<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน &#187; พืชไม้ประดับ</title>
	<atom:link href="http://hort.ezathai.org/?cat=15&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://hort.ezathai.org</link>
	<description>พืชผัก เห็ด และสมุนไพร, การปลูก, ศูนย์องค์ความรู้พืชสวนด้านการเกษตร, สัจจะ ประสงค์ทรัพย์, herbdoa, medicinal plant,satja prasongsap, Horti Thai</description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 Apr 2026 08:49:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.2</generator>
		<item>
		<title>Prostrate Casuarina glauca</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=8321</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=8321#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Feb 2020 03:35:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชไม้ประดับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=8321</guid>
		<description><![CDATA[<p>Prostrate Casuarina glauca พืชรูปร่างประหลาดใบเป็นเส้นยาวสีเขียวเข้ม ปกคลุมจนมองไม่เห็นลำต้น มีการเจริญเติบโตของต้นแบบทอดนอน (prostrate form) จัดอยู่ในวงศ์สนทะเล (Casuarina) ถูกค้นพบเมื่อปี 1998 โดยนักพืชสวนระหว่างปฏิบัติการในภาพสนามที่ Kattang Nature Reserve ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีการเก็บและนำมาเพาะเลี้ยงจนเป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาต่อมา สำหรับพันธุ์ &#8216;Kattang Karpet&#8217; เหมาะสำหรับจัดสวนหย่อม ช่วยคลุมและรักษาความขื้นของดิน ต้นสูงเพียง 30 ซม. และอาจกว้างได้ถึง 2 ม. ชอบแดดปานกลาง-จัด เจริญเติบโตในดินทุกชนิด แต่ค่อนข้างช้า จึงไม่ต้องการการตัดแต่งกิ่ง สัจจะ ประสงค์ทรัพย์ Satja Prasongsap Professional Research Scientist Horticultural Research Institute(HRI), Department of Agriculture (DOA) P.O.Box 50 Chattuchak, Bangkok 10900, Thailand Tel: 66-2940-5484 [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=8321">Prostrate Casuarina glauca</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Prostrate Casuarina glauca พืชรูปร่างประหลาดใบเป็นเส้นยาวสีเขียวเข้ม ปกคลุมจนมองไม่เห็นลำต้น มีการเจริญเติบโตของต้นแบบทอดนอน (prostrate form) <span id="more-8321"></span>จัดอยู่ในวงศ์สนทะเล (Casuarina) ถูกค้นพบเมื่อปี 1998 โดยนักพืชสวนระหว่างปฏิบัติการในภาพสนามที่ Kattang Nature Reserve ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีการเก็บและนำมาเพาะเลี้ยงจนเป็นที่นิยมแพร่หลายในเวลาต่อมา สำหรับพันธุ์ &#8216;Kattang Karpet&#8217; เหมาะสำหรับจัดสวนหย่อม ช่วยคลุมและรักษาความขื้นของดิน ต้นสูงเพียง 30 ซม. และอาจกว้างได้ถึง 2 ม. ชอบแดดปานกลาง-จัด เจริญเติบโตในดินทุกชนิด แต่ค่อนข้างช้า จึงไม่ต้องการการตัดแต่งกิ่ง</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=8323" rel="attachment wp-att-8323"><img class="aligncenter size-full wp-image-8323" title="Prostrate Casuarina glauca" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2020/02/Prostrate-Casuarina-glauca.jpg" alt="" width="720" height="960" /></a></p>
<div>สัจจะ ประสงค์ทรัพย์</div>
<div>Satja Prasongsap</div>
<div>Professional Research Scientist</div>
<div></div>
<div>Horticultural Research Institute(HRI), Department of Agriculture (DOA)</div>
<div>P.O.Box 50 Chattuchak, Bangkok 10900, Thailand</div>
<div>Tel: 66-2940-5484</div>
<div>Fax: 66-2561-4667</div>
<div>E-mail address : <a href="mailto:herbdoa@gmail.com">herbdoa@gmail.com</a></div>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=8321">Prostrate Casuarina glauca</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=8321</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Sedum japonicum &#8216;Tokyo Sun&#8217;</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=8198</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=8198#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Jan 2020 02:32:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชไม้ประดับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=8198</guid>
		<description><![CDATA[<p>Sedum japonicum &#8216;Tokyo Sun&#8217; ลักษณะโดดเด่นของ Sedum japonicum &#8216;Tokyo Sun&#8217; อยู่ที่ใบขนาดเล็กละเอียดและสีของใบ ใบมีสีเหลืองทองเมื่อปลูกอยู่ในกลางแจ้ง แต่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเหลืองเมื่ออยู่ในร่ม บางครั้งใบอาจกลายพันธุ์กลับเป็นสีเขียว เจริญเติบโตค่อนข้างช้า-ปานกลาง มักปลูกเป็นไม้คลุมดินในสวนหินหรือสวนขนาดเล็ก สำหรับการปลูกในบ้านควรวางไว้ที่มีแสงค่อนข้างจ้า แม้ว่าจะชอบร่มเงาและชื้น ขนาดต้นเมื่อโตเต็มที่สูง 2 นิ้ว แผ่ขยายออกด้านข้างได้มากถึง 8 นิ้ว และอาจอยู่ได้นานถึง 10 ปี ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปลูกและเจริญเติบโตได้ดี ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทนเค็ม และทนต่อมลภาวะในเมืองได้เป็นอย่างดี</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=8198">Sedum japonicum &#8216;Tokyo Sun&#8217;</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">Sedum japonicum &#8216;Tokyo Sun&#8217;</p>
<p>ลักษณะโดดเด่นของ Sedum japonicum &#8216;Tokyo Sun&#8217; อยู่ที่ใบขนาดเล็กละเอียดและสีของใบ ใบมีสีเหลืองทองเมื่อปลูกอยู่ในกลางแจ้ง<span id="more-8198"></span> แต่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเหลืองเมื่ออยู่ในร่ม บางครั้งใบอาจกลายพันธุ์กลับเป็นสีเขียว เจริญเติบโตค่อนข้างช้า-ปานกลาง มักปลูกเป็นไม้คลุมดินในสวนหินหรือสวนขนาดเล็ก สำหรับการปลูกในบ้านควรวางไว้ที่มีแสงค่อนข้างจ้า แม้ว่าจะชอบร่มเงาและชื้น ขนาดต้นเมื่อโตเต็มที่สูง 2 นิ้ว แผ่ขยายออกด้านข้างได้มากถึง 8 นิ้ว และอาจอยู่ได้นานถึง 10 ปี ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปลูกและเจริญเติบโตได้ดี ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทนเค็ม และทนต่อมลภาวะในเมืองได้เป็นอย่างดี</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=8198">Sedum japonicum &#8216;Tokyo Sun&#8217;</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=8198</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การล้อมต้นไม้</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=11128</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=11128#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 18 Apr 2024 03:09:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชไม้ประดับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=11128</guid>
		<description><![CDATA[<p>การล้อมต้นไม้ 1.ตัดแต่งทรงพุ่มของต้นไม้เพื่อลดการคายน้ำและสะดวกในการขนย้าย ตัดแต่งออกไม่เกิน 1 ใน 3 ของทรงพุ่มเดิม เพื่อให้ยังคงรูปทรงและความสวยงาม  2.ขุดดินเป็นร่องรอบต้นไม้เส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น และตัดรากแขนงเล็กและใหญ่ออกไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนระบบราก 3.นำดินเดิมมาปรับปรุงโดยการใส่ดินผสมปุ๋ยหมักหรืออินทรีย์วัตถุ หลังจากนั้นทำการห่อหุ้มตุ้มดินและอัดขุยมะพร้าวพร้อมห่อมัดหุ้มตุ้มดินด้วยเชือกป่านให้แน่นหนา รดน้ำให้ชุ่ม 4.ย้ายต้นไม้และนำไปอนุบาลพักฟื้นในที่ร่ม รดน้ำให้ชุ่มบ่อยครั้ง พร้อมรดสารเร่งราก NAA เพื่อให้เกิดรากแตกใบใหม่ และนำต้นไม้ไปลงปลูกต่อไป 5.การล้อมย้ายต้นไม้ ชวงที่เหมาะสมในการขุดล้อมต้นไม้ คือ ช่วงที่ต้นไม้ฟักตัวปลายฤดูหนาว ฤดูแล้ง จนถึงต้นฤดูฝน</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11128">การล้อมต้นไม้</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">การล้อมต้นไม้</p>
<p>1.ตัดแต่งทรงพุ่มของต้นไม้เพื่อลดการคายน้ำและสะดวกในการขนย้าย ตัดแต่งออกไม่เกิน 1 ใน 3 ของทรงพุ่มเดิม เพื่อให้ยังคงรูปทรงและความสวยงาม <span id="more-11128"></span><br />
2.ขุดดินเป็นร่องรอบต้นไม้เส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้น และตัดรากแขนงเล็กและใหญ่ออกไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนระบบราก<br />
3.นำดินเดิมมาปรับปรุงโดยการใส่ดินผสมปุ๋ยหมักหรืออินทรีย์วัตถุ หลังจากนั้นทำการห่อหุ้มตุ้มดินและอัดขุยมะพร้าวพร้อมห่อมัดหุ้มตุ้มดินด้วยเชือกป่านให้แน่นหนา รดน้ำให้ชุ่ม<br />
4.ย้ายต้นไม้และนำไปอนุบาลพักฟื้นในที่ร่ม รดน้ำให้ชุ่มบ่อยครั้ง พร้อมรดสารเร่งราก NAA เพื่อให้เกิดรากแตกใบใหม่ และนำต้นไม้ไปลงปลูกต่อไป<br />
5.การล้อมย้ายต้นไม้ ชวงที่เหมาะสมในการขุดล้อมต้นไม้ คือ ช่วงที่ต้นไม้ฟักตัวปลายฤดูหนาว ฤดูแล้ง จนถึงต้นฤดูฝน</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11128">การล้อมต้นไม้</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=11128</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขิงแดง</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=210</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=210#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2012 09:08:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>
		<category><![CDATA[พืชไม้ประดับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=210</guid>
		<description><![CDATA[<p>ขิงแดง ชื่ออื่นๆ : - ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE ชื่อสามัญ : Red Ginger ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zingiber officinale Roscoe. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพืชล้มลุกเนื้ออ่อน ใบเดี่ยวออกสลับสีเขียวรูปหอก ดอกมีลักษณะคล้ายขิงบ้าน การนำไปใช้ประโยชน์ : เหง้าขับลม แก้ท้องเสีย แก้ธาตุพิการ ช่วยย่อยอาหาร การขยายพันธุ์ : เหง้า แยกหน่อ การปลูกและการดูแล - การปลูก ขุดหลุมกว้าง ยาว และสูงด้านละประมาณ 30 ซม. ผสมดินด้วยปุ๋ยคอกทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ นำมาตัดแต่งออกให้เป็นแง่ง แง่งมีปุ่มตา 3-4 ตา ที่จะแตกต้นออกมาใหม่ได้ เอาปูนแดง (ที่เคี้ยวกับหมาก) ทาแผลที่เกิดจากการตัดทิ้งไว้จนแห้งดีแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันต้นเน่า จากนั้นกลบฝังให้ดินสูงจากแง่งขิงเพียง 5 ซม. ให้มีระยะห่างกันประมาณ [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=210">ขิงแดง</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong><span style="color: #008000;">ขิงแดง</span><span id="more-210"></span></strong><strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #339966;">ชื่ออื่นๆ </span> </strong><strong>: -</strong></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อวงศ์</strong></span><strong> : </strong>ZINGIBERACEAE<strong></strong></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อสามัญ</strong> </span> <strong>: </strong> Red Ginger</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> </span> <strong>: </strong> <em>Zingiber officinale </em>Roscoe.</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์</strong></span><strong> : </strong> เป็นพืชล้มลุกเนื้ออ่อน ใบเดี่ยวออกสลับสีเขียวรูปหอก ดอกมีลักษณะคล้ายขิงบ้าน</p>
<p><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=7730" rel="attachment wp-att-7730"><img class="aligncenter size-full wp-image-7730" title="ขิงแดง16" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2012/11/ขิงแดง16.jpg" alt="" width="404" height="404" /></a></p>
<p><strong><span style="color: #339966;">การนำไปใช้ประโยชน์ </span> </strong><strong>: </strong>เหง้าขับลม แก้ท้องเสีย แก้ธาตุพิการ ช่วยย่อยอาหาร</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">การขยายพันธุ์</span> </strong><strong>: </strong> เหง้า แยกหน่อ</p>
<p><strong><span style="color: #339966;">การปลูกและการดูแล</span> </strong></p>
<p><span style="color: #cc99ff;"><strong>- การปลูก</strong> </span> ขุดหลุมกว้าง ยาว และสูงด้านละประมาณ 30 ซม. ผสมดินด้วยปุ๋ยคอกทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ นำมาตัดแต่งออกให้เป็นแง่ง แง่งมีปุ่มตา 3-4 ตา ที่จะแตกต้นออกมาใหม่ได้ เอาปูนแดง (ที่เคี้ยวกับหมาก) ทาแผลที่เกิดจากการตัดทิ้งไว้จนแห้งดีแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันต้นเน่า จากนั้นกลบฝังให้ดินสูงจากแง่งขิงเพียง 5 ซม. ให้มีระยะห่างกันประมาณ 20-25 ซม.<strong> </strong></p>
<p><span style="color: #cc99ff;"><strong>- การดูแล</strong></span> หาหญ้าแห้งหรือฟางมาปิดหน้าดินเพื่อเก็บความชื้นไว้ในดินให้มากและนานที่สุด รดน้ำให้ชุ่มทั้งเช้าและเย็น เมื่องอกดีแล้วจะรดน้ำวันละครั้งก็ได้หลังจากการปลูก 2 เดือน ให้พรวนดินรอบโคนต้น แล้วเติมปุ๋ยคอกไปสัก 1-2 กำมือ</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>สรรพคุณ</strong></span></p>
<p><span style="color: #cc99ff;"><strong>- เหง้า</strong></span> แก้มุตกิด บำรุงกำลัง แก้ปวดท้อง ขับระดู ใจสั่น</p>
<p><span style="color: #cc99ff;"><strong>- ราก</strong> </span> แก้กามตายด้าน บำรุงกำหนัด</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=210">ขิงแดง</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=210</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ค้างคาวดำ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=229</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=229#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Nov 2012 09:27:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชผัก ย-ฮ]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>
		<category><![CDATA[พืชไม้ประดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=229</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านค้างคาวดำ ชื่ออื่นๆ : เนียมฤาษี ม่านแผลน ว่านนางครวญ พิลพลูสี มังกรดำ ดีงูหว้า ว่านพังพอน ว่านหัวฬา ดีปลาช่อน คลุ้มเสีย ม้าถอนหลัก ละเบ๊าะบูเก๊ะ เนระพูสีไทย ชื่อวงศ์ : TACCACEAE ชื่อสามัญ : Tacca J.R.&#38; G. Forst ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tacca chantriri Andre ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดินสูง 50-60 ซม. ใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม แผ่นใบแผ่รูปหอกแกมรอบขนาน กว้าง 7-15 ซม. ยาว 20-60 ซม. ก้านใบยาว 15-30 ซม. ดอก &#8211; ดอกเป็นช่อลักษณะเป็นกลุ่ม มี 4-6 (25) ดอก ก้านช่อดอกยาว [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=229">ค้างคาวดำ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong><span style="color: #008000;">ว่านค้างคาวดำ</span><span id="more-229"></span></strong><strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #008000;">ชื่ออื่นๆ </span> </strong><strong>: </strong>เนียมฤาษี ม่านแผลน ว่านนางครวญ พิลพลูสี มังกรดำ ดีงูหว้า ว่านพังพอน ว่านหัวฬา ดีปลาช่อน คลุ้มเสีย ม้าถอนหลัก ละเบ๊าะบูเก๊ะ เนระพูสีไทย</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่อวงศ์</strong></span><strong> :</strong> TACCACEAE<strong></strong></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่อสามัญ</strong></span> <strong>:</strong> Tacca J.R.&amp; G. Forst</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> </span> <strong> :</strong> <em> Tacca chantriri</em> Andre</p>
<p><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=7607" rel="attachment wp-att-7607"><img class="aligncenter size-full wp-image-7607" title="kangkaw" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2019/09/kangkaw.jpg" alt="" width="404" height="404" /></a><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=1740" rel="attachment wp-att-1740"><br />
</a></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์</strong></span><strong> : </strong>ไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดินสูง 50-60 ซม. ใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม แผ่นใบแผ่รูปหอกแกมรอบขนาน กว้าง 7-15 ซม. ยาว 20-60 ซม. ก้านใบยาว 15-30 ซม. ดอก &#8211; ดอกเป็นช่อลักษณะเป็นกลุ่ม มี 4-6 (25) ดอก ก้านช่อดอกยาว 30-50 ซม. สีเขียวเข้ม ผล &#8211; ลักษณะเป็นม้วนรูปสามเหลี่ยมมีสัน 6 สัน ผลแก่กว้าง 1-2.5 ซม. ยาว 2.5-5 ซม. ไม่หลุดล่วงง่าย</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">การนำไปใช้ประโยชน์ </span> </strong><strong>: ทางอาหาร</strong> ใบยอดอ่อน เผาไฟ ลวกต้มกินกับป่น ลาบ ทางยา หัวหั่นแว่นดองเหล้า เป็นยาบำรุงกำลัง (มูเซอใช้ต้น ใบ ราก ต้มกินแก้มะเร็ง) การใช้สอยอื่น ไม้ประดับ</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">การขยายพันธุ์ </span> </strong><strong>: </strong>แยกกอ<strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #008000;">การปลูกและการดูแล </span> </strong><strong>: </strong><strong>วิธีการปลูก</strong> หากเป็นพื้นที่สามารถทำเป็นแปลงได้ ให้ขุดดินลึกประมาณ 1 หน้าจอบ ตากแดดทิ้งไว้ 7 วัน แล้วมาย่อยให้ร่วน ผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นนำหัวลงฝังดิน ไม่ต้องลึกมากนัก เอาแค่เพียงมิดเหง้าเป็นพอ ระยะห่างประมาณ 10 นิ้วต่อ 1 เหง้า หากชิดเกินไปก้านใบจะแน่นแออัดแลดูไม่สวย และเป็นการแย่งอาหารกันเองอีกด้วย ซึ่งเป็นผลต่อการให้ดอกด้วยก้านดอกอาจจะอ่อนแอไม่ชูตั้งตรง</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>สำหรับการปลูกในกระถาง</strong> </span>ใช้ดินสำเร็จที่มีจำหน่ายในตลาดต้นไม้ ใส่ลงกระถางขนาดพอเหมาะกับพื้นที่ และเหง้า 1 กระถาง ควรใช้เพียงเหง้าเดียวก็พอ ปลูกแล้วนำไปวางในที่ร่ม รอการตั้งตัวประมาณ 7 วัน จึงนำมาประดับในจุดที่ตั้งใจไว้ แต่ให้รดน้ำวันละ 2 ครั้ง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนสิงหาคม ค้างคาวดำจะให้ดอก ซึ่งจะสวย และแปลกไปอีกแบบหนึ่ง คือ ดอกจะออกไปทางสีม่วงดำ หรือ ไม่ก็เขียวเข้มเป็นช่อ ๆ ลักษณะเป็นกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะมีประมาณ 4-6 ดอก มีใบประดับดอก 2 คู่ สีเขียวเข้มหรือไม่ก็สีม่วงอมดำ อยู่ ตรงข้ามใบประดับคู่นอก นอกจากนี้ยังมีใบประดับดอก ลักษณะเป็นเส้นกลมยาวโค้ง ทิ้งตัวลงสู่เบื้องล่างแบบเว้าโค้งของพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวส่วนบนประมาณ 5-25 อัน เป็นสีม่วง หรือไม่ก็ม่วงอมไปทางเขียวเข้ม ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ก้านดอกยาวประมาณ 30-50 เซนติ เมตร สามารถตัดมาปักแจกันประดับโต๊ะ เพื่อความสวยงามในบ้านได้ และหากปล่อยไว้กับต้นพร้อมดูแลบำรุงดีหน่อย โดยการให้น้ำวันละ 2 เวลา และปุ๋ยสูตร 15-15-15 ทุก 1 อาทิตย์ อย่างสม่ำเสมอ ดอกจะติดก้านชูคอเด่นสวยไม่น้อยกว่า 30-45 วัน</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>สรรพคุณ</strong> </span> <strong> </strong></p>
<p><strong>- เหง้า</strong> เป็นยาบำรุงกำลังสตรีมีครรภ์ แก้โรคความดันเลือดต่ำ บำรุงกำลังทางเพศ</p>
<p><strong>- ทั้งต้น </strong>ต้มอาบน้ำรักษาผื่นคัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์<br />
Satja Prasongsap (Research Scientist)<br />
Horticultural Research Institute</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;">by Satja Prasongsap</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=229">ค้างคาวดำ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=229</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จันทน์ผา</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=251</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=251#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Nov 2012 02:30:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ก-ณ]]></category>
		<category><![CDATA[พืชไม้ประดับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=251</guid>
		<description><![CDATA[<p>จันทน์ผา ชื่ออื่นๆ : จันทร์แดง ลักกะจันทร์ ชื่อวงศ์ : DRACAENACEAE ชื่อสามัญ : Chan Pha ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dracaena lourieri ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้นขนาดสูงประมาณ 4 เมตร ลำต้นตรง ใบเดี่ยวแตกออกที่ยอดเป็นกระจุกเรียวยาวปลายแหลม ดอกขนาดเล็ก สีขาวเป็นช่อพวงโต ดอกเป็นพวงคล้ายหมากเล็กๆ แก่นสีแดง เกิดตามป่าเขาแล้งทั่วไป พบมากตามเขาหินปูน ผล ทรงกลม ผิวผลเรียบ การนำไปใช้ประโยชน์ : ทางยา แก่น มีรสขมเย็นฝาดน้อย แก้ไออันเกิดจากซางและดี บำรุงหัวใจ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ไข้เพื่อดีพิการ และแก้บาดแผล แก้พิษฝีมีอาการอักเสบ ปวดบวม การขยายพันธุ์ : ตอนกิ่ง การปลูกและการดูแล : การปลูกโดยวิธีการชำยอด ชำส่วนของลำต้นหรือตอนกิ่งโดยการตัดกิ่งหรือลำต้นเป็นท่อนๆ ให้มีตาติดอยู่ด้วยชำลงในกระบะเพาะชำหรือชำในกระถางโดยตรงก็ได้ เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิดชอบความชื้นสูง การให้ปุ๋ยให้อย่างสม่ำเสมอปีละ 135 [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=251">จันทน์ผา</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><span style="color: #008000;"><strong>จันทน์ผา<span id="more-251"></span></strong></span><strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #008000;">ชื่ออื่นๆ </span> </strong><strong>: </strong>จันทร์แดง ลักกะจันทร์</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่อวงศ์</strong></span><strong> : </strong> DRACAENACEAE<strong></strong></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่อสามัญ</strong> </span> <strong> :</strong> Chan Pha<strong></strong></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> </span> <strong>: </strong> <em>Dracaena lourieri</em></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์</strong></span><strong> : </strong>ไม้ยืนต้นขนาดสูงประมาณ 4 เมตร ลำต้นตรง ใบเดี่ยวแตกออกที่ยอดเป็นกระจุกเรียวยาวปลายแหลม ดอกขนาดเล็ก สีขาวเป็นช่อพวงโต ดอกเป็นพวงคล้ายหมากเล็กๆ แก่นสีแดง เกิดตามป่าเขาแล้งทั่วไป พบมากตามเขาหินปูน ผล ทรงกลม ผิวผลเรียบ</p>
<p><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=7593" rel="attachment wp-att-7593"><img class="aligncenter size-full wp-image-7593" title="junpa" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2019/09/junpa.jpg" alt="" width="403" height="403" /></a><a href="http://localhost/wordpress/wp-content/uploads/2012/11/junpa.jpg"><br />
</a></p>
<p><strong><span style="color: #008000;">การนำไปใช้ประโยชน์ </span> </strong><strong>: </strong><strong>ทางยา </strong> แก่น มีรสขมเย็นฝาดน้อย แก้ไออันเกิดจากซางและดี บำรุงหัวใจ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ไข้เพื่อดีพิการ และแก้บาดแผล แก้พิษฝีมีอาการอักเสบ ปวดบวม</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">การขยายพันธุ์ </span> </strong><strong>: </strong>ตอนกิ่ง<strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #008000;">การปลูกและการดูแล </span> </strong><strong>: การปลูก</strong>โดยวิธีการชำยอด ชำส่วนของลำต้นหรือตอนกิ่งโดยการตัดกิ่งหรือลำต้นเป็นท่อนๆ ให้มีตาติดอยู่ด้วยชำลงในกระบะเพาะชำหรือชำในกระถางโดยตรงก็ได้ เจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิดชอบความชื้นสูง การให้ปุ๋ยให้อย่างสม่ำเสมอปีละ 135 กก./พื้นที่ 1,000 ตรม.</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>สรรพคุณ</strong> </span> <strong> :</strong> <strong> แก่น</strong>ใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาอุทัย ใช้ทำยาหอม ช่วยบำรุงหัวใจ ดับพิษไข้</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=251">จันทน์ผา</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=251</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ชบาเมเปิล</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=8556</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=8556#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Sep 2020 05:57:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชไม้ประดับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=8556</guid>
		<description><![CDATA[<p>ชบาเมเปิล ไม้ประดับในวงศ์ฝ้าย/ชบา (malvaceae) เช่นเดียวกับกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบแดง และชบา ลักษณะเด่นอยู่ที่ใบสีแดงซึ่งมีคล้ายใบเมเปิลยามฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จึงได้ชื่อไทยว่า ชบาเมเปิล ส่วนชื่อภาษาอังกฤษว่า cranberry hibiscus หรือ African rosemallow และชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hibiscus acetosella นอกจากใบจะมีความสวยงามเป็นไม้ประดับแล้ว ยังสามารถใช้รับประทานได้ ให้รสเปรี้ยว จัดเป็นไม้พุ่มขนาด 1-2 เมตรอายุยืน กลีบดอกสามารถนำมารับประทานได้เหมือนดอกกระเจี๊ยบแดง ขยายพันธุ์ง่ายด้วยการปักชำ/เพาะเมล็ด</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=8556">ชบาเมเปิล</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ชบาเมเปิล ไม้ประดับในวงศ์ฝ้าย/ชบา (malvaceae) เช่นเดียวกับกระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบแดง และชบา<span id="more-8556"></span> ลักษณะเด่นอยู่ที่ใบสีแดงซึ่งมีคล้ายใบเมเปิลยามฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จึงได้ชื่อไทยว่า ชบาเมเปิล ส่วนชื่อภาษาอังกฤษว่า cranberry hibiscus หรือ African rosemallow และชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hibiscus acetosella นอกจากใบจะมีความสวยงามเป็นไม้ประดับแล้ว ยังสามารถใช้รับประทานได้ ให้รสเปรี้ยว จัดเป็นไม้พุ่มขนาด 1-2 เมตรอายุยืน กลีบดอกสามารถนำมารับประทานได้เหมือนดอกกระเจี๊ยบแดง ขยายพันธุ์ง่ายด้วยการปักชำ/เพาะเมล็ด</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=8557" rel="attachment wp-att-8557"><img class="aligncenter size-large wp-image-8557" title="chaba maeple" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2020/09/chaba-maeple-766x1024.jpg" alt="" width="766" height="1024" /></a></p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=8556">ชบาเมเปิล</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=8556</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดาหลา</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=284</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=284#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Nov 2012 03:54:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ด-น]]></category>
		<category><![CDATA[พืชไม้ประดับ]]></category>
		<category><![CDATA[การขยายพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[การนำไปใช้ประโยชน์]]></category>
		<category><![CDATA[การปลูก]]></category>
		<category><![CDATA[ชื่อวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลักษณะพฤกษศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพคุณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://localhost/wordpress/?p=284</guid>
		<description><![CDATA[<p>ดาหลา ชื่ออื่นๆ : กะลา กาหลา ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE ชื่อสามัญ : Torch Ginger ชื่อวิทยาศาสตร์ : Etlingera elatior (Jack) R.M. Smith ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นพืชตระกูลเดียวกับขิง ข่า แต่สูงใหญ่กว่า ลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นบนดินเป็นกาบใบสีเขียวเข้ม รูปหอก ปลายใบแหลม กว้างยาวประมาณ 6&#215;10 -14 นิ้ว ดอกแทงช่อจากหน่อใต้ดิน ก้านดอกยาวเป็นปล้องคล้ายไผ่ ดอกสีชมพู แดง ขาว มีกลีบซ้อนกันหลายชั้น จงอยตรงปลายแหลม กลีบดอกเรียบเป็นมัน ไม่มีกลิ่นหอม สถานการณ์ ราคาขาย 30-40 บาท ส่งออกไปสหรัฐอาหรับเอมิเรต จอร์แดน ซาอุดิอารเบีย สหรัฐอเมริกา ติรินิแดดแอนด์บาโก เยอรมัน ใช้ปักแจกัน ตกแต่งอาคารสถานที่ เครื่องเคียงข้าวยำ ผ้าทอเส้นใยดาหลา [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=284">ดาหลา</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><span style="color: #008000;"><strong>ดาหลา<span id="more-284"></span></strong><strong></strong></span></p>
<p><strong><span style="color: #008000;">ชื่ออื่นๆ</span> </strong><strong>: </strong>กะลา กาหลา</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่อวงศ์</strong></span><strong> : </strong> ZINGIBERACEAE<strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #008000;">ชื่อสามัญ </span> </strong><strong>:</strong> Torch Ginger</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong></span><strong> : </strong> <em>Etlingera elatior</em> (Jack) R.M. Smith</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์</strong></span><strong> : </strong> เป็นพืชตระกูลเดียวกับขิง ข่า แต่สูงใหญ่กว่า ลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นบนดินเป็นกาบใบสีเขียวเข้ม รูปหอก ปลายใบแหลม กว้างยาวประมาณ 6&#215;10 -14 นิ้ว ดอกแทงช่อจากหน่อใต้ดิน ก้านดอกยาวเป็นปล้องคล้ายไผ่ ดอกสีชมพู แดง ขาว มีกลีบซ้อนกันหลายชั้น จงอยตรงปลายแหลม กลีบดอกเรียบเป็นมัน ไม่มีกลิ่นหอม</p>
<p>สถานการณ์ ราคาขาย 30-40 บาท ส่งออกไปสหรัฐอาหรับเอมิเรต จอร์แดน ซาอุดิอารเบีย สหรัฐอเมริกา ติรินิแดดแอนด์บาโก เยอรมัน ใช้ปักแจกัน ตกแต่งอาคารสถานที่ เครื่องเคียงข้าวยำ ผ้าทอเส้นใยดาหลา การสกัดน้ำมันหอมระเหย</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #008000;"><br />
<a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=2038" rel="attachment wp-att-2038"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2038" title="dala" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2012/11/dala-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #008000;">พันธุ์</span></strong></p>
<p>ดาหลาตรัง 1 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีขาว สีของดอกย่อยสีขาวขอบเหลือง ให้ผลผลิตเฉลี่ย 39 ดอก/กอ/ปี (เมื่ออายุ 3 ปีหลังปลูก) อายุปักแจกันนาน 7 วัน</p>
<p>ดาหลาตรัง 2 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีบานเย็น สีของดอกย่อยสีบานเย็น ให้ผลผลิตเฉลี่ย 40 ดอก/กอ/ปี (เมื่ออายุ 3 ปีหลังปลูก) อายุปักแจกันนาน 8 วัน</p>
<p>ดาหลาตรัง 3 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีแดง สีของดอกย่อยสีแดงขอบขาว ให้ผลผลิตเฉลี่ย 106 ดอก/กอ/ปี (เมื่ออายุ 3 ปีหลังปลูก) อายุปักแจกันนาน 8 วัน</p>
<p>ดาหลาตรัง 4 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีชมพู สีของดอกย่อยสีชมพูขอบเหลือง ให้ผลผลิตเฉลี่ย 136 ดอก/กอ/ปี (เมื่ออายุ 3 ปีหลังปลูก) อายุปักแจกันนาน 10 วัน</p>
<p>ดาหลาตรัง 5 ลำต้นสีเขียว ใบสีเขียว ช่อดอกสีชมพู สีของดอกย่อยสีชมพูขอบเหลือง ให้ผลผลิตเฉลี่ย 136 ดอก/กอ/ปี (เมื่ออายุ 3 ปีหลังปลูก) อายุปักแจกันนาน 10 วัน</p>
<p>ดาหลาพันธุ์ กวก. ตรัง7  ขนาดดอก 6.43 เซนติเมตร  น้ำหนักช่อดอกเฉลี่ย 96.86 กรัม รูปทรงดอกรูปถ้วย กลีบประดับแข็งเล็กน้อยสีแดงชมพู (RG 53C)  โดดเด่นดอกมีความคงทนเหมาะสำหรับการใช้ดอกตกแต่ง อายุการปักแจกัน 7 วัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดาหลาพันธุ์ กวก. ตรัง 8 ขนาดดอก 6.33 เซนติเมตร  น้ำหนักช่อดอกเฉลี่ย 189 กรัม  รูปทรงดอกรูปไข่ กลีบประดับแข็งเล็กน้อยสีแดง (RG 47B)  โดดเด่นดอกมีความคงทนเหมาะสำหรับการใช้ดอกตกแต่ง  อายุการปักแจกัน 8 วัน</p>
<p>ดาหลายะลา 1 ทรงกอตั้งตรงหรือเอียงประมาณ 10 องศา ลักษณะลำต้นมีลำต้นใต้ดิน (rhizome) ความสูง 155 – 185 ซม. จำนวนใบ 8-16 ต่อต้น สีของใบอ่อนผิวใบสีเขียวอมเหลือง ท้องใบสีแดงอมเทา สีของใบแก่ผิวใบสีเขียว ท้องใบสีเขียวอมเหลือง รูปร่างของใบยาวรี ขนาดของใบกว้าง 16 ซม. ยาว 66 ซม.ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม ไม่มีขนบนแผ่นใบ เส้นก้านใบปรากฏชัดด้านท้อง ใบสีเขียวอมแดง ลักษณะช่อดอกทรงถ้วย ขนาดช่อดอกกว้าง 7.58ซม. ยาว 7.73 ซม. จำนวนกลีบประดับ 100 กลีบ สีของกลีบประดับสีแดงเข้ม ขอบกลีบประดับสีแดงเข้ม จำนวนดอกย่อย 94 ดอก สีของดอกย่อยสีแดงปลายกลีบปากสีเหลือง สีก้านช่อดอกสีแดงอมเขียว ความยาวก้านช่อดอก 52.98 ซม. ขนาดก้านช่อดอกกว้าง 1.1 ซม. รูปร่างผลคล้ายชมพู่ หยดน้ำ รูปไข่ (Ovate) ขนาดของผลกว้าง2.10 ซม. ยาว 3.80 ซม. จำนวนพูในผล 3 พู ขนาดของเมล็ดกว้าง 0.30 ซม.ยาว 0.40 ซม. เมล็ดสีดำ จำนวนวันตั้งแต่วันแทงตาดอกถึงวันเก็บเกี่ยวดอกบาน 80 เปอร์เซ็นต์ 66 วัน ผลผลิตดอก 386 ดอก/กอ/ปี น้ำหนักของช่อดอก 133.29 กรัม อายุปักแจกัน ดอกบาน 80-100 เปอร์เซ็นต์ 5 วัน</p>
<p>ดาหลายะลา 2  ทรงกอตั้งตรงหรือเอียงประมาณ 10 องศา ลักษณะลำต้นมีลำต้นใต้ดิน (rhizome) ความสูง 170-190 ซม. จำนวนใบ 8-16 ต่อต้น สีของใบอ่อนผิวใบสีเขียว ท้องใบสีม่วงอมเทา สีของใบแก่ผิวใบสีเขียว ท้องใบสีเขียวอมเทา รูปร่างของใบยาวรี ขนาดของใบกว้าง 14 ซม. ยาว 68 ซม. ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม ไม่มีขนบนแผ่นใบ เส้นก้านใบปรากฏชัดด้านท้องใบสีแดงอมม่วง ลักษณะช่อดอกทรงถ้วย ขนาดช่อดอกกว้าง 7.02 ซม. ยาว 7.39 ซม. จำนวนกลีบประดับ 97 กลีบ สีของกลีบประดับสีแดงเข้ม (R53A) ขอบกลีบประดับสีเขียวอมเหลือง จำนวนดอกย่อย 92 ดอก สีของดอกย่อยสีแดงปลายกลีบปากสีเหลือง สีก้านช่อดอกสีเขียวอมเหลือง (YG143B) ความยาวก้านช่อดอก 54.06 ซม. ขนาดก้านช่อดอกกว้าง 1 ซม. รูปร่างผลคล้ายชมพู่ หยดน้ำ รูปไข่ (Ovate) ขนาดของผลกว้าง 2 ซม. ยาว 3.65 ซม. จำนวนพูในผล 3 พู ขนาดของเมล็ดกว้าง 0.28 ซม.ยาว 0.37 ซม. เมล็ดสีดำ จำนวนวันตั้งแต่วันแทงตาดอกถึงวันเก็บเกี่ยวดอกบาน 80 เปอร์เซ็นต์ 68 วัน ผลผลิตดอก 300 ดอก/กอ/ปี น้ำหนักของช่อดอก 98 กรัม อายุปักแจกัน ดอกบาน 80-100 เปอร์เซ็นต์ 6 วัน</p>
<p>ดาหลายะลา 3  ทรงกอตั้งตรงหรือเอียงประมาณ 10องศา ลักษณะลำต้นมีลำต้นใต้ดิน (rhizome) ความสูง 200-215 ซม. จำนวนใบ 8-14 ต่อต้น สีของใบอ่อนผิวใบสีเขียวอมเหลือง ท้องใบสีม่วงอมเทา สีของใบแก่ผิวใบสีเขียว ท้องใบสีส้มอมเทา รูปร่างของใบยาวรี ขนาดของใบกว้าง 14.8 ซม. ยาว 68.5 ซม. ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม ไม่มีขนบนแผ่นใบ เส้นก้านใบปรากฏชัดด้านท้องใบสีแดงอมม่วง ลักษณะช่อดอกทรงถ้วย ขนาดช่อดอกกว้าง 8.29 ซม. ยาว 8.66 ซม. จำนวนกลีบประดับ 163 กลีบ สีของกลีบประดับสีแดงสด ขอบกลีบประดับสีขาว จำนวนดอกย่อย 154 ดอก สีของดอกย่อยสีแดงปลายกลีบปากสีเหลือง สีก้านช่อดอกสีเขียวอมเหลือง ความยาวก้านช่อดอก 65.78 ซม. ขนาดก้านช่อดอกกว้าง 1.1 ซม. รูปร่างผลคล้ายชมพู่ หยดน้ำ รูปไข่ (Ovate) ขนาดของผลกว้าง 2 ซม. ยาว 3.70 ซม. จำนวนพูในผล 3 พู ขนาดของเมล็ดกว้าง 0.30 ซม.ยาว 0.40 ซม. เมล็ดสีดำ จำนวนวันตั้งแต่วันแทงตาดอกถึงวันเก็บเกี่ยวดอกบาน 80 เปอร์เซ็นต์ 69 วัน ผลผลิตดอก 227 ดอก/กอ/ปี น้ำหนักของช่อดอก 157.86 กรัม อายุปักแจกัน ดอกบาน 80-100 เปอร์เซ็นต์ 5 วัน</p>
<p>ดาหลายะลา 4 ทรงกอตั้งตรงหรือเอียงประมาณ 10องศา ลักษณะลำต้นมีลำต้นใต้ดิน (rhizome) ความสูง 200-220 ซม. จำนวนใบ 9-14 ต่อต้น สีของใบอ่อนผิวใบสีผิวใบสีเขียว ท้องใบสีม่วงอมเทา สีของใบแก่ผิวใบสีเขียว ท้องใบสีส้มอมเทา รูปร่างของใบยาวรี ขนาดของใบกว้าง 15.6 ซม. ยาว 62 ซม. ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบเรียวแหลม ไม่มีขนบนแผ่นใบ เส้นก้านใบปรากฏชัดด้านท้องใบสีแดงอมม่วง ลักษณะช่อดอกทรงถ้วย ขนาดช่อดอกกว้าง 8.25 ซม.  ยาว 7.94 ซม. จำนวนกลีบประดับ 142 กลีบ สีของกลีบประดับสีชมพูอมแดง ขอบกลีบประดับสีขาว จำนวนดอกย่อย 135 ดอก สีของดอกย่อยสีแดงปลายกลีบปากสีขาว สีก้านช่อดอกสีเขียวอมเหลือง ความยาวก้านช่อดอก 64.72 ซม.  ขนาดก้านช่อดอกกว้าง 1  ซม. รูปร่างผลคล้ายชมพู่ หยดน้ำ รูปไข่ (Ovate) ขนาดของผลกว้าง 2.10 ซม. ยาว 3.40 ซม. จำนวนพูในผล 3 พู ขนาดของเมล็ดกว้าง 0.30 ซม.ยาว 0.38 ซม. เมล็ดสีดำ  จำนวนวันตั้งแต่วันแทงตาดอกถึงวันเก็บเกี่ยวดอกบาน 80 เปอร์เซ็นต์ 70 วัน ผลผลิตดอก 280 ดอก/กอ/ปี น้ำหนักของช่อดอก 135.39 กรัม อายุปักแจกัน ดอกบาน  80-100 เปอร์เซ็นต์ 6 วัน</p>
<p>ดาหลาสายต้น 3-03 ช่อดอกทรงกระถิน สีแดง RG47B ขนาดดอกเล็กกว่า 15 ซม. อายุปักแจกัน 10 วันที่ตัดดอกบาน 15 % ผลผลิตเฉลี่ย 68 ดอกต่อกอต่อปีที่ 2 ปีหลังปลูก</p>
<p><strong><span style="color: #008000;">การขยายพันธุ์ </span> </strong><strong>: </strong>แยกหน่อ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ</p>
<p><strong>การขยายพันธุ์ดาหลา มี 2 วิธี คือ<br />
1.  การแยกหน่อ<br />
</strong>1.1<strong>  </strong>ใช้มีดที่คมและสะอาดตัดแยกเหง้าที่มีต้นอ่อน หรือต้นแก่ อย่างน้อย 1-2 หน่อ สูงประมาณ 60 ซม. ขึ้นไป มีใบประมาณ 4-5 ใบ ใช้มีดตัดให้มีรากติดอยู่ด้วยนำไปชำในถุงพลาสติกประมาณ 1 เดือน เพื่อให้หน่อแข็งแรงก่อนปลูก<br />
1.2  การปลูก : เตรียมหลุมปลูกขนาด 50×50 ซม. หรือตามขนาดความโตของหน่อดาหลา ก่อนปลูกใส่ปุ๋ยคอกลงคลุกเคล้ากับหน้าดินในหลุมปลูก นำหน่อดาหลาที่ชำไว้ลงปลูก กลบดินให้สูงประมาณ 6 นิ้ว รดน้ำให้ชุ่มใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง ใช้สูตรเสมอ 16-16-16 อัตรา 300-500 กรัม/ครั้ง ปุ๋ยคอกอัตรา 15 กก./ต้น/ปี ระยะปลูก 2×3 เมตร<br />
1.3  การเก็บเกี่ยวหน่อพันธุ์ เมื่อปลูกดาหลาไปได้ประมาณ 6-10 เดือน ดาหลามีหน่อใหม่ทยอยแทงขึ้นมา สามารถแยกหน่อไปปลูกใหม่ได้<br />
1.4  การเก็บรักษาหน่อพันธุ์ เมื่อแยกหน่อพันธุ์ดาหลาออกมาจากกอ ควรรีบนำไปชำทันทีไม่ควรทิ้งไว้นานหลายวัน หน่อแห้งตายได้<br />
<strong>2.  การเพาะกล้า</strong><br />
2.1  เก็บเมล็ดที่แก่จัด แกะเปลือกออก ล้างทำความสะอาด แล้วผึ่งให้แห้งนำไปเพาะในกระบะเพาะประมาณ 1-2 เดือน จึงย้ายลงปลูก รดน้ำสม่ำเสมอ<br />
2.2  การปลูก เมื่อต้นกล้าอายุ 3-6 เดือน สามารถย้ายลงปลูกในหลุมปลูกได้ เตรียมหลุมปลูกขนาด 50×50 ซม. ผสมปุ๋ยคอกลงคลุกเคล้าในหลุมปลูก แล้วจึงนำต้นกล้าลงปลูก กลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่มและให้น้ำสม่ำเสมอทุกวัน ระยะปลูก 2×3 เมตร<br />
2.3  การเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ เมื่อดอกดาหลาได้รับการผสมพันธุ์ จนถึงเก็บเกี่ยวเมล็ด ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ผลดาหลาเริ่มเป็นสีน้ำตาล เมล็ดภายในจะแก่จัดเป็นสีดำ ก็สามารถเก็บเมล็ดดาหลามาเพาะปลูกต่อไปได้<br />
2.4  การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ เมื่อเก็บผลดาหลามาแล้ว ควรรีบปลูกทันที เพราะเมล็ดดาหลาจะเสื่อมความงอกอย่างรวดเร็ว ในกรณีที่จำเป็นต้องเก็บเมล็ดดาหลาไว้รอปลูก ให้เก็บเมล็ดดาหลาทั้งผลในตู้เย็น จะเก็บเมล็ดดาหลาไว้ได้ประมาณ 1-2 เดือน<br />
<strong><span style="color: #008000;">การปลูกและการดูแล </span> </strong></p>
<p><span style="color: #cc99ff;"><strong>- การปลูก</strong></span> การแยกหน่อ แยกหน่อให้มีเหง้าและรากติดมาให้มีประมาณ 4-5 ใบ สูง 60-100 ซม. นำไปปลูกประมาณ 6 เดือนจะได้ดอก การแยกเหง้าแยกเหง้าที่เกิดมาใหม่ไปชำจนออกรากดีแล้วจึงนำไปปลูกจะใช้ระยะเวลา 1 ปี จึงออกดอก การใช้เมล็ด เมื่อดาหลาติดเมล็ดก็สมารถนำเมล็ดไปปลูกได้ซึ่งจะใช้เวลานานกว่า 1 เดือน จึงจะงอกและมากกว่า 1 ปี จึงจะให้ดอก และอาจจะได้ต้นที่แตกต่างกับการปลูกใช้ระยะปลูก 2&#215;3 เมตร ขุดหลุมขนาด 50x50x50 ซม. ก่อนปลูกใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมและปุ๋ยเคมี 16-16-16 อัตรา 100 กก./ไร่ ทุก 1-2 เดือนครั้ง และใส่ปุ๋ยคอกประมาณ 20 กก./ไร่/เดือน โดยการปลูกหากปลูกตื้น (ลึกประมาณ 5 นิ้ว) จะทำให้ดาหลาออกหน่อเร็ว การปลูกตื้นจะทำให้ต้นล้มได้ง่าย จะได้ดอกน้อยแต่หากปลูกลึกเกิน 12 นิ้ว ก็จะได้ดอกมากแต่ต้นอาจเติบโตช้า</p>
<p><span style="color: #cc99ff;">- <strong>การดูแลรักษา</strong></span> ดาหลาเป็นพืชที่ชอบความชุ่มชื้นควรรดน้ำทุกวันวันละครั้งหากแดดจัดก็อาจต้องรดน้ำวันละ 2 ครั้ง แต่หากปลูกในแปลงที่มีร่องน้ำอาจรดน้ำ 2 วันครั้ง เมื่อปลูกไปประมาณ 1 ปี มีหน่อประมาณ 10-20 หน่อ สามารถแยกหน่อออกไปปลูกหรือขายได้ต้นที่มีใบมากเกินไปควรตัดใบแก่หรือใบที่สูงเกินไปออก โดยใช้ใบนั้นมาคลุมดินรักษาความชื้นไม่ควรตัดใบชิดโคนต้นเพราะเป็นสาเหตุให้ต้นเหี่ยวเฉาตายได้</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>สรรพคุณ</strong></span><strong> </strong></p>
<p><span style="color: #cc99ff;">- <strong>ทั้งต้น</strong> </span> แก้ลมพิษ โรคผิวหนัง เป็นไม้ดอกไม้ประดับ<br />
<span style="color: #cc99ff;">- </span><strong><span style="color: #cc99ff;">ดอกอ่อน</span> </strong>ใช้เป็นอาหาร</p>
<p><strong>การนำไปใช้ประโยชน์</strong></p>
<p><strong>- ทางอาหาร</strong> ดอกตูม หน่ออ่อน ต้มจิ้มน้ำพริก แกงเผ็ด แกงกะทิ แกงคั่ว ผสมใบข้าวยำ หรือใช้ยำมีรสชาติเผ็ดร้อน</p>
<p>- <strong>ทางยา</strong> แก้โรคผิวหนัง แก้ลมพิษ ขับลม การใช้สอยอื่น เป็นไม้ประดับ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>งานวิจัย</strong></span></p>
<p>1. โครงการวิจัยและพัฒนาดาหลา สารสำคัญเพื่อทำยาสมุนไพร<br />
2.เทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตดาหลา<br />
3.การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากดาหลาเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น ชาดาหลา ไวน์ดาหลา น้ำมันจากเมล็ดดาหลา เป็นต้น (ศึกษาข้อมูลทางโภชนาการ) การนำเส้นใยจากดาหลาไปใช้ประโยชน์<br />
4.โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตดาหลาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง<br />
5.โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากดาหลาเพื่อสุขภาพด้านอาหารและความงาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สัจจะ ประสงค์ทรัพย์ (Satja Prasongsap)<br />
Research Scientist, Horticultural Research Institute</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=284">ดาหลา</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=284</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ต้นไม้ลดสารพิษ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=9261</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=9261#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Feb 2021 04:11:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชไม้ประดับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=9261</guid>
		<description><![CDATA[<p>ต้นไม้ที่ปลูกในบ้าน ช่วยลดสารพิษ ต้องดูแลรักษาง่าย รับแสงน้อย ปลูกในร่ม มีแสงรำไร ให้น้ำ ปุ๋ยน้อย ได้แก่ กล้วยไม้ เขียวหมื่นปี แคคตัส เงินไหลมา จั๋ง เดหลี  ตีนตุ๊กแกฝรั่ง  ไทรใบสัก ไทรย้อยใบแหลม บัวบก เบญจมาศ  ปาล์มไผ่ ปาล์มสิบสองปันนา พลูด่าง  เฟิน ยางอินเดีย เยอบีร่า ลิ้นมังกร วาสนาราชินี ว่านหางจระเข้ เศรษฐีไซง่อน สายน้อยประแป้ง สับปะรดสี เสน่หํจันทร์แดง  หมากเหลือง &#160; &#160; สัจจะ ประสงค์ทรัพย์ Satja Prasongsap Professional Research Scientist Horticultural Research Institute(HRI), Department of Agriculture (DOA) P.O.Box 50 Chattuchak, Bangkok 10900, Thailand Tel: 66-2940-5484 Fax: 66-2561-4667 E-mail address [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=9261">ต้นไม้ลดสารพิษ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ต้นไม้ที่ปลูกในบ้าน ช่วยลดสารพิษ ต้องดูแลรักษาง่าย รับแสงน้อย ปลูกในร่ม มีแสงรำไร ให้น้ำ ปุ๋ยน้อย ได้แก่ กล้วยไม้ เขียวหมื่นปี แคคตัส เงินไหลมา จั๋ง เดหลี  ตีนตุ๊กแกฝรั่ง<span id="more-9261"></span>  ไทรใบสัก ไทรย้อยใบแหลม บัวบก เบญจมาศ  ปาล์มไผ่ ปาล์มสิบสองปันนา พลูด่าง  เฟิน ยางอินเดีย เยอบีร่า ลิ้นมังกร วาสนาราชินี ว่านหางจระเข้ เศรษฐีไซง่อน สายน้อยประแป้ง สับปะรดสี เสน่หํจันทร์แดง  หมากเหลือง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>สัจจะ ประสงค์ทรัพย์</div>
<div>Satja Prasongsap</div>
<div>Professional Research Scientist</div>
<div></div>
<div>Horticultural Research Institute(HRI), Department of Agriculture (DOA)</div>
<div>P.O.Box 50 Chattuchak, Bangkok 10900, Thailand</div>
<div>Tel: 66-2940-5484</div>
<div>Fax: 66-2561-4667</div>
<div>E-mail address : <a href="mailto:herbdoa@gmail.com">herbdoa@gmail.com</a></div>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=9261">ต้นไม้ลดสารพิษ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=9261</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปาล์ม</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=3205</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=3205#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2014 03:51:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[VDO]]></category>
		<category><![CDATA[พืชไม้ประดับ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=3205</guid>
		<description><![CDATA[<p>ปาล์มเจ้าเมืองถลาง &#160; โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์ Satja Prasongsap (Research Scientist) Horticultural Research Institute E-mail : herbdoa@gmail.com</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=3205">ปาล์ม</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;">ปาล์มเจ้าเมืองถลาง</p>
<p><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=3215" rel="attachment wp-att-3215"><img class="aligncenter size-full wp-image-3215" title="palm" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2014/06/palm.jpg" alt="" width="240" height="320" /><span id="more-3205"></span></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดย สัจจะ ประสงค์ทรัพย์<br />
Satja Prasongsap (Research Scientist)<br />
Horticultural Research Institute<br />
E-mail : herbdoa@gmail.com</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=3205">ปาล์ม</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=3205</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
