดยน้ำหนัก</p>
<p>7.1.2 สภาพแปรรูป เป็นสารสกัด ทั้งสารสกัดหยาบ และสารสกัดบริสุทธิ์ ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และยา โดยการสกัดด้วยเอธานอล หรือน้ำ และต้องให้ได้สารสกัดตามข้อกำหนดมาตรฐานของสมุนไพรบัวบก</p>
<p>7.2 การเก็บรักษา :</p>
<p>- ควรเก็บรักษาวัตถุดิบให้สะอาดตามหลักสุขอนามัย และเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์</p>
<p>- นำเข้าจัดเก็บที่ห้องที่มีอากาศถ่ายเทดี ป้องกันแสงแดด ระวังไม่ให้มีเชื้อราหรือแมลงเข้าไปทำให้คุณภาพไพลลดลง</p>
<p>- การเก็บใบสด ควรใส่ตู้เย็น หรือในที่ที่ให้ความเย็นและควบคุมอุณหภูมิได้อย่างสม่ำเสมอ การทิ้งบัวบกสดให้แห้งเหี่ยวจะทำให้สารสำคัญบางชนิด เช่น ascorbate มีปริมาณลดลงตามระยะเวลา โดยจากรายงานพบว่าใน 4 ชั่วโมง ปริมาณลดลง 30% ถ้าปล่อยไว้นาน 12 ชั่วโมง จะลดลง 58% และเมื่อนาน 24 ชั่วโมง ลดลง 80%</p>
<p><strong>8. สุขลักษณะและความสะอาด</strong></p>
<p><strong> </strong>- ควรรักษาแปลงปลูกสมุนไพรให้ถูกสุขลักษณะและสะอาดอยู่เสมอ</p>
<p>- กำจัดวัชพืช เพื่อไม่ให้แข่งขันกับพืชหลัก หรือเป็นแหล่งเพาะศัตรูพืชซึ่งอาจติดไปกับผลผลิต</p>
<p>- หลังการตัดแต่ง ควรนำเศษพืชไปทิ้งนอกแปลง หรือทำลายเสีย</p>
<p>- หลังการพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้เผากำจัดวัสดุเหลือใช้ และกำจัดภาชนะบรรจุให้ถูกวิธี</p>
<p>- เก็บรักษาวัสดุทางการเกษตร เช่น ปุ๋ย สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการทำการเกษตรกรรมให้เรียบร้อยปลอดภัย อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>9. การบันทึกข้อมูล</strong> <strong></strong></p>
<p>ในการผลิตเกษตรดีที่เหมาะสมของไพล ควรมีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติในขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ เพื่อสามารถนำไปใช้ในการตรวจสอบวิธีการผลิตได้โดยเฉพาะการนำไปใช้เป็นวัตถุดิบคือสารออกฤทธิ์ ดังนั้นการบันทึกข้อมูลจะเป็นสิ่งที่ช่วยในการผลิตวัตถุดิบให้ได้สารออกฤทธิ์ที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานและหากมีข้อผิดพลาดหรือบกพร่องเกิดขึ้น จะได้สามารถแก้ไขหรือปรับปรุงวิธีการผลิตได้ทันทีรายละเอียดที่ควรบันทึกได้แก่</p>
<p>1. บันทึกขั้นตอนการผลิต เช่น รายละเอียดการใส่ปุ๋ย ให้น้ำ การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะปุ๋ยซึ่งมีผลต่อปริมาณสารสำคัญ และสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งหากมีสารพิษตกค้างจะทำให้คุณภาพของสมุนไพรไม่เป็นไปตามมาตรฐาน</p>
<p>2. บันทึก วันปลูก วันออกดอก วันเก็บเกี่ยว การเก็บเกี่ยว วิธีการบรรจุ การขนส่ง และชื่อผู้ปฏิบัติงาน ฯลฯ เพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบสมุนไพร เช่น ถ้าเก็บเกี่ยวในช่วงเวลา/อายุ ที่ไม่เหมาะสมจะมีผลทำให้คุณภาพต่ำ ข้อมูลที่บันทึกไว้จะสามารถนำมาใช้ปรับปรุงแก้ไขวิธีการผลิตให้ได้วัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพดีตามมาตรฐาน</p>
<p>3. บันทึก วัน เดือน ปี และวิธีการปฏิบัติงานเพื่อใช้ตรวจสอบ และวางแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหา</p>
<p>สรุปข้อกำหนดมาตรฐานของสมุนไพรบัวบก</p>
<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td width="197">
<p align="center">รายการ</p>
</td>
<td width="197">
<p align="center">ไม่มากกว่า</p>
<p align="center">(โดยน้ำหนัก)</p>
</td>
<td width="197">
<p align="center">ไม่น้อยกว่า</p>
<p align="center">(โดยน้ำหนัก)</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" width="197">ปริมาณสิ่งแปลกปลอม</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">2.0%</p>
</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">-</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" width="197">ปริมาณความชื้น</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">14.0%</p>
</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">-</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" width="197">ปริมาณเถ้ารวม</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">17.0%</p>
</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">-</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" width="197">ปริมาณเถ้าที่ไม่ละลายในกรด</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">7.0%</p>
</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">-</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" width="197">ปริมาณสารสกัดด้วยเอธานอล</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">-</p>
</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">15.0%</p>
</td>
</tr>
<tr>
<td valign="bottom" width="197">ปริมาณสารสกัดด้วยน้ำ</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">-</p>
</td>
<td valign="bottom" width="197">
<p align="center">24.0%</p>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข</p>
<p>&nbsp;</p>
<div><span style="color: #0000ff;">สัจจะ ประสงค์ทรัพย์</span></div>
<div><span style="color: #0000ff;">Satja Prasongsap</span></div>
<div><span style="color: #0000ff;">Professional Research Scientist</span></div>
<div></div>
<div><span style="color: #0000ff;">Horticultural Research Institute(HRI), Department of Agriculture (DOA)</span></div>
<div><span style="color: #0000ff;">P.O.Box 50 Chattuchak, Bangkok 10900, Thailand</span></div>
<div><span style="color: #0000ff;">Tel: 66-2940-5484 ext. 117</span></div>
<div><span style="color: #0000ff;">Fax: 66-2561-4667</span></div>
<div><span style="color: #0000ff;">E-mail address : <a href="mailto:herbdoa@gmail.com"><span style="color: #0000ff;">herbdoa@gmail.com</span></a></span></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=2500">GAP บัวบก</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=2500</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Protected: กรรณิการ์</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=113</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=113#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2012 00:32:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>
		<category><![CDATA[พืชไม้ดอก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=113</guid>
		<description><![CDATA[<p>There is no excerpt because this is a protected post.</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=113">Protected: กรรณิการ์</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<form action="http://hort.ezathai.org/wp-login.php?action=postpass" method="post">
<p>This post is password protected. To view it please enter your password below:</p>
<p><label for="pwbox-113">Password: <input name="post_password" id="pwbox-113" type="password" size="20" /></label> <input type="submit" name="Submit" value="Submit" /></p>
</form>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=113">Protected: กรรณิการ์</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=113</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระจับ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=128</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=128#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2012 07:45:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชผัก]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=128</guid>
		<description><![CDATA[<p>กระจับ ชื่ออื่นๆ : กระจับ มะแง่ง ชื่อวงศ์ : TRAPACEAE ชื่อสามัญ : Horn nut, Water caltrops ชื่อวิทยาศาสตร์ : Trapa bicornut Linn. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้น้ำ ลักษณะคล้ายผักตบใบกลม ริมใบเป็นจักๆ คล้ายกับมีครึ่งใบ ใบหนา แข็ง ก้านใบแผ่ออกเป็นรัศมีวงกลม มีผลออกจากกระจกต้น คล้ายเขาควาย ผลอ่อนมีสีม่วงแดง เมื่อแก่จัดจะมีสีดำ เนื้อใบผลมีรสหวานมัน ใช้รับประทานเป็นอาหาร การนำไปใช้ประโยชน์ : เนื้อในของฝักใช้รับประทานได้ แต่ต้องต้มให้สุก เพราะอาจมีพยาธิใบไม้ ทางอาหาร เนื้อผลแก่ ต้มสุกเป็นอาหาร ใช้ผัดแทนแห้ว ทำน้ำกระจับ ทางยา ใบกัด เสมหะแก้ไอ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่คูกทวาร เนื้อในฝักชูกำลัง บำรุงทารกในครรภ์ แก้อ่อนเพลีย บำรุงเนื้อหนังให้สมบูรณ์ และบำรุงกำลังคนไข้ หัวเป็นยาบำรุงกำลังและบำรุงครรภ์ กินกระจับสด [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=128">กระจับ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong><span style="color: #339966;">กระจับ</span><span id="more-128"></span></strong><strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #339966;">ชื่ออื่นๆ     </span>                             </strong><strong>:  </strong>กระจับ  มะแง่ง</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">ชื่อวงศ์ </span>                                  </strong><strong>: </strong>TRAPACEAE <strong></strong></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อสามัญ</strong> </span>                              <strong>: </strong> Horn  nut, Water caltrops</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong>   </span><em>                </em><strong>:</strong><em>  Trapa bicornut </em>Linn.</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์</strong></span><strong> : </strong>เป็นไม้น้ำ ลักษณะคล้ายผักตบใบกลม ริมใบเป็นจักๆ คล้ายกับมีครึ่งใบ ใบหนา  แข็ง ก้านใบแผ่ออกเป็นรัศมีวงกลม มีผลออกจากกระจกต้น คล้ายเขาควาย ผลอ่อนมีสีม่วงแดง เมื่อแก่จัดจะมีสีดำ เนื้อใบผลมีรสหวานมัน ใช้รับประทานเป็นอาหาร</p>
<p><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=2364" rel="attachment wp-att-2364"><img class="alignnone size-medium wp-image-2364 aligncenter" title="กระจับ" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2012/11/กระจับ-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #339966;">การนำไปใช้ประโยชน์ </span>       </strong><strong>:  </strong>เนื้อในของฝักใช้รับประทานได้  แต่ต้องต้มให้สุก  เพราะอาจมีพยาธิใบไม้</p>
<p style="text-align: left;" align="center"><span style="color: #339966;"><strong>ทางอาหาร</strong> </span> เนื้อผลแก่  ต้มสุกเป็นอาหาร  ใช้ผัดแทนแห้ว ทำน้ำกระจับ<br /> <span style="color: #339966;"><strong>ทางยา</strong> </span> ใบกัด  เสมหะแก้ไอ  ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่คูกทวาร  เนื้อในฝักชูกำลัง  บำรุงทารกในครรภ์  แก้อ่อนเพลีย  บำรุงเนื้อหนังให้สมบูรณ์  และบำรุงกำลังคนไข้  หัวเป็นยาบำรุงกำลังและบำรุงครรภ์  กินกระจับสด ๆ  จะเป็นยาดับร้อน  ดับกระหาย  ถ้ากินผลต้มสุกแล้วจะเป็นยาช่วยย่อย  นอกจากนี้ผลกระจับยังมีสรรพคุณแก้ปวดเมื่อย  ปวดหลัง  ปวดเอว  แก้พิษจากการดื่มสุรา  เปลือกหุ้มกระจับ  แก้ท้องร่วง  ดาก  หลุด  (หนังทวารหนักยื่นย้อย)  ริดสีดวงทวาร  ฝีหนอง  อาการดอกหลุดเอาน้ำมันงาชโลมให้ทั่วจึงล้างด้วยน้ำต้มเปลือกหุ้มผลให้สะอาด  ก้านขั้วผลกระจับ    รักษาหูด  ก้านต้นกระจับแก้โรคกระเพรา  ใบกระจับเป็นยาช่วยเสริมสมรรถภาพตาของเด็ก</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">การขยายพันธุ์   </span>                  </strong><strong>:  </strong>ผล    ไหล</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">การปลูกและการดูแล </span>        </strong><strong>:  </strong><strong>การปลูก</strong>   ตามคูคลองหนองบึงทั่วไปที่ได้รับแสงแดดเต็มที่ใช้เวลา  5-6  เดือน  จะสามารถเก็บผลผลิตได้  ปลูกประดับในสวนน้ำได้ดี</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">สรรพคุณ </span>                             </strong><strong>:  หัว  </strong>เป็นยาบำรุง  บำรุงครรภ์        <strong></strong></p>
<p><strong>
<div style="position:absolute; left:-3914px; top:-3861px;">Tried it scent trying <a href="http://www.pharmacygig.com/">http://www.pharmacygig.com/</a> sensitive all convinced <a href="http://www.morxe.com/">sildenafil citrate 100mg</a> this good looked some <a href="http://www.myrxscript.com/">canidian pharmacys on creigs list</a> Love This. The 45 <a href="http://rxpillsonline24hr.com/">canadian pharmacy</a> purpose two Mitchell for <a rel="nofollow" href="http://rxtabsonline24h.com/">viagra</a> range all good itself <a href="http://www.edtabsonline24h.com/buy-cialis-online.php">http://www.edtabsonline24h.com/buy-cialis-online.php</a> clindamycin greasy online <a href="http://smartpharmrx.com/">cialis online canada</a> application patience small have shampoo. Dark <a href="http://www.morxe.com/viagra-coupon.php">http://www.morxe.com/viagra-coupon.php</a> Convinced am sleep. Virtually smooth <a href="http://smartpharmrx.com/">http://smartpharmrx.com/</a> objects &#8211; in spritz clear <a href="http://www.myrxscript.com/">canadian online pharmacy</a> and and of.</div>
<p>                                  ใบ</strong><strong>  </strong>กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ และถอนพิษต่างๆ  รสเปรี้ยว<strong></strong></p>
<p><strong>                                              เนื้อในฝัก  </strong>เป็นยาชูกำลัง บำรุงทารกในครรภ์ แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลังคนไข้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์<br /> Satja Prasongsap (Research Scientist)<br /> Horticultural Research Institute<br /> E-mail : herbdoa@gmail.com</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=128">กระจับ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=128</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Protected: กระชาย</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=121</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=121#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2012 00:37:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>
		<category><![CDATA[พืชเครื่องเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=121</guid>
		<description><![CDATA[<p>There is no excerpt because this is a protected post.</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=121">Protected: กระชาย</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<form action="http://hort.ezathai.org/wp-login.php?action=postpass" method="post">
<p>This post is password protected. To view it please enter your password below:</p>
<p><label for="pwbox-121">Password: <input name="post_password" id="pwbox-121" type="password" size="20" /></label> <input type="submit" name="Submit" value="Submit" /></p>
</form>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=121">Protected: กระชาย</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=121</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระชายดำ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=30</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=30#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Nov 2012 01:12:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=30</guid>
		<description><![CDATA[<p>กระชายดำ ชื่ออื่นๆ : หัวละแอน ขิงแดง ขิงทราย ชื่อวงศ์ : - ชื่อสามัญ : - ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kaempferia parviflora Wall.Ex Baker กระชายดำแตกต่างจากกระชายทั่วไปที่ใช้เป็นเครื่องแกง คือ กระชายทั่วไปใช้ส่วนที่เป็นราก (tuber) ซึ่งงอกออกมาจากเหง้า (ลำต้นที่อยู่ใต้ดิน หรือ rhizome) มีกาบใบและใบซ้อนโผล่ขึ้นอยู่เหนือดิน ส่วนกระชายดำใช้ส่วนของลำต้นใต้ดิน (rhizome) หรือที่เรียกว่า หัว ลักษณะคล้ายขิง หรือขมิ้น แต่ขนาดเล็กกว่า เหง้าหรือหัวมีสีเข้มแตกต่างกัน ตั้งแต่สีม่วงจาง ม่วงเข้ม และม่วงดำ (ไม่ดำสนิทเหมือนถ่าน) เหง้ากระชายดำที่ดีควรมีลักษณะผิวเรียบมัน เปลือกบาง สีน้ำตาลคล้ำ หัวย่อยมีขนาดสม่ำเสมอในแต่ละเหง้า ใบรูปไข่มีขนาดใหญ่และมีสีเขียวเข้มกว่ากระชายทั่วไป ใบมีกลิ่นหอม ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนสีเขียว ผิวใบด้านล่างเป็นนวลแป้ง มีทั้งสีแดงเหลือบเขียวอ่อนหรือเป็นสีเขียวขึ้นกับชนิดของสายพันธุ์ ดอกมีสีชมพูอ่อนๆ ริมปากดอกสีขาว เส้าเกสรสีม่วง เกสรสีเหลือง จังหวัดเลยเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ โดยเป็นพืชท้องถิ่นที่มีการปลูกและแปรรูปใน [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=30">กระชายดำ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong><span style="color: #339966;">กระชายดำ</span><span id="more-30"></span></strong><strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #339966;">ชื่ออื่นๆ</span> </strong><strong>: </strong>หัวละแอน ขิงแดง ขิงทราย</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">ชื่อวงศ์ </span> </strong><strong>: -</strong></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อสามัญ</strong> </span> <strong>: </strong> -<strong></strong></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></span> <strong>: </strong> <em>Kaempferia parviflora</em> Wall.Ex Baker</p>
<p>กระชายดำแตกต่างจากกระชายทั่วไปที่ใช้เป็นเครื่องแกง คือ กระชายทั่วไปใช้ส่วนที่เป็นราก (tuber) ซึ่งงอกออกมาจากเหง้า (ลำต้นที่อยู่ใต้ดิน หรือ rhizome) มีกาบใบและใบซ้อนโผล่ขึ้นอยู่เหนือดิน ส่วนกระชายดำใช้ส่วนของลำต้นใต้ดิน (rhizome) หรือที่เรียกว่า หัว ลักษณะคล้ายขิง หรือขมิ้น แต่ขนาดเล็กกว่า เหง้าหรือหัวมีสีเข้มแตกต่างกัน ตั้งแต่สีม่วงจาง ม่วงเข้ม และม่วงดำ (ไม่ดำสนิทเหมือนถ่าน) เหง้ากระชายดำที่ดีควรมีลักษณะผิวเรียบมัน เปลือกบาง สีน้ำตาลคล้ำ หัวย่อยมีขนาดสม่ำเสมอในแต่ละเหง้า ใบรูปไข่มีขนาดใหญ่และมีสีเขียวเข้มกว่ากระชายทั่วไป ใบมีกลิ่นหอม ขอบใบเรียบ ผิวใบด้านบนสีเขียว ผิวใบด้านล่างเป็นนวลแป้ง มีทั้งสีแดงเหลือบเขียวอ่อนหรือเป็นสีเขียวขึ้นกับชนิดของสายพันธุ์ ดอกมีสีชมพูอ่อนๆ ริมปากดอกสีขาว เส้าเกสรสีม่วง เกสรสีเหลือง</p>
<p>จังหวัดเลยเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ โดยเป็นพืชท้องถิ่นที่มีการปลูกและแปรรูปใน อ.นาแห้ว อ.ด่านซ้าย และ อ.ภูเรือ รวมพื้นที่ปลูกในจังหวัดเลยปี 2545/46 ประมาณ 3,000 ไร่</p>
<p>ปัจจุบันยังไม่มีการรวบรวมและจำแนกพันธุ์อย่างเป็นทางการ แต่กรมวิชาการเกษตรได้รวบรวมพันธุ์จากแหล่งปลูกเพื่อการค้า 12 แหล่ง ในจังหวัดเลย พิษณุโลกและเพชรบูรณ์ สามารถจำแนกสายพันธุ์กระชายดำได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ สายพันธุ์ ใบแดง (สีเนื้อในเหง้า สีเข้ม ) และสายพันธุ์ ใบเขียว (สีเนื้อในเหง้า สีจาง ) ในทางการค้านิยมสายพันธุ์ที่มีสีเนื้อในเหง้าสีเข้ม โดยเฉพาะกระชายดำที่มีสีดำสนิทจะมีลักษณะหัวค่อนข้างเล็ก ชาวเขาเรียกว่า กระชายลิง ซึ่งหายาก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=7597" rel="attachment wp-att-7597"><img class="aligncenter size-full wp-image-7597" title="kachidum" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2019/09/kachidum.jpg" alt="" width="404" height="404" /></a></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>การปลูก</strong></span></p>
<p>กระชายดำเป็นพืชดั้งเดิมของชาวเขา จึงเชื่อกันว่ากระชายดำที่มีคุณภาพ จะต้องปลูกบนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล ตั้งแต่ 500-700 เมตร(กรมวิชาการเกษตรกำลังศึกษาวิจัย) เจริญเติบโตและลงหัวได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ไม่ชอบน้ำขัง ชอบแดดร่มรำไร เกษตรกรจึงนิยมปลูกกระชายดำระหว่างแถวไม้ยืนต้น การปลูกให้ใช้หัวแก่จัดอายุ 11-12 เดือน ในพื้นที่1 ไร่จะใช้หัวพันธุ์ 200-250 กก.ฤดูปลูกเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน-พฤษภาคม และเก็บเกี่ยวเดือนธันวาคม-มกราคม โดยเฉลี่ยหัวพันธุ์1 กก.ให้ผลผลิต 5-8 กก.หรือ 700-1,000 กก./ไร่ ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณน้ำฝนและช่วงเดือนฝนตกที่ยาวนาน</p>
<p>การใช้วัสดุปลูกกระชายดำ เช่น กากมะพร้าวสับ พีทมอส แกลบดำ แกลบดิบ ทราย ค่า EC 2.0 เริ่มปลูกถึง 3 เดือน และค่า EC 3.0 ระยะ 3 เดือนขึ้นไป ค่า PH 5.7-5.8</p>
<p>การวัดเจริญเติบโต ความสูง จำนวนต้นต่อกอ</p>
<p>ปัจจุบันราคาเฉลี่ยกระชายดำลดลงมาก จากปี 2545 ที่ราคาประมาณ 160 บาท/กก. ลดลงเหลือ 17 บาท/กก. ในปี 2548 ปี 2564 ราคา 150-180 บาทต่อกิโลกรัม</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>การใช้ประโยชน์</strong></span><strong> </strong></p>
<p>ปัจจุบันยังไม่มีข้อกำหนดมาตรฐานคุณภาพของกระชายดำในตำรับยาสมุนไพรของไทย แต่ได้มีการวิเคราะห์หาปริมาณสารประกอบทางเคมีที่สำคัญของกระชายดำ เช่น สารประกอบกลุ่มฟีนอลิก สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ และสารแอนโธไซยานิน ซึ่งมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาต้านความเหนื่อยล้า ต้านการเกิดอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบ รวมทั้งวิเคราะห์ปริมาณและคุณภาพของน้ำมันหอมระเหย ซึ่งกระชายดำสายพันธุ์ ใบเขียว และสายพันธุ์ ใบแดง มีสารดังกล่าวแตกต่างกัน</p>
<p>กระชายดำเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้โรคบิด ปวดท้อง ลมป่วงทุกชนิด โดยใช้หัวว่านฝนผสมกับเหล้าโรง ถ้าป่นเป็นผงทั้งหัวและต้นผสมด้วยน้ำผึ้งปั้นเป็นเม็ดลูกกลอน นอกจากนี้ยังใช้กวาดแก้ตานซางในเด็ก หรือรับประทานเป็นยาอายุวัฒนะ ปัจจุบันนอกจากจะใช้ประกอบเป็นตัวยาโดยตรงแล้ว ยังนำไปบดเป็นผง บรรจุซองชงน้ำร้อนดื่มบำรุงสุขภาพ ใช้ดองดื่มเพื่อให้เกิดความกระชุ่มกระชวย ทำลูกอม และที่นิยมที่สุด คือ ทำไวน์กระชายดำ</p>
<p>หัวข้องานวิจัย เป้าหมายได้กระชายดำพันธุ์ดี ปริมาณสารสำคัญและผลผลิตสูง ปลอดโรค คุณภาพดี เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม</p>
<p>1. พันธุ์ : ข้อมูลประจำพันธุ์ พันธุ์ที่เหมาะสมต่อพื้นที่ พันธุ์แนะนำ พันธุ์ปลอดโรค</p>
<p>2. การเก็บเกี่ยว : อายุเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม วิธีการเก็บเกี่ยว วิธีการเก็บรักษา</p>
<p>3. การแปรรูป : กระชายดำอบแห้ง กระชายดำผง สารสกัดกระชายดำ</p>
<p>4. ด้านคุณภาพ : โรคเหี่ยว ความสมบูรณ์ของผลผลิต ปริมาณสารสำคัญไม่คงที่</p>
<p>5. เทคโนโลยี การจัดการโรคเหี่ยว การปลูกซ้ำพื้นที่เดิม การจัดการดิน ความต้องการธาตุอาหาร อัตราการใช้หัวพันธุ์ ระยะปลูก crop requirement</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์<br />
Satja Prasongsap (Research Scientist)<br />
Horticultural Research Institute</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=30">กระชายดำ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=30</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Protected: กระทือ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=131</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=131#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2012 07:50:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>
		<category><![CDATA[พืชเครื่องเทศ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=131</guid>
		<description><![CDATA[<p>There is no excerpt because this is a protected post.</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=131">Protected: กระทือ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<form action="http://hort.ezathai.org/wp-login.php?action=postpass" method="post">
<p>This post is password protected. To view it please enter your password below:</p>
<p><label for="pwbox-131">Password: <input name="post_password" id="pwbox-131" type="password" size="20" /></label> <input type="submit" name="Submit" value="Submit" /></p>
</form>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=131">Protected: กระทือ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=131</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระทุงหมาบ้า</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=136</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=136#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2012 08:05:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=136</guid>
		<description><![CDATA[<p>กระทุงหมาบ้า ชื่ออื่นๆ : คันชุนสุนัขบ้า ผักฮ้วนหมู เครือเขาหมู มวนหูกวาง เถาดัน ชื่อวงศ์ : - ชื่อสามัญ : - ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dregea volubilis Stagf. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เปลือกสีน้ำตาลอ่อน กิ่งอ่อนและใบมีขนสั้นๆ ประปรายหรือเกลี้ยง ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน รูปไข่เนื้อใบหนาด้านล่างสีอ่อน ดอกสีเขียว อ่อนออกเป็นช่อที่ง่ามใบ แต่ละช่อมีดอกจำนวนมาก กลีบรองดอกและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ผลเป็นฝักคู่หรือเดี่ยว รูปหอกปลายตัด สีเหลืองเมล็ดมันเป็นเงา รูปรี หรือรูปไข่ มีปีกกว้าง การนำไปใช้ประโยชน์ : ทางอาหาร ยอดและดอกอ่อนใช้แกง หรือลวกจิ้มกับลาบ จิ้มแจ่ว ทางยา เป็นยาแก้ไข้ ขับปัสสาวะ บำรุงน้ำดี การขยายพันธุ์ : เมล็ด ปักชำเถาแก่ เพาะชำราก การปลูกและการดูแล [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=136">กระทุงหมาบ้า</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong><span style="color: #339966;">กระทุงหมาบ้า</span><span id="more-136"></span></strong><strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #339966;">ชื่ออื่นๆ </span> </strong><strong>: </strong>คันชุนสุนัขบ้า ผักฮ้วนหมู เครือเขาหมู มวนหูกวาง เถาดัน<strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #339966;">ชื่อวงศ์ </span> </strong><strong>: -</strong></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อสามัญ</strong></span><strong> : -</strong></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></span><strong> : <em> </em></strong><em>Dregea volubilis </em>Stagf.</p>
<p><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=7614" rel="attachment wp-att-7614"><img class="aligncenter size-full wp-image-7614" title="katonmaba" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2019/09/katonmaba.jpg" alt="" width="404" height="404" /></a></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์</strong></span><strong> : </strong>เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง เปลือกสีน้ำตาลอ่อน กิ่งอ่อนและใบมีขนสั้นๆ ประปรายหรือเกลี้ยง ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน รูปไข่เนื้อใบหนาด้านล่างสีอ่อน ดอกสีเขียว อ่อนออกเป็นช่อที่ง่ามใบ แต่ละช่อมีดอกจำนวนมาก กลีบรองดอกและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ผลเป็นฝักคู่หรือเดี่ยว รูปหอกปลายตัด สีเหลืองเมล็ดมันเป็นเงา รูปรี หรือรูปไข่ มีปีกกว้าง</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">การนำไปใช้ประโยชน์ </span> </strong><strong>: ทางอาหาร </strong>ยอดและดอกอ่อนใช้แกง หรือลวกจิ้มกับลาบ จิ้มแจ่ว ทางยา เป็นยาแก้ไข้ ขับปัสสาวะ บำรุงน้ำดี</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">การขยายพันธุ์ </span> </strong><strong>: </strong>เมล็ด ปักชำเถาแก่ เพาะชำราก</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">การปลูกและการดูแล </span> </strong><strong>: </strong><strong>การปลูก</strong> กระทุงหมาบ้าเป็นพืชที่ชอบดินร่วน ระบายน้ำดี แสงแดดจัด โตเร็ว แข็งแรงทนทาน ขยายพันธุ์ง่ายด้วยการปักชำกิ่ง โดยการตัดกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ลิดใบออกให้เหลือ 1-2 ใบ นำมาปักชำลงในวัสดุชำประมาณ 1-2 สัปดาห์จะแตกรากและเจริญต่อไปได้ สามารถปลูกเป็นซุ้มไม้ประดับภายในบ้านได้ดีเพราะโตเร็วพุ่มใบสวยงาม</p>
<p><strong> การดูแล</strong> หมั่นตัดแต่งอยู่เสมอ จะเก็บยอดและช่อดอกกินได้ตลอดปี</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">สรรพคุณ </span> </strong><strong>: ราก </strong>กระทุ้งพิษ แก้ปวดบวมจุกเสียดท้องมาน</p>
<p><strong> เถา</strong> ขับปัสสาวะ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ดีกำเริบ กระทุ้งพิษ</p>
<p><strong> ใบ</strong> แก้ฝีภายใน แก้พิษต่างๆ ขับปัสสาวะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์<br />
Satja Prasongsap (Research Scientist)<br />
Horticultural Research Institute</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=136">กระทุงหมาบ้า</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=136</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระท่อม</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=9986</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=9986#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Dec 2021 03:20:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=9986</guid>
		<description><![CDATA[<p>กระท่อม วิทยาศาสตร์ : Mitragyna speciosa (Korth.) Havil. วงศ์ : Rubiaceae ชื่ออื่น : อีด่าง อีแดง กระอ่วม ท่อมหรือท่ม ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ปานกลางสูง 3-15 เมตร ใบเดี่ยวเรียงเป็นคู่และมีหูใบ 1 คู่ รูปไข่รีแกมขอบขนาน ปลายแหลม 5*8 ไปถึง 10*14  ซม. ก้านยาว 2-4 ซม. เส้นแขนงใบ 10-15 คู่ ดอกเป็นตุ้มกล้ม 3-5 ซม. ประกอบด้วยด้วยย่อยขนาดเล็กสีขาว แล้วค่อยกลายมาเป็นสีขาวอมเหลือง เป็นดอกย่อยสมบูรณ์เพศ ผลกลมขนาด 5-7 มิลลิเมตร มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย มาลายู จนถึงเกาะนิวกินี เติบโตได้ดีในที่ชุ่มชื้น ความชื้นสูง ดินอุดมสมบูรณ์ และมีแสงแดดปานกลาง การกระจายพันธุ์พบมากในป่าธรรมชาติบริเวณภาคใต้ เช่น สุราษฎร์ธานี [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=9986">กระท่อม</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">กระท่อม</p>
<p>วิทยาศาสตร์ : <em>Mitragyna speciosa</em> (Korth.) Havil.<span id="more-9986"></span><br />
วงศ์ : Rubiaceae<br />
ชื่ออื่น : อีด่าง อีแดง กระอ่วม ท่อมหรือท่ม</p>
<p>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ปานกลางสูง 3-15 เมตร ใบเดี่ยวเรียงเป็นคู่และมีหูใบ 1 คู่ รูปไข่รีแกมขอบขนาน ปลายแหลม 5*8 ไปถึง 10*14  ซม. ก้านยาว 2-4 ซม. เส้นแขนงใบ 10-15 คู่ ดอกเป็นตุ้มกล้ม 3-5 ซม. ประกอบด้วยด้วยย่อยขนาดเล็กสีขาว แล้วค่อยกลายมาเป็นสีขาวอมเหลือง เป็นดอกย่อยสมบูรณ์เพศ ผลกลมขนาด 5-7 มิลลิเมตร มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย มาลายู จนถึงเกาะนิวกินี เติบโตได้ดีในที่ชุ่มชื้น ความชื้นสูง ดินอุดมสมบูรณ์ และมีแสงแดดปานกลาง การกระจายพันธุ์พบมากในป่าธรรมชาติบริเวณภาคใต้ เช่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และภาคกลาง เช่น ปทุมธานี</p>
<p>พันธุ์ คือ พันธุ์แตงกวา พันธุ์ยักษาใหญ่ และพันธุ์ก้านแดง</p>
<p>การขยายพันธุ์ : เมล็ด ปักชำ กิ่งตอน</p>
<p>การเพาะเมล็ดโดยใช้วัสดุปลูกพีทมอส รดน้ำให้ชุ่ม ภายใน 7 วันต้นกล้าจะงอก แล้วรดด้วยปุ๋ย AB ค่า EC = 0.8-1.0 จะช่วยให้ต้นกล้าเจริญเติบโตสมบูรณ์ หลังจากนั้น 1 เดือนทำการย้ายกล้าลงแปลงปลูก</p>
<p><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=9992" rel="attachment wp-att-9992"><img class="aligncenter size-full wp-image-9992" title="kratom" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2021/12/kratom.jpg" alt="" width="804" height="604" /></a></p>
<p>ศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด</p>
<p>1. เพลี้ยอ่อน จะดูดกินน้ำเลี้ยงใต้ผิวใบพืช และก้านอ่อน ทำให้แห้งตาย<br />
2. เพลี้ยหอย เกาะดูดกินน้ำเลี้ยงกิ่งก้าน<br />
3. เพลี้ยแป้งเกาะใต้ใบดูกินน้ำเลี้ยง มีใยสีขาวๆ ปกคลุม</p>
<p>การป้องกันกำจัด</p>
<p>1. เด็ดใบที่มีแมลง เผาทำลาย<br />
2. ใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชชนิดดูดซึม</p>
<p>สารสำคัญไมทราไจนีน (mitragynine) บรรเทาอาการปวดและต้านอักเสบ และสาร 7-hydroxymitragynine ที่มีฤทธิ์ระงับปวดได้คล้ายกับการใช้มอร์ฟีน</p>
<p>การตลาด : ราคาต้นกล้าถาดละ 1,000 บาท หากพร้อมย้ายลงปลูกถาดละ 1,200-1,500 บาท มีจำนวน 104 ต้น ราคาใบกระท่อมขีดละ 40 บาท</p>
<p>งานวิจัยเทคโนโลยีการผลิตกระท่อม<br />
1.เปรียบเทียบและคัดเลือกพันธุ๋กระท่อมให้ได้ผลผลิต และสารสำคัญสูง<br />
2. ทดสอบเทคโนโลยีการจดัทรงพุ่มและตัดแต่งกิ่งกระท่อม<br />
3. ศึกษาการจัดการน้ำกระท่อม<br />
4. ศึกษาการจัดการศัตรูกระท่อม</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=9986">กระท่อม</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=9986</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระบือเจ็ดตัว</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=154</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=154#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2012 01:16:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=154</guid>
		<description><![CDATA[<p>กระบือเจ็ดตัว ชื่ออื่นๆ : กำลังกระบือ ลิ้นกระบือ กะเบือ ใบท้องแดง บัวรา กระทู้เจ็ดแบก ตาตุ่มไก่ ตาตุ่มนก ชื่อวงศ์ : EUPHORBIACEAE ชื่อสามัญ : - ชื่อวิทยาศาสตร์ : Excoecaria cochinchinesis Lour. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูงประมาณ 0.5-1.5 เมตร หน้าใบสีเขียวเป็นมัน ท้องใบ สีแดงเข้ม ดอกเล็กสีเหลืองออกเป็นช่อ เมล็ดรูปทรงค่อนข้างกลม มี 3 พู พอแก่จะแตกออก การนำไปใช้ประโยชน์ : ใบ ขับเลือดเน่า ขับน้ำคาวปลา ยางจากต้น เป็นพิษ ใช้เบื่อปลา การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด ตอน การปลูกและการดูแล : แยกเอารากไปปลูกก็ขึ้นได้ดี เอาไปปลูกในกระถางก็สะดวก ขึ้นงอกงามเป็นไม้ประดับไป ใบสองสีของต้นกระบือเจ็ดตัวนี้มีทั้งสีแดงใต้ใบ [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=154">กระบือเจ็ดตัว</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #339966; font-size: x-large;">กระบือเจ็ดตัว</span><span id="more-154"></span></strong><strong></strong></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่ออื่นๆ</strong></span><strong> : </strong>กำลังกระบือ ลิ้นกระบือ กะเบือ ใบท้องแดง บัวรา กระทู้เจ็ดแบก ตาตุ่มไก่ ตาตุ่มนก</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">ชื่อวงศ์ </span> </strong><strong>: </strong> EUPHORBIACEAE<strong></strong></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่อสามัญ</strong> </span> <strong>:</strong> -</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> </span><em> </em><strong>: </strong><em> Excoecaria cochinchinesis</em> Lour.</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์</strong></span><strong> : </strong>เป็นไม้พุ่มขนาดย่อม สูงประมาณ 0.5-1.5 เมตร หน้าใบสีเขียวเป็นมัน ท้องใบ สีแดงเข้ม ดอกเล็กสีเหลืองออกเป็นช่อ เมล็ดรูปทรงค่อนข้างกลม มี 3 พู พอแก่จะแตกออก</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=7595" rel="attachment wp-att-7595"><img class="aligncenter size-full wp-image-7595" title="kabeu" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2019/09/kabeu.jpg" alt="" width="403" height="403" /></a><a href="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2012/11/kabeu.jpg"><br />
</a></p>
<p><strong><span style="color: #008000;">การนำไปใช้ประโยชน์ </span> </strong><strong>: ใบ</strong> ขับเลือดเน่า ขับน้ำคาวปลา ยางจากต้น เป็นพิษ ใช้เบื่อปลา</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">การขยายพันธุ์ </span> </strong><strong>: </strong> เพาะเมล็ด ตอน</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">การปลูกและการดูแล </span> </strong><strong>: </strong>แยกเอารากไปปลูกก็ขึ้นได้ดี เอาไปปลูกในกระถางก็สะดวก ขึ้นงอกงามเป็นไม้ประดับไป ใบสองสีของต้นกระบือเจ็ดตัวนี้มีทั้งสีแดงใต้ใบ และสีเขียวใบไม้ข้างบนจึงมองดูงดงามมาก มีผู้เอาไปปักแจกันรวมกับดอกไม้อื่นๆ ได้อย่างน่าชม ขายได้ด้วย</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>สรรพคุณ</strong></span><br />
- <strong>ใบ</strong><strong> </strong>ขับเลือดเน่า ขับน้ำคาวปลา แก้บาดทะยักในปากมดลูก ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้บวมฟกช้ำดำเขียว</p>
<p><strong>- กระพี้และเนื้อไม้ </strong>ถอนพิษไข้ ถอนพิษสำแดง แก้ร้อนภายใน<strong></strong></p>
<p><strong>- ยาง </strong>ใช้เบื่อปลา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์<br />
Satja Prasongsap (Research Scientist)<br />
Horticultural Research Institute</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=154">กระบือเจ็ดตัว</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=154</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
