<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน &#187; ศัตรูพืช</title>
	<atom:link href="http://hort.ezathai.org/?cat=39&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://hort.ezathai.org</link>
	<description>พืชผัก เห็ด และสมุนไพร, การปลูก, ศูนย์องค์ความรู้พืชสวนด้านการเกษตร, สัจจะ ประสงค์ทรัพย์, herbdoa, medicinal plant,satja prasongsap, Horti Thai</description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 Apr 2026 08:49:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.2</generator>
		<item>
		<title>หนอนคืบกะหล่ำ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=3472</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=3472#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Mar 2022 04:54:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>
		<category><![CDATA[แมลงศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=3472</guid>
		<description><![CDATA[<p>หนอนคืบกะหล่ำ (cabbage looper) ชื่อวิทยาศาสตร์ Trichoplusia ni (Hbner) วงศ์ Noctuidae อันดับ Lepidoptera ความสำคัญและลักษณะการทำลาย หนอนคืบกะหล่ำเป็นหนอนขนาดกลางกินจุ ในระยะแรกตัวหนอนจะกัดกินที่ผิวใบ เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะกัดกินใบทำให้เปนรอยแหว่งเหลือแต่ก้านใบ แมลงชนิดนี้จะทำลายโดยการกัดกินใบเป็นส่วนใหญ่ และการทำลายเป็นไปอย่างรวดเร็ว พบตามแหล่งปลกทั่วๆ ไปในประเทศไทยในภาคกลางที่จังหวัด ราชบุรี นครปฐม กรุงเทพฯ ปทุมธานี เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครนายก ชัยนาท ประจวบคีรีขันธ์ ฉะเชิงเทรา ส่วนใหญ่จะระบาดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม รูปร่างลักษณะและชีวประวัติ แม่ผีเสื้อวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ สีขาวนวล หรือเหลืองอ่อนตามใต้ใบ มีลักษณะคล้ายฝาชีตรงกลางมีรอยบุ๋ม มีผิวเป็นมัน ขนาดของไข่ประมาณ 0.5-0.6 มม. ระยะไข่ 3-4 วัน ตัวหนอนโตเต็มที่มีสีเขียวอ่อน ความยาว 2.5-3.5 ซม.หัวเล็ก ลำตัวแบ่งออกเป็นปล้องชัดเจน และมีขนปกคลุมกระจายทั่วไปใกล้ ๆ กับสันหลัง ลำตัวมีแถบสีขาว 2 แถบขนานกัน [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=3472">หนอนคืบกะหล่ำ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>หนอนคืบกะหล่ำ </strong><strong>(cabbage looper)<span id="more-3472"></span></strong></p>
<p><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> <em>Trichoplusia ni</em> (Hbner)</p>
<p><strong>วงศ์</strong> Noctuidae <strong> </strong><strong></strong></p>
<p><strong>อันดับ </strong>Lepidoptera</p>
<p><strong>ความสำคัญและลักษณะการทำลาย</strong><strong> </strong></p>
<p>หนอนคืบกะหล่ำเป็นหนอนขนาดกลางกินจุ ในระยะแรกตัวหนอนจะกัดกินที่ผิวใบ เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะกัดกินใบทำให้เปนรอยแหว่งเหลือแต่ก้านใบ แมลงชนิดนี้จะทำลายโดยการกัดกินใบเป็นส่วนใหญ่ และการทำลายเป็นไปอย่างรวดเร็ว พบตามแหล่งปลกทั่วๆ ไปในประเทศไทยในภาคกลางที่จังหวัด ราชบุรี นครปฐม กรุงเทพฯ ปทุมธานี เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครนายก ชัยนาท ประจวบคีรีขันธ์ ฉะเชิงเทรา ส่วนใหญ่จะระบาดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม</p>
<p><strong>รูปร่างลักษณะและชีวประวัติ</strong><strong> </strong></p>
<p>แม่ผีเสื้อวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ สีขาวนวล หรือเหลืองอ่อนตามใต้ใบ มีลักษณะคล้ายฝาชีตรงกลางมีรอยบุ๋ม มีผิวเป็นมัน ขนาดของไข่ประมาณ 0.5-0.6 มม. ระยะไข่ 3-4 วัน ตัวหนอนโตเต็มที่มีสีเขียวอ่อน ความยาว 2.5-3.5 ซม.หัวเล็ก ลำตัวแบ่งออกเป็นปล้องชัดเจน และมีขนปกคลุมกระจายทั่วไปใกล้ ๆ กับสันหลัง ลำตัวมีแถบสีขาว<br />
2 แถบขนานกัน เคลื่อนตัวโดยการงอตัวและคืบไป ระยะหนอน 14-21 วัน เข้าดักแด้ภายในรังสีขาวตามใต้ใบพืช ดักแด้จะมีสีเขียวในระยะแรกและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ขนาดดักแด้ประมาณ 2 ซม. อายุดักแด้ประมาณ 5-7 วัน ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อขนาดกลาง เมื่อกางปีกกว้างประมาณ 2.7-3 ซม. ปีกคู่หน้าสีน้าตาลแก่ปนเทา รอบๆ ปลายปีกมีสีน้ำตาลแก่ และปลายสุดของปีกจะมีสีขาว ส่วนท้องปกคลุมด้วยขนสีขาวปนเทา อายุตัวเต็มวัย 8-10 วัน เพศเมียสามารถวางไข่ได้ประมาณ 400-1,150 ฟอง เพศผู้สามรถผสมพันธุ์ได้หลายครั้ง ส่วนเพศเมียผสมพันธุ์ได้ครั้งเดียว</p>
<p><strong>พืชอาหาร</strong><strong></strong></p>
<p>พืชผักตระกูลกะหล่ำ เช่น ผักคะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาวปลี ผักกาดเขียวปลี ผักกาดหัว เป็นต้น</p>
<p><strong>ศัตรูธรรมชาติ</strong><strong></strong></p>
<p>หนอนคืบกะหล่ำ มีแตนเบียนทำลายหนอนอยู่ 2 ขนิด คือ แตนเบียนหนอน <em>Apanteles</em> sp. และ <em>Brachymeria</em> sp. นอกจากนี้ยังมีเชื้อแบคทีเรีย <em>Bacillus thuringensis</em> Berliner ซึ่งสามารถทำลายหนอนคืบกะหล่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>การป้องกันกำจัด</strong><strong></strong></p>
<ol>
<li>การใช้โรงเรือนตาข่ายไนล่อน หรือการปลูกผักกางมุ้ง</li>
<li>การใช้เชื้อแบคทีเรีย (บาซิลลัส ทูริงเยนซิส) ที่มีจำหน่ายเป็นการค้า ได้แก่ <em>Bacillus thuringiensis subsp. aizawai</em> เช่น เซนทรี และ ฟลอร์แบค ดับบลิวดีจี เป็นต้น <em>Bacillus thuringiensis subsp.kurstaki </em>เช่นเดิลฟิน และแบคโทสปิน เอ็ชพี เป็นต้น 3</li>
<li>การใช้สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัด เช่น แลมบ์ดาไซฮาโลทริน (คาราเต้ 2.5 อีซี 5% อีซี) หรือ เดลทาเมทริน (เดซีส 3.3 % อีซี ) หรือ คลอฟลูอาซูรอน (อาทาบรอน 5 % อีซี) อัตรา 30 ,20 และ 40 มล./น้ำ 20 ลิตร ตามลำดับ</li>
</ol>
<div></div>
<p style="text-align: right;">By สัจจะ ประสงค์ทรัพย์ (Satja Prasongsap)<br />
Professional Research Scientist<br />
Horticulture Research Institute<br />
E-mail : herbdoa@gmail.com</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=3472">หนอนคืบกะหล่ำ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=3472</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนอนใยผัก</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=3576</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=3576#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Feb 2022 08:41:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>
		<category><![CDATA[แมลงศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=3576</guid>
		<description><![CDATA[<p>หนอนใยผัก (Diamondback moth:DBM) ชื่อวิทยาศาสตร์ Plutella xylostella L. วงศ์ Plutellidae อันดับ Lepidoptera ความสำคัญและลักษณะการทำลาย หนอนใยผักเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญและก่อให้เกิดความเสียหายกับพืชผักตระกูลกะหล่ำ เช่น คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ฯลฯ ยกเว้นผักกาดหอม พบการระบาดตามแหล่งปลูกผักทั่วไปทุกภาค ปัจจุบันหนอนใยผักได้มีการพัฒนาสร้างความต้านทานอย่างรวดเร็วและหลายชนิด จึงต้องใช้วิธีป้องกันกำจัดหลายๆ วิธีผสมผสานกันจึงสามารถลดการระบาดของหนอนชนิดนี้ลงได้ ตัวหนอนที่ฟักออกจากไข่ในวัยแรกจะเข้ากัดกินภายในใบและเมื่อเข้าสู่ระยะวัย 2 จะออกมากัดกินภายนอกทำให้ใบเป็นรูพรุน หากพบการระบาดรุนแรงจะทำให้ผลผลิตเสียหาย มีวงจรชีวิตสั้น รูปร่างลักษณะและชีวประวัติ ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กเมื่อกางปีกวัดได้ประมาณ 6-7 มิลลิเมตร มีสีเทา ส่วนหลังมีแถบสีเหลืองส้ม หนวดเป็นแบบเส้นด้าย ตัวเต็มวัยมีความสามารถวางไข่ได้สูงและหลายครั้ง พบวางไข่ได้ประมาณ 47-407 ฟอง จึงทำให้หนอนใยผักมีอัตราการเพิ่มประชากรได้รวดเร็ว พบตัวเต็มวัยบินมากให้เวลา 18.00-21.00 น. ไข่มีลักษณะค่อนข้างแบนและยาวรี มีสีเหลืองอ่อนเป็นมัน เมื่อใกล้ฟักจะเปลี่ยนเป็นสีดำ ตัวหนอนมีลักษณะลำตัวเรียวยาว หัวแหลมท้ายแหลม ส่วนท้ายมีปุ่มยื่นออกเป็น 2 แฉก เมื่อถูกรบกวนจะทิ้งตัวลงตามใย ตัวหนอนเมื่อโตเต็มที่ขนาด 1 เซนติเมตร [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=3576">หนอนใยผัก</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>หนอนใยผัก (</strong><strong>Diamondback moth:DBM)<span id="more-3576"></span></strong></p>
<p><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> <em>Plutella xylostella </em>L.</p>
<p><strong>วงศ์</strong> Plutellidae</p>
<p><strong>อันดับ</strong> Lepidoptera</p>
<p><strong>ความสำคัญและลักษณะการทำลาย</strong><strong></strong></p>
<p>หนอนใยผักเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญและก่อให้เกิดความเสียหายกับพืชผักตระกูลกะหล่ำ เช่น คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ฯลฯ ยกเว้นผักกาดหอม พบการระบาดตามแหล่งปลูกผักทั่วไปทุกภาค ปัจจุบันหนอนใยผักได้มีการพัฒนาสร้างความต้านทานอย่างรวดเร็วและหลายชนิด จึงต้องใช้วิธีป้องกันกำจัดหลายๆ วิธีผสมผสานกันจึงสามารถลดการระบาดของหนอนชนิดนี้ลงได้ ตัวหนอนที่ฟักออกจากไข่ในวัยแรกจะเข้ากัดกินภายในใบและเมื่อเข้าสู่ระยะวัย 2 จะออกมากัดกินภายนอกทำให้ใบเป็นรูพรุน หากพบการระบาดรุนแรงจะทำให้ผลผลิตเสียหาย มีวงจรชีวิตสั้น</p>
<p><strong>รูปร่างลักษณะและชีวประวัติ</strong><strong></strong></p>
<p>ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กเมื่อกางปีกวัดได้ประมาณ 6-7 มิลลิเมตร มีสีเทา ส่วนหลังมีแถบสีเหลืองส้ม หนวดเป็นแบบเส้นด้าย ตัวเต็มวัยมีความสามารถวางไข่ได้สูงและหลายครั้ง พบวางไข่ได้ประมาณ 47-407 ฟอง จึงทำให้หนอนใยผักมีอัตราการเพิ่มประชากรได้รวดเร็ว พบตัวเต็มวัยบินมากให้เวลา 18.00-21.00 น. ไข่มีลักษณะค่อนข้างแบนและยาวรี มีสีเหลืองอ่อนเป็นมัน เมื่อใกล้ฟักจะเปลี่ยนเป็นสีดำ ตัวหนอนมีลักษณะลำตัวเรียวยาว หัวแหลมท้ายแหลม ส่วนท้ายมีปุ่มยื่นออกเป็น 2 แฉก เมื่อถูกรบกวนจะทิ้งตัวลงตามใย ตัวหนอนเมื่อโตเต็มที่ขนาด 1 เซนติเมตร มี 4 วัย เข้าดักแด้ตามใบพืชโดยมีใยปกคลุม ดักแด้ในระยะแรกๆ มีสีเขียวและเมื่อใกล้ออกเป็นตัวเต็มวัยจะมีสีน้ำตาล ดักแด้มีขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร การเจริญเติบโตของหนอนใยผักมีวงจรชีวิตประมาณ 2-3 สัปดาห์ มี 17-25 ชั่วอายุขัยต่อปี</p>
<p><strong>การแพร่กระจายและฤดูการระบาด</strong><strong></strong></p>
<p><strong> </strong>ระบาดตามแหล่งปลูกผักทั่วไป หนอนใยผักมักเริ่มระบาดตั้งแต่ฤดูหนาวและจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนระบาดมากในช่วงท้ายของฤดูหนาวต่อฤดูแล้ง ส่วนในฤดูฝนระบาดบ้างแต่ไม่รุนแรง</p>
<p><strong>ศัตรูธรรมชาติ</strong><strong></strong></p>
<p>หนอนใยผักมีแมลงศัตรูธรรมชาติหลายชนิด ได้แก่ แตนเบียนไข่ <em>Trichogrammatoidae bactrae</em> Nagaraja ทำลายไข่ 45.2% นอกจากนั้นยังพบแตนเบียนหนอน Cotesia plutellae Kurdj ซึ่งทำลายในระยะตัวหนอนได้ 69.2% สำหรับแตนเบียนดักแด้ที่พบได้แก่ <em>Thyraeela collaris</em> (Grave) แตนเบียนชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการทำลายดักแด้ได้สูงถึง 23.28%</p>
<p><strong>การป้องกันกำจัด</strong><strong></strong></p>
<ol>
<li>การใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลืองจำนวน 80 กับดักต่อไร่ สามารถลดการใช้สารฆ่าแมลงมากกว่า 50%</li>
<li>การใช้โรงเรือนตาข่ายไนล่อนสีขาวหรือผักกางมุ้ง สามารถป้องกันหนอนใยผักได้อย่างมีประสิทธิภาพ</li>
<li>การใช้สารฆ่าแมลงหากพบหนอนใยผักระบดความพ่นด้วย สปินโนแซด (ซัคเซส 120 เอสซี) อินด๊อกซาคาร์บ (แอมเมท15 % SC) และฟิโปรนิล (แอสเซ็นด์ 5 % SC)</li>
</ol>
<div><span style="color: #993300;">การทำกาวเหนียว Ento 92 </span>สูตรกาวเหนียวที่ผลิตเองนี้สามารถทนทานและมีความเหนียวคงทนอยู่ในแปลงพืชได้นานถึง  10-15 วัน สูตรกาวเหนียวนี้ใช้อัตราส่วนประกอบ 600:390:10 ประกอบด้วย 1.น้ำมันละหุ่ง 600 ซีซี 2.ยางสนชนิดบดละเอียด 390 กรัม 3.ไขคาร์นัวบาร์ 10 กรัม ต้นทุน 120 บาทต่อลิตร</div>
<div>
<p><span style="color: #993300;">วิธีการทำกาวเหนียว</span><br />
1. เตรียมอุปกรณ์สำหรับเคี่ยว (อุ่น) กาวซึ่งอาจใช้กระป๋องสังกะสี  หม้อ  กระทะหรือวัสดุ  อะไรก็ได้ที่ทนความร้อนได้ดี<br />
2. นำมาตั้งบนเตาไฟ (เตาถ่านก็ได้ เตาแก๊สก็ดี) จากนั้นค่อยๆ เทน้ำมันละหุ่งลงไป  เคี่ยวให้ร้อน ทยอยเติมยางสนที่บดแล้ว  และไขคาร์นัวบาร์  ลงไปตามลำดับ<br />
3.เคี่ยวทิ้งไว้นานประมาณ  45 – 60 นาที  หรือจนไฟถ่านมอดหมดแล้ว  หรือเคี่ยวให้นานมากที่สุด  เพื่อที่จะทำให้การคืนสภาพของกาวเหนียวช้าลงและเก็บกาวไว้ได้นานโดยใช้ไม้คนให้ทั่วตลอดการเคี่ยวกาว ข้อควรระมัดระวัง คือ  ถ้าเคี่ยวไฟแรงจัดจะทำให้เกิดการติดไฟได้หรือเกิดอันตราย ยกลงจากเตาทิ้งไว้ให้เย็นหรือตั้งทิ้งไว้หนึ่งคืน</p>
</div>
<p style="text-align: right;">By สัจจะ ประสงค์ทรัพย์ (Satja Prasongsap)<br />
Professional Research Scientist<br />
Horticulture Research Institute<br />
E-mail : herbdoa@gmail.com</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=3576">หนอนใยผัก</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=3576</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นกกระติ๊ดขี้หมู</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5292</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5292#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 May 2016 06:02:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5292</guid>
		<description><![CDATA[<p>นกกระติ๊ดขี้หมู (spoted munia) ชื่อวิทย์ : Lochura punctulata วงศ์ : Passeridae อันดับ : Passeriformes ลักษณะเป็นนกขนาดเล็กขนลำตัวสีน้ำตาล ส่วนท้องสีขาว ตัวเต็มวัยอกมีลายสีน้ำตาล ลูกนกขนส่วนอกสีน้ำตาลอ่อนและไม่มีลายอยู่รวมเป็นฝูงใหญ่ ความสำคัญและลักษณะการทำลาย ศัตรูสำคัญของข้าว พบทั่วประเทศ ลงกินข้าวพร้อมกันเป็นฝูงตั้งแต่ระยะข้าวเป็นน้ำนม ไปจนถึงเก็บเกี่ยว โดยเจาะขบเปลือกกินเฉพาะน้ำนมหรือเมล็ดข้าวอ่อน ขณะเดียวกันทำให้คอรวงข้าวหักง่าย นกชนิดนี้นิยมใช้ปล่อยในงานบุญ จึงมีปริมาณมาก พืชอาหาร ข้าว ข้าวป่า ข้าวฟ่าง การป้องกันและกำจัด 1. กำจัดแหล่งอาศัยของนกกระติ๊ด เช่น พุ่มไม้หรือต้นไม้ใหญ่ ใกล้ที่ปลูกข้าว 2. ทำลายรังนก ไข่ เพื่อลดจำนวนนกลง 3. การไล่โดยคน ในช่วงที่นกจะลงกินข้าว ถ้ามีแรงงานมากพอ จะได้ผลดี 4. ใช้ตาข่ายคลุมทั้งแปลงถ้าเป็นแปลงศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพันธุ์ข้าวหรือใช้วัสดุสะท้อนแสงแขวนทั่วแปลง เพื่อทำให้นกตกใจ</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5292">นกกระติ๊ดขี้หมู</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="text-align: center;"><span style="font-size: large; color: #0000ff;">นกกระติ๊ดขี้หมู (spoted munia)</span><span id="more-5292"></span></span></p>
<p>ชื่อวิทย์ : Lochura punctulata</p>
<p>วงศ์ : Passeridae</p>
<p>อันดับ : Passeriformes</p>
<p>ลักษณะเป็นนกขนาดเล็กขนลำตัวสีน้ำตาล ส่วนท้องสีขาว ตัวเต็มวัยอกมีลายสีน้ำตาล ลูกนกขนส่วนอกสีน้ำตาลอ่อนและไม่มีลายอยู่รวมเป็นฝูงใหญ่</p>
<p align="left"><strong><em>ความสำคัญและลักษณะการทำลาย</em></strong><strong><em></em></strong></p>
<p><strong>ศัตรูสำคัญ</strong>ของข้าว พบทั่วประเทศ ลงกินข้าวพร้อมกันเป็นฝูงตั้งแต่ระยะข้าวเป็นน้ำนม ไปจนถึงเก็บเกี่ยว โดยเจาะขบเปลือกกินเฉพาะน้ำนมหรือเมล็ดข้าวอ่อน ขณะเดียวกันทำให้คอรวงข้าวหักง่าย นกชนิดนี้นิยมใช้ปล่อยในงานบุญ จึงมีปริมาณมาก</p>
<p><strong><em>พืชอาหาร</em></strong> ข้าว ข้าวป่า ข้าวฟ่าง</p>
<p><strong><em>การป้องกันและกำจัด</em></strong></p>
<p>1. กำจัดแหล่งอาศัยของนกกระติ๊ด เช่น พุ่มไม้หรือต้นไม้ใหญ่ ใกล้ที่ปลูกข้าว</p>
<p>2. ทำลายรังนก ไข่ เพื่อลดจำนวนนกลง</p>
<p>3. การไล่โดยคน ในช่วงที่นกจะลงกินข้าว ถ้ามีแรงงานมากพอ จะได้ผลดี</p>
<p>4. ใช้ตาข่ายคลุมทั้งแปลงถ้าเป็นแปลงศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพันธุ์ข้าวหรือใช้วัสดุสะท้อนแสงแขวนทั่วแปลง เพื่อทำให้นกตกใจ</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5292">นกกระติ๊ดขี้หมู</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5292</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปูนา</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5287</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5287#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 May 2016 04:45:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5287</guid>
		<description><![CDATA[<p>ปูนา (ricefield crab) ชื่อวิทย์ : Esanthelphusa spp. , Sayamia spp. วงศ์ : Parathelphusidae อันดับ : Decapoda ความสำคัญและลักษณะการทำลาย ศัตรูสำคัญในนาข้าว เป็นปูน้ำจืด ทั่วประเทศพบ 10 ชนิด กัดทำลายข้าวในระยะต้นกล้า โดยกัดกินเฉพาะส่วนที่อ่อนและอวบน้ำ ได้ตลอดทั้งวัน ยกเว้นช่วงมีแดดจัด ปูนา Sayamia germani พบมากในนาข้าวแถบภาคกลาง และกัดกินต้นข้าวกล้าเสียหายทั้งแปลงได้ ถ้ามีประชากรปูนาสูง พืชอาหาร : ข้าว ซากพืชและซากสัตว์ในน้ำ การป้องกันและกำจัด ควรใช้หลายวิธีร่วมกัน 1. ดักจับแล้วทำลายหรือใช้เป็นอาหารหรือเหยื่อดักหนู โดยใช้ลอบดักทางน้ำไหล หรือขุดหลุมฝังไหหรือปี๊ป ใส่กะปิหรือเศษปลาเพื่อล่อปูลงไห 2. ใช้ต้นกล้าข้าวที่แข็งแรงอายุ~ 30 วัน มาปลูกแทน 3. ระบายน้ำออกทันทีเมื่อกล้าข้าวตั้งตัวได้ 4. ถ้าระบาดมากใช้สารฆ่าปู ตามคำแนะนำ</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5287">ปูนา</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #0000ff;"><strong>ปูนา </strong>(ricefield crab)<span id="more-5287"></span></span></p>
<p><strong>ชื่อวิทย์</strong><em><strong> :</strong> Esanthelphusa </em>spp<em>. , </em><em>Sayamia </em>spp.</p>
<p><strong><span style="font-size: small;">วงศ์</span></strong><strong style="color: #000000; font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 11px; line-height: normal; text-align: -webkit-right;"> : </strong><span style="color: #000000; font-family: Verdana, Arial, Helvetica, sans-serif; font-size: 11px; line-height: normal;">Parathelphusidae</span></p>
<p><strong>อันดับ :</strong> Decapoda</p>
<p><strong><em>ความสำคัญและลักษณะการทำลาย</em></strong></p>
<p><strong>ศัตรูสำคัญ</strong>ในนาข้าว เป็นปูน้ำจืด ทั่วประเทศพบ 10 ชนิด กัดทำลายข้าวในระยะต้นกล้า โดยกัดกินเฉพาะส่วนที่อ่อนและอวบน้ำ ได้ตลอดทั้งวัน ยกเว้นช่วงมีแดดจัด<strong> </strong>ปูนา <em>Sayamia germani </em> พบมากในนาข้าวแถบภาคกลาง และกัดกินต้นข้าวกล้าเสียหายทั้งแปลงได้</p>
<p><strong>ถ้ามีประชากรปูนาสูง </strong></p>
<p><strong><em>พืชอาหาร</em></strong><em> : </em>ข้าว ซากพืชและซากสัตว์ในน้ำ</p>
<p><strong><em>การป้องกันและกำจัด</em></strong> ควรใช้หลายวิธีร่วมกัน</p>
<p>1. ดักจับแล้วทำลายหรือใช้เป็นอาหารหรือเหยื่อดักหนู โดยใช้ลอบดักทางน้ำไหล หรือขุดหลุมฝังไหหรือปี๊ป ใส่กะปิหรือเศษปลาเพื่อล่อปูลงไห</p>
<p>2. ใช้ต้นกล้าข้าวที่แข็งแรงอายุ~ 30 วัน มาปลูกแทน</p>
<p>3. ระบายน้ำออกทันทีเมื่อกล้าข้าวตั้งตัวได้</p>
<p>4. ถ้าระบาดมากใช้สารฆ่าปู ตามคำแนะนำ</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5287">ปูนา</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5287</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หอยเลขหนึ่ง</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5276</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5276#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 May 2016 03:04:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5276</guid>
		<description><![CDATA[<p>หอยเลขหนึ่ง ชื่อวิทย์ Ovaclamys fulgens (Gude) วงศ์ : Helicarionidae อันดับ : Helicarionoidea ความสำคัญและลักษณะการทำลาย ศัตรูสำคัญในโรงเรือนที่เลี้ยงกล้วยไม้ และการส่งออกกล้วยไม้ กัดกินและทำลายส่วนตาและยอด และมักติดไปกับต้นกล้วยไม้เล็ก หรือช่อดอกที่ส่งออก แพร่กระจายตามแหล่งปลูกกล้วยไม้แถบภาคกลาง โดยเฉพาะโรงเรือนที่มีความชื้นสูง เช่น นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี กาญจนบุรี เป็นต้น ระบาดมากในหน้าฝน พืชอาหารกล้วยไม้ การป้องกันและกำจัด ควรทำดังนี้ 1.ก่อนนำกล้วยไม้ใหม่เข้าสวน ต้องตรวจดูว่ามีหอยติดมาหรือไม่ เครื่องปลูกใหม่อาจต้องอบ หรือตากแห้ง หรือชุบสารกำจัดหอย เพื่อกำจัดลูกหอยหรือไข่หอยที่ติดมา 2.หมั่นตรวจสวน เมื่อมีการระบาดของหอยให้พ่นสารฆ่าหอยตามคำแนะนำ และให้ถูกตัวหอยมากที่สุด ข้อควรรู้ในการพ่นสารฆ่าหอยในรังกล้วยไม้ - พ่นในเวลาเช้า ขณะยังมีความชื้นในอากาศ - พ่นน้ำเปล่าก่อนพ่นสารฆ่าหอย 10 นาที - ใช้หัวพ่นรูใหญ่ และแรงดันต่ำ - เดินพ่นสารให้ช้ากว่าพ่นสารกำจัดวัชพืช 1 เท่า - ต้องพ่นสารตามพื้นดิน [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5276">หอยเลขหนึ่ง</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="text-align: center;">หอยเลขหนึ่ง<span id="more-5276"></span></span></strong></p>
<p>ชื่อวิทย์ <em>Ovaclamys fulgens</em> (Gude)</p>
<p>วงศ์ : Helicarionidae</p>
<p>อันดับ : Helicarionoidea</p>
<p><strong><em>ความสำคัญและลักษณะการทำลาย</em></strong></p>
<p><strong><em></em></strong><strong>ศัตรูสำคัญ</strong>ในโรงเรือนที่เลี้ยงกล้วยไม้ และการส่งออกกล้วยไม้ กัดกินและทำลายส่วนตาและยอด และมักติดไปกับต้นกล้วยไม้เล็ก หรือช่อดอกที่ส่งออก แพร่กระจายตามแหล่งปลูกกล้วยไม้แถบภาคกลาง โดยเฉพาะโรงเรือนที่มีความชื้นสูง เช่น นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี กาญจนบุรี เป็นต้น ระบาดมากในหน้าฝน</p>
<p><strong><em>พืชอาหาร</em></strong><em></em>กล้วยไม้</p>
<p><strong><em>การป้องกันและกำจัด</em></strong><strong> </strong>ควรทำดังนี้<strong></strong></p>
<p>1.ก่อนนำกล้วยไม้ใหม่เข้าสวน ต้องตรวจดูว่ามีหอยติดมาหรือไม่ เครื่องปลูกใหม่อาจต้องอบ หรือตากแห้ง หรือชุบสารกำจัดหอย เพื่อกำจัดลูกหอยหรือไข่หอยที่ติดมา<br />
2.หมั่นตรวจสวน เมื่อมีการระบาดของหอยให้พ่นสารฆ่าหอยตามคำแนะนำ และให้ถูกตัวหอยมากที่สุด</p>
<h5>ข้อควรรู้ในการพ่นสารฆ่าหอยในรังกล้วยไม้</h5>
<p>- พ่นในเวลาเช้า ขณะยังมีความชื้นในอากาศ</p>
<p>- พ่นน้ำเปล่าก่อนพ่นสารฆ่าหอย 10 นาที</p>
<p>- ใช้หัวพ่นรูใหญ่ และแรงดันต่ำ</p>
<p>- เดินพ่นสารให้ช้ากว่าพ่นสารกำจัดวัชพืช 1 เท่า</p>
<p>- ต้องพ่นสารตามพื้นดิน ทางเดินระหว่างโต๊ะ ขาโต๊ะ</p>
<p>- ถ้าพบหอยอยู่ในกาบมะพร้าวปลูกให้สารที่โคนต้นและที่กาบมะพร้าว</p>
<p>- ควรงดให้น้ำกล้วยไม้ หลังพ่นสาร 1 2 วัน</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5276">หอยเลขหนึ่ง</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5276</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หอยทากซัคซิเนีย</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5272</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5272#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 May 2016 02:58:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5272</guid>
		<description><![CDATA[<p>หอยทากซัคซิเนีย (amber snail) ชื่อวิทย์ : Succinea sp. วงศ์ : Succineidae อันดับ : Basommatophora ลักษณะเป็นหอยทากบกขนาดเล็กฝาเดียวที่ไม่มีฝาปิด เปลือกบางใสเป็นสีอำพันหรือน้ำตาลทอง ส่วนล่างกว้างและลดขนาดไปตามความสูง ยอดสุดท้ายมีขนาด ความสำคัญและลักษณะการทำลาย ศัตรูสำคัญของกล้วยไม้ในแปลงกล้วยไม้ที่มีความชื้นสูง โดยกัดทำลายตาหน่อ ตาดอก ช่อดอก และส่วนรากงอกใหม่ นอกจากนี้เมือกที่ปล่อยไว้ตลอดแนวทางเดิน อาจทำให้เชื้อราเข้าทำลายกล้วยได้อีกด้วย และที่สำคัญหอยทากเล็กมักติดไปกับกล้วยไม้ส่งออก ซึ่งจะถูกเผาทำลายด้วยเช่นกัน พืชอาหาร กล้วยไม้ และพืชตระกูลกะหล่ำ การป้องกันและกำจัด 1.ก่อนนำกล้วยไม้ใหม่เข้าสวน ต้องตรวจดูว่ามีหอยติดมาหรือไม่ เครื่องปลูกใหม่อาจต้องอบ หรือตากแห้ง หรือชุบสารกำจัดหอย เพื่อกำจัดลูกหอยหรือไข่หอยที่ติดมา 2. หมั่นตรวจสวน เมื่อมีการระบาดของหอยให้พ่นสารฆ่าหอยตามคำแนะนำ และให้ถูกตัวหอยมากที่สุด 3. เนื่องจากหอยชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่าหอยหมายเลขหนึ่ง ถ้าพบบริเวณเครื่องปลูก ให้วางเหยื่อพิษเมทัลดีไฮด์ชนิดเม็ดปลายช้อนชาบริเวณโคนต้นภายหลังจากให้น้ำกล้วยไม้แล้วหรือช่วงเย็นและฝนไม่ตก</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5272">หอยทากซัคซิเนีย</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;"><strong>หอยทากซัคซิเนีย (amber snail)<span id="more-5272"></span></strong></span></p>
<p>ชื่อวิทย์ : Succinea sp.</p>
<p>วงศ์ : Succineidae</p>
<p>อันดับ : Basommatophora</p>
<p>ลักษณะเป็นหอยทากบกขนาดเล็กฝาเดียวที่ไม่มีฝาปิด เปลือกบางใสเป็นสีอำพันหรือน้ำตาลทอง ส่วนล่างกว้างและลดขนาดไปตามความสูง ยอดสุดท้ายมีขนาด</p>
<p><strong><em>ความสำคัญและลั</em></strong><strong><em>กษณะการทำลาย</em></strong><br clear="ALL" /> ศัตรูสำคัญของกล้วยไม้ในแปลงกล้วยไม้ที่มีความชื้นสูง โดยกัดทำลายตาหน่อ ตาดอก ช่อดอก และส่วนรากงอกใหม่ นอกจากนี้เมือกที่ปล่อยไว้ตลอดแนวทางเดิน อาจทำให้เชื้อราเข้าทำลายกล้วยได้อีกด้วย และที่สำคัญหอยทากเล็กมักติดไปกับกล้วยไม้ส่งออก ซึ่งจะถูกเผาทำลายด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong><em>พืชอาหาร </em></strong>กล้วยไม้ และพืชตระกูลกะหล่ำ</p>
<p><strong><em>การป้องกันและกำจัด</em></strong><strong> </strong></p>
<p>1.ก่อนนำกล้วยไม้ใหม่เข้าสวน ต้องตรวจดูว่ามีหอยติดมาหรือไม่ เครื่องปลูกใหม่อาจต้องอบ หรือตากแห้ง หรือชุบสารกำจัดหอย เพื่อกำจัดลูกหอยหรือไข่หอยที่ติดมา</p>
<p>2. หมั่นตรวจสวน เมื่อมีการระบาดของหอยให้พ่นสารฆ่าหอยตามคำแนะนำ และให้ถูกตัวหอยมากที่สุด</p>
<p>3. เนื่องจากหอยชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่าหอยหมายเลขหนึ่ง ถ้าพบบริเวณเครื่องปลูก ให้วางเหยื่อพิษเมทัลดีไฮด์ชนิดเม็ดปลายช้อนชาบริเวณโคนต้นภายหลังจากให้น้ำกล้วยไม้แล้วหรือช่วงเย็นและฝนไม่ตก</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5272">หอยทากซัคซิเนีย</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5272</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หอยเชอรี่</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5265</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5265#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 May 2016 02:50:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5265</guid>
		<description><![CDATA[<p>หอยเชอรี่ (golden apple snail) ชื่อวิทย์ : Pomacea canaliculata Lamarck วงศ์ : Ampullariidae อันดับ : Mesogastropoda ชื่อสามัญอื่น : หอยโข่งเหลือง หอยเป๋าฮื้อน้ำจืด ความสำคัญและลักษณะการทำลาย ศัตรูสำคัญของข้าว เป็นหอยทากน้ำจืด มีขนาดและรูปร่างคล้ายหอยโข่ง แต่เปลือกบางกว่า กัดทำลายต้นข้าวระยะกล้าจนถึงแตกกอ ในช่วงเช้าและเย็น พบระบาดมากในนาข้าวทั่วประเทศ พืชอาหาร บัว ข้าว พืชน้ำต่าง ๆ เช่น สาหร่ายหางกระรอก ฯลฯ การป้องกันและกำจัด 1.ใช้วัสดุกั้น ทุกทางที่น้ำเข้าได้ด้วยเฝือกและตาข่าย 2. เก็บตัวหอยและไข่ด้วยกระชอนที่มีด้ามยาวและที่แซะไข่แล้วนำไปทำลายทุกสัปดาห์ ตลอด 6 อาทิตย์แรก 3.ใช้สารกำจัดหอย ทันทีหลังปักดำเสร็จ หรือหลังไขน้ำเข้านาแล้ว 1 2 ชั่วโมง และต้องมีน้ำสูง 5 เซนติเมตร ตามคำแนะนำ</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5265">หอยเชอรี่</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong> <span style="text-align: center; color: #008000;">หอยเชอรี่ (golden apple snail)</span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-5265"></span></p>
<p>ชื่อวิทย์ : Pomacea canaliculata Lamarck</p>
<p>วงศ์ : Ampullariidae</p>
<p>อันดับ : Mesogastropoda</p>
<p>ชื่อสามัญอื่น : หอยโข่งเหลือง หอยเป๋าฮื้อน้ำจืด</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>ความสำคัญและลักษณะการทำลาย</em></strong></span><strong><em></em></strong></p>
<p>ศัตรูสำคัญของข้าว เป็นหอยทากน้ำจืด มีขนาดและรูปร่างคล้ายหอยโข่ง แต่เปลือกบางกว่า กัดทำลายต้นข้าวระยะกล้าจนถึงแตกกอ ในช่วงเช้าและเย็น พบระบาดมากในนาข้าวทั่วประเทศ</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>พืชอาหาร</em></strong></span><strong><em> </em></strong>บัว <strong><em> </em></strong>ข้าว พืชน้ำต่าง ๆ เช่น สาหร่ายหางกระรอก ฯลฯ</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong><em>การป้องกันและกำจัด</em></strong><em> </em></span></p>
<p>1.ใช้วัสดุกั้น ทุกทางที่น้ำเข้าได้ด้วยเฝือกและตาข่าย</p>
<p>2. เก็บตัวหอยและไข่ด้วยกระชอนที่มีด้ามยาวและที่แซะไข่แล้วนำไปทำลายทุกสัปดาห์ ตลอด 6 อาทิตย์แรก</p>
<p>3.ใช้สารกำจัดหอย ทันทีหลังปักดำเสร็จ หรือหลังไขน้ำเข้านาแล้ว 1 2 ชั่วโมง และต้องมีน้ำสูง 5 เซนติเมตร ตามคำแนะนำ</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5265">หอยเชอรี่</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5265</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนูหริ่งนาหางสั้น</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5261</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5261#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 May 2016 07:30:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5261</guid>
		<description><![CDATA[<p>หนูหริ่งนาหางสั้น ( fawn colored mouse) ชื่อวิทย์ : Mus cervicolor Hodgson วงศ์ : Muridae อันดับย่อย : Myomorpha อันดับ : Rodentia ชื่อสามัญอื่น : หนูคา ลักษณะเป็นหนูขนาดเล็ก น้ำหนัก 10-17 กรัม หาง 2 สีแต่ไม่ชัด หางสั้นกว่าความยาวลำตัว+หัว ขนท้องสีขาว ขนด้านหลังสีเทาปนน้ำตาลอาศัยในรอยแตกของดินบริเวณคันนา หรือขุดรูเล็ก ๆ ตามคันนาและตามป่าหญ้าคา ความสำคัญและลักษณะการทำลาย ศัตรูสำคัญของข้าวและพืชไร่อื่น ๆ ที่ปลูกหลังนา พบทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ กัดแทะทำลายตั้งแต่ระยะปลูก ไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว พืชอาหาร ข้าว ถั่วต่าง ๆ ข้าวโพด ลำไย เมล็ดหญ้า รากหญ้า การป้องกันและกำจัด 1. อนุรักษ์สัตว์ล่าหนูในธรรมชาติ เช่น [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5261">หนูหริ่งนาหางสั้น</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">หนูหริ่งนาหางสั้น ( fawn colored mouse)<span id="more-5261"></span></p>
<p>ชื่อวิทย์ : Mus cervicolor Hodgson</p>
<p>วงศ์ : Muridae</p>
<p>อันดับย่อย : Myomorpha</p>
<p>อันดับ : Rodentia</p>
<p>ชื่อสามัญอื่น : หนูคา</p>
<p>ลักษณะเป็นหนูขนาดเล็ก น้ำหนัก 10-17 กรัม หาง 2 สีแต่ไม่ชัด หางสั้นกว่าความยาวลำตัว+หัว ขนท้องสีขาว ขนด้านหลังสีเทาปนน้ำตาลอาศัยในรอยแตกของดินบริเวณคันนา หรือขุดรูเล็ก ๆ ตามคันนาและตามป่าหญ้าคา</p>
<p><strong><em>ความสำคัญและลักษณะการทำลาย</em></strong><strong><em></em></strong></p>
<p>ศัตรูสำคัญของข้าวและพืชไร่อื่น ๆ ที่ปลูกหลังนา พบทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ กัดแทะทำลายตั้งแต่ระยะปลูก ไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว</p>
<p><em>พืชอาหาร </em>ข้าว ถั่วต่าง ๆ ข้าวโพด ลำไย เมล็ดหญ้า รากหญ้า</p>
<p><strong><em>การป้องกันและกำจัด</em> </strong></p>
<p>1. อนุรักษ์สัตว์ล่าหนูในธรรมชาติ เช่น เหยี่ยว นกอีเสือหัวดำ นกแสก งู ฯลฯ</p>
<p>2. ใช้กรงดัก หรือกับดักตีตาย ที่มีเมล็ดข้าวสารหรือข้าวโพดสดเป็นเหยื่อล่อ</p>
<p>3. ถ้าหนูระบาดมากใช้สารกำจัดหนูชนิดออกฤทธิ์เร็วตามคำแนะนำเพียงครั้งเดียว</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5261">หนูหริ่งนาหางสั้น</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5261</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนูหริ่งนาหางยาว</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5258</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5258#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 May 2016 07:25:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5258</guid>
		<description><![CDATA[<p>หนูหริ่งนาหางยาว (Ryukyu mouse) ชื่อวิทย์ Mus caroli Bohote. วงศ์ : Muridae อันดับย่อย : Myomorpha อันดับ : Rodentia ชื่อสามัญอื่น : หนูคา ลักษณะเป็นหนูขนาดเล็ก น้ำหนัก 8 13 กรัม หาง 2 สีเด่นชัดและยาวกว่าความยาวลำตัว+หัว ขนด้านบนเทาแก่ปนน้ำตาล ด้านท้องสีขาว ตีนหลังใหญ่กว่าของหนูหริ่งหางสั้น แหล่งอาศัยเช่นเดียวกับหนูหริ่งนาหางสั้น ความสำคัญและลักษณะการทำลาย ศัตรูสำคัญของข้าวและพืชไร่อื่น ๆ ที่ปลูกหลังนา พบทั่วประเทศ แต่พบมากทางภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กัดแทะทำลายข้าวและพืชไร่ตั้งแต่ระยะปลูก ไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว พืชอาหาร ข้าว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ลำไย เมล็ดหญ้า รากหญ้า การป้องกันและกำจัด 1. อนุรักษ์สัตว์ล่าหนูในธรรมชาติ เช่น เหยี่ยว นกอีเสือหัวดำ นกแสก [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5258">หนูหริ่งนาหางยาว</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">หนูหริ่งนาหางยาว (Ryukyu mouse)<span id="more-5258"></span></p>
<p>ชื่อวิทย์ <em> Mus caroli</em> Bohote.</p>
<p>วงศ์ : Muridae</p>
<p>อันดับย่อย : Myomorpha</p>
<p>อันดับ : Rodentia</p>
<p>ชื่อสามัญอื่น : หนูคา</p>
<p>ลักษณะเป็นหนูขนาดเล็ก น้ำหนัก 8 13 กรัม หาง 2 สีเด่นชัดและยาวกว่าความยาวลำตัว+หัว ขนด้านบนเทาแก่ปนน้ำตาล ด้านท้องสีขาว ตีนหลังใหญ่กว่าของหนูหริ่งหางสั้น แหล่งอาศัยเช่นเดียวกับหนูหริ่งนาหางสั้น</p>
<p><strong><em>ความสำคัญและลักษณะการทำลาย</em></strong><strong><em></em></strong></p>
<p>ศัตรูสำคัญของข้าวและพืชไร่อื่น ๆ ที่ปลูกหลังนา พบทั่วประเทศ แต่พบมากทางภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กัดแทะทำลายข้าวและพืชไร่ตั้งแต่ระยะปลูก ไปจนถึงระยะเก็บเกี่ยว</p>
<p><strong>พืชอาหาร </strong><em> </em> ข้าว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ลำไย เมล็ดหญ้า รากหญ้า</p>
<p><strong>การป้องกันและกำจัด </strong></p>
<p>1. อนุรักษ์สัตว์ล่าหนูในธรรมชาติ เช่น เหยี่ยว นกอีเสือหัวดำ นกแสก งู ฯลฯ</p>
<p>2. ใช้กรงดัก หรือกับดักตีตาย ที่มีเมล็ดข้าวสารหรือข้าวโพดสดเป็นเหยื่อล่อ</p>
<p>3. ถ้าหนูระบาดมากใช้สารกำจัดหนูชนิดออกฤทธิ์เร็วตามคำแนะนำเพียงครั้งเดียว เช่น สารซิงค์ฟอสไฟด์ 80% PW อัตรา 10 กรัมผสมกับเมล็ดพืช 1 กิโลกรัม</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5258">หนูหริ่งนาหางยาว</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5258</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนูพุกใหญ่</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5250</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5250#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 May 2016 07:13:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ศัตรูพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ศัตรูพืช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5250</guid>
		<description><![CDATA[<p>หนูพุกใหญ่ (great bandicoot) ชื่อวิทย์ : Bandicota indica (Becstein) วงศ์ : Muridae อันดับย่อย : Myomorpha อันดับ : Rodentia ชื่อสามัญอื่น : หนูแผง ลักษณะเป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุด น้ำหนักตัว 400-700 กรัม มีเสียงร้องขู่ที่ดังมาก และแผงขนหลังยาวและตั้งขึ้นอย่างเห็นชัดเมื่อต่อสู้หรือตกใจ ขุดรูอาศัยในคันดินขนาดใหญ่ หรือตามคันคูคลองปากรูมีกองขุยดิน ความสำคัญและลักษณะการทำลาย ศัตรูสำคัญของพืชเศรษฐกิจพบทั่วประเทศ และเป็นพาหะหรือรังโรคติดต่อสู่คนและสัตว์เลี้ยง เช่น ฮันต้าไวรัส มิวรีนไทฟัส เลปโตสไปโรซีส เป็นต้น ทำลายข้าวและพืชไร่ตั้งแต่ระยะปลูกจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ส่วนพืชยืนต้นพบการทำลายเฉพาะในสวนปลูกใหม่ ส่วนยอดหรือโคนต้นของกล้าพืชถูกกัดแทะเป็นอาหารและลับฟันแทะ พืชอาหาร ข้าว พืชไร่ต่าง ๆ มะพร้าว กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ปูนา หอย ปลา การป้องกันและกำจัด 1. ขุด ดักจับ ไฟฟ้าซ๊อต หรือล้อมตี [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5250">หนูพุกใหญ่</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>หนูพุกใหญ่ (great bandicoot)<span id="more-5250"></span></strong></p>
<p>ชื่อวิทย์ : <em> Bandicota indica </em> (Becstein)</p>
<p>วงศ์ : Muridae</p>
<p>อันดับย่อย : Myomorpha</p>
<p>อันดับ : Rodentia</p>
<p>ชื่อสามัญอื่น : หนูแผง</p>
<p style="text-align: left;" align="center">ลักษณะเป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุด น้ำหนักตัว 400-700 กรัม มีเสียงร้องขู่ที่ดังมาก และแผงขนหลังยาวและตั้งขึ้นอย่างเห็นชัดเมื่อต่อสู้หรือตกใจ ขุดรูอาศัยในคันดินขนาดใหญ่ หรือตามคันคูคลองปากรูมีกองขุยดิน<strong></strong></p>
<p><strong><em>ความสำคัญและลักษณะการทำลาย</em></strong><strong><em></em></strong></p>
<p><strong> ศัตรูสำคัญ</strong>ของพืชเศรษฐกิจพบทั่วประเทศ และเป็นพาหะหรือรังโรคติดต่อสู่คนและสัตว์เลี้ยง เช่น ฮันต้าไวรัส มิวรีนไทฟัส เลปโตสไปโรซีส เป็นต้น ทำลายข้าวและพืชไร่ตั้งแต่ระยะปลูกจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ส่วนพืชยืนต้นพบการทำลายเฉพาะในสวนปลูกใหม่ ส่วนยอดหรือโคนต้นของกล้าพืชถูกกัดแทะเป็นอาหารและลับฟันแทะ</p>
<p><strong>พืชอาหาร </strong> ข้าว พืชไร่ต่าง ๆ มะพร้าว กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ปูนา หอย ปลา</p>
<p><strong>การป้องกันและกำจัด</strong></p>
<p>1. ขุด ดักจับ ไฟฟ้าซ๊อต หรือล้อมตี เพื่อเป็นอาหาร<strong></strong></p>
<p>2. ถ้าาระบาดมากใช้สารกำจัดหนูตามคำแนะนำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อมูลจาก : กลุ่มงานสัตววิทยา กองกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5250">หนูพุกใหญ่</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5250</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
