<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน &#187; สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช</title>
	<atom:link href="http://hort.ezathai.org/?cat=95&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://hort.ezathai.org</link>
	<description>พืชผัก เห็ด และสมุนไพร, การปลูก, ศูนย์องค์ความรู้พืชสวนด้านการเกษตร, สัจจะ ประสงค์ทรัพย์, herbdoa, medicinal plant,satja prasongsap, Horti Thai</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 May 2026 08:04:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.2</generator>
		<item>
		<title>สารโพลีเอมีน</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=11757</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=11757#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Nov 2024 06:21:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=11757</guid>
		<description><![CDATA[<p>สารโพลีเอมีน สารโพลีเอมีนมี 3 ชนิด คือ พูเตรสซีน สเปอร์มิดีน และ สเปอร์มีน ช่วยในการเจริญเติบโต การแบ่งเพิ่มจำนวนเซล การพัฒนาของดอก การติดและการพัฒนาของผล การเสื่อมตามอายุในส่วนต่างๆ ของพืช ชะลอการสูญเสียสภาพคลอโรฟิลล์ การทนสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม อุณหภูมิต่ำ-สูง ความเค็มของดิน การขาดน้ำ เป็นสารที่ออกฤิทธิ์ตรงข้ามกับเอทิลีน เช่น ยับยั้งการร่วงของใบและการสุกของผลไม้ แต่เอทิลีนช่วยในการสุกเร็วขึ้น สารพิวเตรสซีน 1. การกระตุ้นการเติบโตของลำต้น - โหระพา ใช้อัตรา 150 ppm พ่นสารหลังปลูก 30 และ 45 วัน - แก่นตะวัน ใช้อัตรา 50 ppm พ่นสารหลังปลูก 60 และ 80 วัน 2. กระตุ้นการออกดอก - รักเร่ ใช้อัตรา 150 ppm พ่นสารหลังปลูก 30 และ 60 วัน - แกลดิโอลัส ใช้อัตรา 200 ppm พ่นสารหลังปลูก [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11757">สารโพลีเอมีน</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #800080;"><strong>สารโพลีเอมีน</strong></span></p>
<p style="text-align: left;">สารโพลีเอมีนมี 3 ชนิด คือ พูเตรสซีน สเปอร์มิดีน และ สเปอร์มีน ช่วยในการเจริญเติบโต การแบ่งเพิ่มจำนวนเซล การพัฒนาของดอก<span id="more-11757"></span> การติดและการพัฒนาของผล การเสื่อมตามอายุในส่วนต่างๆ ของพืช ชะลอการสูญเสียสภาพคลอโรฟิลล์ การทนสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม อุณหภูมิต่ำ-สูง ความเค็มของดิน การขาดน้ำ เป็นสารที่ออกฤิทธิ์ตรงข้ามกับเอทิลีน เช่น ยับยั้งการร่วงของใบและการสุกของผลไม้ แต่เอทิลีนช่วยในการสุกเร็วขึ้น</p>
<p style="text-align: left;">สารพิวเตรสซีน<br />
1. การกระตุ้นการเติบโตของลำต้น<br />
- โหระพา ใช้อัตรา 150 ppm พ่นสารหลังปลูก 30 และ 45 วัน<br />
- แก่นตะวัน ใช้อัตรา 50 ppm พ่นสารหลังปลูก 60 และ 80 วัน<br />
2. กระตุ้นการออกดอก<br />
- รักเร่ ใช้อัตรา 150 ppm พ่นสารหลังปลูก 30 และ 60 วัน<br />
- แกลดิโอลัส ใช้อัตรา 200 ppm พ่นสารหลังปลูก 60 และ 90 วัน</p>
<p style="text-align: left;">สารสเปอร์มิดีน<br />
1. การชะลอการหลุดร่วงของดอก องุ่น ใช้อัตรา 0.5-1 mM เติมในสารละลายธาตุอาหาร 7 วันก่อนออกดอก</p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: right;"><strong>By Satja Prasongsap</strong></p>
<div style="text-align: right;"><strong>Professional Research Scientist</strong></div>
<div style="text-align: right;">Horticultural Research Institute(HRI), Department of Agriculture (DOA)</div>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11757">สารโพลีเอมีน</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=11757</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรดแอบไซซิก</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=11728</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=11728#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Nov 2024 03:06:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=11728</guid>
		<description><![CDATA[<p>กรดแอบไซซิก  กรดแอบไซซิก  Abscisic acid (ABA)  เป็นสารยับยั้งการเจริญเติบโต สารประกอบคาร์บอน 15 อะตอมประเภทเซสควิเทอร์พีน  เดิมคือสาร abscisin II หรือ Dormin มีกลไกการยับยั้งการแตกใบอ่อน การปิดของปากใบ การพักตัวของเมล็ดพันธุ์ การสุกแก่ของผลไม้ การป้องกันการเข้าทำลายของโรคพืช กระตุ้นการร่วงของใบฝ้าย และทำให้เกิดการพักตัวของตายอด 1. การกระตุ้นการร่วงหลุดของผล : องุ่น ใช้อัตรา  0.20&#215;10-3 mol/L พ่นที่ก้านช่อดอก 2. การยับยั้งความสูงของลำต้น : พริกหวาน ใช้อัตรา 3.8 mM พ่นทางใบที่อายุ 25 วัน ก่อนย้ายปลูก 3. การยับยั้งการแตกยอดใหม่ : &#8211; สาลี่ ใช้อัตรา 2,600 ppm พ่นทั่วต้น 3 ครั้ง ทุกๆ 2 สัปดาห์ &#8211; แอปเปิ้ลใช้อัตรา 5,000 ppm พ่นทั่วต้น 3 ครั้ง ทุกๆ [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11728">กรดแอบไซซิก</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #008080;"><strong>กรดแอบไซซิก </strong></span></p>
<p style="text-align: left;">กรดแอบไซซิก<strong>  </strong>Abscisic acid (ABA)  เป็นสารยับยั้งการเจริญเติบโต สารประกอบคาร์บอน 15 อะตอมประเภทเซสควิเทอร์พีน  เดิมคือสาร abscisin II หรือ Dormin มีกลไกการยับยั้งการแตกใบอ่อน การปิดของปากใบ การพักตัวของเมล็ดพันธุ์ การสุกแก่ของผลไม้ การป้องกันการเข้าทำลายของโรคพืช กระตุ้นการร่วงของใบฝ้าย และทำให้เกิดการพักตัวของตายอด<span id="more-11728"></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #993366;">1. การกระตุ้นการร่วงหลุดของผล : องุ่น ใช้อัตรา  0.20&#215;10<sup>-3</sup> mol/L พ่นที่ก้านช่อดอก</span><br />
2. การยับยั้งความสูงของลำต้น : พริกหวาน ใช้อัตรา 3.8 mM พ่นทางใบที่อายุ 25 วัน ก่อนย้ายปลูก<br />
<span style="color: #993366;">3. การยับยั้งการแตกยอดใหม่ :</span><br />
<span style="color: #993366;"> &#8211; สาลี่ ใช้อัตรา 2,600 ppm พ่นทั่วต้น 3 ครั้ง ทุกๆ 2 สัปดาห์</span><br />
<span style="color: #993366;"> &#8211; แอปเปิ้ลใช้อัตรา 5,000 ppm พ่นทั่วต้น 3 ครั้ง ทุกๆ 2 สัปดาห์</span><br />
4. การเพิ่มความทนทานต่อความแล้ง :<br />
- ฝ้าย ใช้อัตรา 20 ppm พ่นที่ยอด ทุกๆ 3 วัน 3 ครั้งในสภาพขาดน้ำ<br />
- ข้าวเหนียวดำใช้อัตรา 20 ppm พ่นสารที่อายุ 21 วัน ก่อนงดน้ำ<br />
- ข้าวใช้อัตรา 20 ppm แช่เมล็ดในสาร 24 ชั่วโมงก่อนเพาะเมื่อพืชอายุ 2 สัปดาห์ ทำการงดน้ำ<br />
<span style="color: #993366;">5. การเพิ่มความทนทานต่อสภาพความเค็ม : ถั่วเหลือง ใช้อัตรา 80 μM พ่นทางใบที่อายุ 14 วัน ก่อนได้รับความเค็ม</span><br />
<span style="color: #993366;"> งานวิจัยในข้าว</span><br />
<span style="color: #993366;"> &#8211; ใช้อัตรา 5 μM ผสมในสารละลาย ก่อนย้ายปลูกในสารละลายที่เติมเกลือ</span><br />
<span style="color: #993366;"> &#8211; ใช้อัตรา 100 μM พ่นสารให้กับพืชที่ปลูกในสารละลายที่เติมเกลือ</span><br />
<span style="color: #993366;"> &#8211; ใช้อัตรา  1 μM และ 10 μM ให้สารกับเมล็ดที่เริ่มงอกแล้วนำไปปลูกในแปลงที่มีสภาพดินเค็ม</span><br />
6. การทนต่อความร้อน : ข้าว ใช้อัตรา 85 μM พ่นทางใบที่อายุ 14 วัน ก่อนให้อุณหภูมิสูง<br />
<span style="color: #993366;">7. การเพิ่มความทนทานต่อการได้รับแคดเมียม : งานวิจัยผักกาดหางหงษ์ใช้อัตรา 5 mol/L ผสมลงในสารละลายธาตุอาหารที่มีแคดเมียม</span><br />
8. การเพิ่มความต้านทานจากการเข้าทำลายของโรคพืช : มะเขือเทศ ใช้อัตรา 7.58 μM พ่นสาร 2 วัน ก่อนการปลูกเชื้อสาเหตุโรคลงบนใบพืช</p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: right;"><strong>By Satja Prasongsap</strong></p>
<div style="text-align: right;"><strong>Professional Research Scientist</strong></div>
<div style="text-align: right;">Horticultural Research Institute(HRI), Department of Agriculture (DOA)</div>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11728">กรดแอบไซซิก</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=11728</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กรดอะมิโน</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=11531</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=11531#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Aug 2024 03:44:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=11531</guid>
		<description><![CDATA[<p>กรดอะมิโนหรือ Amino Acid คือ ชีวโมเลกุลที่มีหมู่ฟังก์ชันอะมิโนและคาร์บอกซิลเป็นส่วนประกอบ กรดอะมิโนเป็นองค์ประกอบสำคัญของโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยเฉพาะ กรดอะมิโนสำหรับพืช ที่เป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนและเอนไซม์ที่พืชสร้างขึ้นมาเพื่อการเจริญเติบโต การให้ กรดอะมิโนกับพืช จะทำให้พืชสามารถนำสารอาหารต่าง ๆ ไปช่วยในการเจริญเติบโต การสร้างผลผลิต และเสริมสร้างความแข็งแรง ได้ไวยิ่งขึ้น รวมถึงกรดอะมิโนเมื่อเกิดปฏิกิริยาแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็น N ที่เป็นธาตุอาหารสำคัญของพืชได้อีกด้วย โดยกรดอะมิโนสำหรับพืช ที่สำคัญมีด้วยกันทั้งหมด 18 ชนิด โดยแต่ละชนิดจะมีหน้าที่ดังนี้ 1. กรดกลูตามิก (Glutamic acid, glutamate : Glu) เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการ Metabolism มีบทบาทในกระบวนการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ โดยจะไปเพิ่มความเข้มข้นของปริมาณคลอโรฟิลด์ในใบพืช ทำให้ใบมีสีเขียวเพิ่มขึ้น สังเคราะห์แสงได้มากขึ้น และเสริมภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัส นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวคีเลทส่งเสริมการเคลื่อนย้ายธาตุอาหารภายในต้นพืชช่วยในการดูดซับไนโตรเจน เพิ่มรสชาติ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของใบ และราก พบมากในโปรตีนของเมล็ดพืช 2. โปรลีน (Proline : Pro) ช่วยในการงอกของตา การผสมเกสร และการออกผลทำให้ผลใหญ่ เพิ่มความหวาน เพิ่มรสชาติ [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11531">กรดอะมิโน</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">กรดอะมิโนหรือ Amino Acid คือ ชีวโมเลกุลที่มีหมู่ฟังก์ชันอะมิโนและคาร์บอกซิลเป็นส่วนประกอบ<span id="more-11531"></span> กรดอะมิโนเป็นองค์ประกอบสำคัญของโปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด โดยเฉพาะ กรดอะมิโนสำหรับพืช ที่เป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนและเอนไซม์ที่พืชสร้างขึ้นมาเพื่อการเจริญเติบโต การให้ กรดอะมิโนกับพืช จะทำให้พืชสามารถนำสารอาหารต่าง ๆ ไปช่วยในการเจริญเติบโต การสร้างผลผลิต และเสริมสร้างความแข็งแรง ได้ไวยิ่งขึ้น รวมถึงกรดอะมิโนเมื่อเกิดปฏิกิริยาแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็น N ที่เป็นธาตุอาหารสำคัญของพืชได้อีกด้วย โดยกรดอะมิโนสำหรับพืช ที่สำคัญมีด้วยกันทั้งหมด 18 ชนิด โดยแต่ละชนิดจะมีหน้าที่ดังนี้</p>
<div dir="auto">1. กรดกลูตามิก (Glutamic acid, glutamate : Glu) เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการ Metabolism มีบทบาทในกระบวนการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ โดยจะไปเพิ่มความเข้มข้นของปริมาณคลอโรฟิลด์ในใบพืช ทำให้ใบมีสีเขียวเพิ่มขึ้น สังเคราะห์แสงได้มากขึ้น และเสริมภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัส นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวคีเลทส่งเสริมการเคลื่อนย้ายธาตุอาหารภายในต้นพืชช่วยในการดูดซับไนโตรเจน เพิ่มรสชาติ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของใบ และราก พบมากในโปรตีนของเมล็ดพืช</div>
<div dir="auto">2. โปรลีน (Proline : Pro) ช่วยในก<span style="color: #993300;">ารงอกของตา การผสมเกสร</span> และการออกผลทำให้ผลใหญ่ เพิ่มความหวาน เพิ่มรสชาติ <span style="color: #993300;">ช่วยพืชจากภาวะความเครียดจาก</span>สภาวะแวดล้อม เช่น สภาวะน้ำท่วม จากความร้อน และจากสภาวะดินเค็ม รวมถึงการสูญเสียของเซลล์และการควบคุมการเจริญเติบโต</div>
<div dir="auto">3. ซีสเทอีน (Cystein : Cys) มีบทบาทสำคัญในการสังเคราะห์โปรตีนเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในไซโทรพลาซึมของเซลล์ ทำให้โครงสร้างของโปรตีนมีเสถียรภาพ เป็นส่วนที่สำคัญที่ทำให้โปรตีนมีโครงสร้างทุติยภูมิ ทำให้เอนไซม์ทำหน้าที่สมบูรณ์ ส่งเสริมการสังเคราะห์โปรตีนที่ยอดอ่อน ผล ปลายราก และช่วยควบคุมการดูดซัลเฟตของราก</div>
<div dir="auto">4. ไอโซลิวซีน (Isoleucine : Iso) มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นกลไกการ<span style="color: #993300;">ป้องกันโรคของพืช</span></div>
<div dir="auto">5. กรดแอสปาติก (Aspartic acid : Asp) จะทำให้เกิดการจับ CO2 โดยเกิดในส่วนของใบซึ่ง CO2 ถูกเปลี่ยนเป็นสารประกอบที่มีคาร์บอน จะมีบทบาทในการ<span style="color: #993300;">กระตุ้นการแตกรากและเพิ่มจำนวนราก</span></div>
<div dir="auto">6. อิสทิดีน (Histidine : His) เป็นปัจจัยร่วมพบส่วนมากที่ในเนื้อเยื่อ basophils และ CSF <span style="color: #993300;">ช่วยในการปิด-เปิดปากใบพืช ช่วยเพิ่มความเปรี้ยว</span>และทำหน้าที่เป็น chelators ขนส่งไอออนโลหะของพืช</div>
<div dir="auto">7. อะลานีน (Alanine : Ala) กรดอะมิโนอะลานีนจะช่วย <span style="color: #993300;">เพิ่มรสชาติ และเพิ่มความหวานให้แก่พืชผักผลไม้</span></div>
<div dir="auto">8. กรดทรีโอนีน (Threonine : Thr) ช่วยในการออกผล เพิ่มความหวาน กรดอะมิโน ทรีโอนีนสามารถนำมาสร้างกรดอะมิโนไกลซีนได้โดยอาศัยเอนไซม์ <span style="color: #993300;">ส่งเสริมการเจริญเติบโตป้องกันพืชจากความเครียด</span></div>
<div dir="auto">9. ไทโรซีน (Tyrosine : Tyr) มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการเจริญเติบโตของพืช ส่งสัญญาณ ของเซลล์พืช <span style="color: #993300;">ควบคุมการเคลื่อนไหวของปากใบช่วยเพิ่มความทนทานต่อความแห้งแล้ง </span>โดยกลไกของ Guard cell ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่ข้างๆ โดยทั่วไปปากใบจะรวมไปถึงรูใบและเซลล์รอบ ๆ ช่วยให้เซลล์แก่ช้า</div>
<div dir="auto">10. ทริพโตเฟน (Trytophane : Try) พืชใช้ในการสังเคราะห์ฮอร์โมนออกซิน สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช ได้แก่ กระตุ้นการแบ่งเซลล์สามารถควบคุมการซึมผ่านของเยื่อหุ้มเซลล์ เร่งการขยายเซลล์ ควบคุมการแตกราก ยับยั้งการเจริญเติบโตของตาข้าง ป้องกันการร่วงของใบ กิ่งและผล</div>
<div dir="auto">11. อาร์จินีน (Arginine : Arg) มีบทบาทเป็นตัวควบคุมการเจริญเติบโต ควบคุมการสร้างเพกตินในผนังเซลล์ ช่วยทำให้เนื้อเยื่อแน่น ส่งเสริมการพัฒนาของราก เป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมน ส่งเสริมเอธีลีน ช่วยชะลอการแก่ตัวชองใบ ส่งเสริมโพลิอามีนหลายชนิด โพลิอามีนเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของพืชต่อความเครียดจากสิ่งแวดล้อม ภาวะเครียดจากดินเค็ม การขาดน้ำ และความเครียดจากภาวะเป็นกรด</div>
<div dir="auto">12. ไกลซีน (Glycine : Gly) ช่วยเพิ่มความหวาน เป็นสารตั้งต้นกระบวนการ Metabolism ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญสำหรับการสร้าง พัฒนาเนื้อเยื่อพืช กระบวนการสังเคราะห์คลอโรฟิลด์ ทำให้พืชมีใบเขียวขึ้น เกิดการสังเคราะห์แสงมากขึ้น และทำหน้าที่เป็น Bacteriostatic Action ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิดได้ โดยจะเข้าไปทำลายการสังเคราะห์ผนังเซลล์ของจุลินทรีย์ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวคีเลต ส่งเสริมการดูดซับปริมาณธาตุอาหารมากขึ้น และช่วยส่งเสริมการเคลื่อนย้ายธาตุอาหารภายในต้นพืช</div>
<div dir="auto">13. วาลีน (Valine : Val) เป็นกรดอะมิโนประเภทกลูโคจินิค (glucogenic) จะถูกทำ transamination และdecarboxylation (การกำจัดหมู่คาร์บอกซิล) ในกระบวนการเมตาบอลิซึม หลังจากนั้นจะเป็นอนุกรมของปฏิกิริยาออกซิเดชันเพื่อเปลี่ยน 4 คาร์บอนไปเป็น propionyl-CoA ซึ่งจะ<span style="color: #993300;">เพิ่มรสชาติ และความสดของพืช</span></div>
<div dir="auto">14. ไลซีน (Lysine :Lys) ถูกนำไปใช้ในกระบวนการเมแทบอลิซึม <span style="color: #993300;">ช่วยเพิ่มความสดของสีสันในพืช</span></div>
<div dir="auto">15. ลิวซีน (Leucine : Leu) ช่วยในปฏิกิริยาหลายขั้นตอนของกระบวนการเมแทบอลิซึม ซึ่งจะควบคุมกระบวนการพัฒนา การเพิ่มจำนวนเซลล์การบำรุงรักษาเซลล์ <span style="color: #993300;">ส่งเสริมการเจริญเติบโตของใบ และราก</span></div>
<div dir="auto">16. ซีรีน (Serine : Ser) เป็นตัวกลางในกระบวนการ Metabolism ทำให้<span style="color: #993300;">ช่วยเพิ่มความหวาน</span></div>
<div dir="auto">17. ฟินิลอะลานีน (Phenylalanine : Phe) มีบทบาทในการ<span style="color: #993300;">กระตุ้นการแตกราก เพิ่มจำนวนราก และป้องกันโรคพืช</span></div>
<div dir="auto">18. เมทไทโอนีน (Methionine : Met) เป็นกรดอะมิโนที่สำคัญในการให้หมู่เมทธิล(-CH3) เร่งการเจริญเติบโต และการแบ่งเซลล์ของพืชมีบทบาทเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมน ต่อมาจะถูกเปลี่ยนเป็น 1-aminocyclopropane-1-carboxylic (ACC) จะถูกเปลี่ยนไปเป็นเอทธิลีนจะช่วยในการออกผล การสุกของผล เพิ่มความหวาน <span style="color: #993300;">ส่งเสริมไซโตไคนินและเอธีลีนจะช่วยในการเคลื่อนย้ายออกซิน ส่งเสริมการพัฒนาราก</span></div>
<div dir="auto"></div>
<div style="text-align: right;" dir="auto">
<p><strong>By Satja Prasongsap</strong></p>
<div><strong>Professional Research Scientist</strong></div>
<div>Horticultural Research Institute(HRI), Department of Agriculture (DOA)</div>
</div>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11531">กรดอะมิโน</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=11531</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารไตรคอนทานอล</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=11463</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=11463#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2024 06:33:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=11463</guid>
		<description><![CDATA[<p>สารไตรคอนทานอล สารไตรคอนทานอล Triacontanol พบได้ที่ไขบริเวณชั้นผิวเคลือบคิวทินเนื้อเยื่อพืช มีการพบครั้งแรกในใบต้นอัลฟัลฟา ช่วยเพิ่มผลผลิตแตงกวา มะเขือเทศ แรดิช ผักกาดหอม และเพิ่มน้ำหนักแห้งข้าว ข้าวโพด ในการให้สารนี้ทำให้เกิดการสังเคราะห์แสงเพิ่มมากขึ้น ช่วยในการดูดซืมธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม ช่วยเพิ่มความสูง จำนวนใบต่อต้น 1. การเพิ่มอัตราการงอกของเมล็ด : ข้าวโพด ใช้อัตรา 35 ppm แช่เมล็ดเป็นเวลา 6 ชั่วโมง,  แตงกวา ใช้อัตรา 35 ไมโครโมล แช่เมล็ดเป็นเวลา 12 ชั่วโมง,  เรพซีด ใช้อัตรา 2.5% แช่เมล็ดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง 2. การเพิ่มน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้ง : มะเขือเทศ พ่นสารอัตรา 1 ppm หลังจากย้ายปลูก 6 และ 8 สัปดาห์, ถั่วแปบ พ่นสาร 10-6 M  หลังจากหว่าน 120 วัน, โกฐจุฬาลัมพา พ่นสาร 1.5 [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11463">สารไตรคอนทานอล</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;"><strong>สารไตรคอนทานอล</strong></span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #0000ff;">สารไตรคอนทานอล Triacontanol พบได้ที่ไขบริเวณชั้นผิวเคลือบคิวทินเนื้อเยื่อพืช <span id="more-11463"></span>มีการพบครั้งแรกในใบต้นอัลฟัลฟา ช่วยเพิ่มผลผลิตแตงกวา มะเขือเทศ แรดิช ผักกาดหอม และเพิ่มน้ำหนักแห้งข้าว ข้าวโพด ในการให้สารนี้ทำให้เกิดการสังเคราะห์แสงเพิ่มมากขึ้น ช่วยในการดูดซืมธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม ช่วยเพิ่มความสูง จำนวนใบต่อต้น</span></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;">1. การเพิ่มอัตราการงอกของเมล็ด : ข้าวโพด ใช้อัตรา 35 ppm แช่เมล็ดเป็นเวลา 6 ชั่วโมง,  แตงกวา ใช้อัตรา 35 ไมโครโมล แช่เมล็ดเป็นเวลา 12 ชั่วโมง,  เรพซีด ใช้อัตรา 2.5% แช่เมล็ดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง</span></p>
<p style="text-align: left;">2. การเพิ่มน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้ง : มะเขือเทศ พ่นสารอัตรา 1 ppm หลังจากย้ายปลูก 6 และ 8 สัปดาห์, ถั่วแปบ พ่นสาร 10<sup>-6</sup> M  หลังจากหว่าน 120 วัน, โกฐจุฬาลัมพา พ่นสาร 1.5 ppm บนใบทุก 10 วัน หลังปลูก 30 วัน, ผักชี  ชุมเห็ดเทศ โหระพา พ่นสาร 10<sup>-6</sup> M หลังปลูก 30 วัน</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;">3. การชักนำให้เกิดยอด : เสจ ใช้อัตรา 10 μg L<sup>-1 </sup>เลี้ยงชิ้นส่วนยอดในอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสูตร MS,  สะระแหน่ ใช้อัตรา 5 μg L<sup>-1 </sup>เลี้ยงชิ้นส่วนยอดในอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสูตร MS, พริกขี้หนูใช้อัตรา 2 μg L<sup>-1 </sup>เลี้ยงชิ้นส่วนยอดในอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสูตร MS</span></p>
<p style="text-align: left;">4. การชักนำให้เกิดโซมาติกเอมบริโอ กาแฟใช้อัตรา 11.38 μM เลี้ยงใบเลี้ยงในอาหารสูตร MS</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;">5. การเพิ่มจำนวนดอก กล้วยไม้สกุลหวายพ่นสารอัตรา 1 ppm ที่ใบทุก 4 และ 8 สัปดาห์, เพื่องฟ้าพ่นสารอัตรา 2.5 ppm 2 ครั้งต่อสัปดาห์จนมีการพัฒนาตาดอก ช่วยพัฒนาตาดอก, แพนซีพ่นสารอัตรา 25 ppm ที่อายุ 20 และ 35 วัน, สตรอว์เบอร์รี่พ่นสารอัตรา 150 ppm</span></p>
<p style="text-align: left;">6. การเพิ่มความยาวก้านดอก : กุหลาบพ่นสารอัตรา 150 ppm จำนวน 3 ครั้ง (ทุก 10 วันหลังปลูก 3 สัปดาห์)</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;">7. การยืดอายุการปักแจกัน :  กล้วยไม้สกุลหวาย พ่นสารอัตรา 1 ppm ที่ใบทุก 4 และ 8 สัปดาห์</span></p>
<p style="text-align: left;">8. การเพิ่มจำนวนผล : สตรอว์เบอร์รี่พ่นสารอัตรา 10 μM จำนวน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 :ระยะ 3-4 ใบ ครั้งที่ 2 : 15 หลังจากครั้งที่ 1. พริกพ่นสารอัตรา 5 ppm จำนวน 3 ครั้ง( 46 82 และ 157 วันหลังการย้ายปลูก), มะม่วงพ่นสารอัตรา 5 ppm ที่ใบเมื่อเริ่มสร้างช่อดอก, งาพ่นสารอัตรา 2 ppm ที่ใบก่อนออกดอก</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;">9. การเพิ่มความทนทานต่อสภาพความเค็ม : ถั่วเหลืองพ่นสารอัตรา 10 mM  ที่ใบทุก 2 วันหลังจากงอก 10 วันเป็นระยะเวลา 20 วัน, ทานตะวันพ่นสารอัตรา 100 μM ที่ใบ 3 ระยะ ได้แก่ ในระยะต้นกล้า ในระยะออกดอก และในระยะต้นกกล้ารวมกับการออกดอก, มิ้นท์พ่นสารอัตรา 10<sup>-6</sup> μM ที่ใบจำนวน 2 ครั้ง ห่างกัน15 วัน โดยให้ครั้งแรกหลังจากย้ายปลูก 60 วัน</span></p>
<p style="text-align: left;">10. การเพิ่มความทนทานต่อความแล้ง : ข้าวสาลีแช่เมล็ดในสารละลาย 4 ชั่วโมงอัตรา 5 ppm  ถั่วฝักยาวแช่เมล็ดในสารละลาย 24 ชั่วโมงอัตรา 0.6 ppm  ข้าวใช้อัตรา 5  และ 10 μM เติมลงในสารละลาย PEG 20 เปอร์เซ็นต์</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;">11. การเพิ่มความทนทานต่อโลหะหนักที่ทำให้พืชการเจริญเติบโตช้าลง ข้าวโพดใช้อัตรา 35 ppm แช่เมล็ดก่อนปลูกหรือพ่นสารที่ใบ , ผักพ่นอัตรา 5,  10 และ 20  μM ในระยะที่มี 3 ใบ เรพซีดใช้อัตรา 10 และ 20  μM เติมลงในสารละลาย Hoagland&#8217;s เมื่อต้นกล้าอายุ 21 วัน, สะระแหน่ญี่ปุ่นอัตรา 1  μM พ่นสารที่ใบห่างกัน 15 วัน โดยให้ครั้งแรกหลังจากย้ายปลูก 60 วัน</span></p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11463">สารไตรคอนทานอล</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=11463</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารโพแทสเซียมคลอเรต</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=10972</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=10972#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Nov 2023 03:21:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=10972</guid>
		<description><![CDATA[<p>สารโพแทสเซียมคลอเรตใช้กระตุ้นการออกดอกของลำไย A. สารนี้เป็นสารที่มีลักษณะเป็นผลึกใสหรือผงสีขาว ไม่มีกลิ่น เป็นตัวออกซิไดซ์ที่รุนแรง การใช้ประโยชน์ได้แก่ ใช้กระตุ้นการออกดอกของลำไย เป็นวัตถุดิบในการทำหัวไม้ขีดไฟ พลุดินปืน วัตถุระเบิด และใช้ในการพิมพ์ และย้อมผ้า B. สารโพแทสเซียมคลอเรต อยู่ภายใต้การควบคุมของกองควบคุมยุทธภัณฑ์ กรมการอุตสาหกรรมทหาร กระทรวงกลาโหม ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530ซึ่งการมีไว้ในครอบครองผู้ผลิตหรือนำเข้าต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงกลาโหม สำหรับสารโพแทสเซียมคลอเรตที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ.2550 นั้น ต้องเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีเนื้อสารโพแทสเซียมคลอเรตไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์และต้องผสมสารหน่วงปฏิกิริยาโดยต้องระบุชนิดและปริมาณของสารหน่วงปฏิกิริยา ปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดมาขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายกับกรมวิชาการเกษตร C. พันธุ์ลำไยแต่ละพันธุ์มีการตอบสนองแตกต่างกัน พันธุ์สีชมพูใช้สารอัตรา 2 กรัมต่อตารางเมตร พันธุ์แห้วใช้สารอัตรา 4 กรัมต่อตารางเมตร พันธุ์ดอต้องใช้สารอัตรา 8 กรัมต่อตารางเมตรจึงจะออกดอกได้ดี ทำการราดสารในระยะใบเพสลาดไปจนถึงใบแก่จัด ระยะเวลาที่เหมาะสมในการราดสารได้แก่ปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อน ลำไยในฤดูปกติ แต่ถ้าราดสารปลายเดือนตุลาคมดอกจะบานตรงอากาศหนาวเย็นพอดีทำให้ลำไยไม่ ติดผล ช่วงที่สองคือราดสารเดือนธันวาคม-มกราคมขณะที่อากาศเย็นก็จะออกดอกได้พร้อมกับลำไยในฤดู และมีข้อดีคือผลค่อนข้างดกมากกว่าลำไยในฤดู และช่วงสามได้แก่ การผลิตลำไยนอกฤดูให้เก็บเกี่ยวได้ตรงเทศกาลปีใหม่หรือตรุษจีนก็จะให้สารเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน D. คำแนะนำการใช้สารอย่างระมัดระวังและใช้ให้ถูกวิธีตาม 1.ซื้อสารโพแทสเซียมคลอเรตมาให้พอดีกับที่ต้องการใช้เท่านั้น 2 ต้องเก็บสารไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด ห่างจากอินทรียวัตถุ เช่น [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10972">สารโพแทสเซียมคลอเรต</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div dir="auto">สารโพแทสเซียมคลอเรตใช้กระตุ้นการออกดอกของลำไย<span id="more-10972"></span></div>
<div dir="auto">A. สารนี้เป็นสารที่มีลักษณะเป็นผลึกใสหรือผงสีขาว ไม่มีกลิ่น เป็นตัวออกซิไดซ์ที่รุนแรง การใช้ประโยชน์ได้แก่ ใช้กระตุ้นการออกดอกของลำไย เป็นวัตถุดิบในการทำหัวไม้ขีดไฟ พลุดินปืน วัตถุระเบิด และใช้ในการพิมพ์ และย้อมผ้า</div>
<div dir="auto">B. สารโพแทสเซียมคลอเรต อยู่ภายใต้การควบคุมของกองควบคุมยุทธภัณฑ์ กรมการอุตสาหกรรมทหาร กระทรวงกลาโหม ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530ซึ่งการมีไว้ในครอบครองผู้ผลิตหรือนำเข้าต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงกลาโหม สำหรับสารโพแทสเซียมคลอเรตที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ.2550 นั้น ต้องเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีเนื้อสารโพแทสเซียมคลอเรตไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์และต้องผสมสารหน่วงปฏิกิริยาโดยต้องระบุชนิดและปริมาณของสารหน่วงปฏิกิริยา ปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดมาขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายกับกรมวิชาการเกษตร</div>
<div dir="auto">C. พันธุ์ลำไยแต่ละพันธุ์มีการตอบสนองแตกต่างกัน พันธุ์สีชมพูใช้สารอัตรา 2 กรัมต่อตารางเมตร พันธุ์แห้วใช้สารอัตรา 4 กรัมต่อตารางเมตร พันธุ์ดอต้องใช้สารอัตรา 8 กรัมต่อตารางเมตรจึงจะออกดอกได้ดี ทำการราดสารในระยะใบเพสลาดไปจนถึงใบแก่จัด ระยะเวลาที่เหมาะสมในการราดสารได้แก่ปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อน ลำไยในฤดูปกติ แต่ถ้าราดสารปลายเดือนตุลาคมดอกจะบานตรงอากาศหนาวเย็นพอดีทำให้ลำไยไม่ ติดผล ช่วงที่สองคือราดสารเดือนธันวาคม-มกราคมขณะที่อากาศเย็นก็จะออกดอกได้พร้อมกับลำไยในฤดู และมีข้อดีคือผลค่อนข้างดกมากกว่าลำไยในฤดู และช่วงสามได้แก่ การผลิตลำไยนอกฤดูให้เก็บเกี่ยวได้ตรงเทศกาลปีใหม่หรือตรุษจีนก็จะให้สารเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน</div>
<div dir="auto">D. คำแนะนำการใช้สารอย่างระมัดระวังและใช้ให้ถูกวิธีตาม</div>
<div dir="auto">1.ซื้อสารโพแทสเซียมคลอเรตมาให้พอดีกับที่ต้องการใช้เท่านั้น</div>
<div dir="auto">2 ต้องเก็บสารไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด ห่างจากอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยยูเรีย หรือถ่าน</div>
<div dir="auto">3. สถานที่เก็บต้องเย็นและแห้ง มีอากาศถ่ายเทดี และมีพื้นที่ว่างเหลือโดยรอบ</div>
<div dir="auto">4. ไม่ควรนำโพแทสเซียมคลอเรตไปผสมกับสารอื่น เช่น กำมะถันผง ผงถ่าน ขี้เลื่อย ปุ๋ยยูเรีย และสารฆ่าแมลง</div>
<div dir="auto">5. ห้ามตำสารหรือกระแทก หรือทำให้เกิดประกายไฟ และระหว่างเตรียมการใช้สารห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่นั้นโดยเด็ดขาด</div>
<div dir="auto">6. รอบสถานที่เก็บบนพื้นดินต้องปราศวัชพืช วัสดุที่ติดไฟได้ในระยะ 50 ฟุต</div>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10972">สารโพแทสเซียมคลอเรต</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=10972</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารเมพิควอทคลอไรด์</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=10548</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=10548#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Dec 2022 06:47:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=10548</guid>
		<description><![CDATA[<p>สารเมพิควอทคลอไรด์ (mepiquat chloride) สารเมพิควอทคลอไรด์ช่วยให้ข้อสั้น ผลผลิตเพิ่มขึ้นในถั่วเขียว สารสำคัญ  1,1-dimethyl-piperidinium chloride…………… 25% W/V SL</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10548">สารเมพิควอทคลอไรด์</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #0000ff;"><strong>สารเมพิควอทคลอไรด์ (mepiquat chloride)</strong></span></p>
<p>สารเมพิควอทคลอไรด์ช่วยให้ข้อสั้น ผลผลิตเพิ่มขึ้นในถั่วเขียว</p>
<p>สารสำคัญ  1,1-dimethyl-piperidinium chloride…………… 25% W/V SL</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10548">สารเมพิควอทคลอไรด์</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=10548</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารโซเดียมออโธไนโตรฟีโนเลต</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=10543</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=10543#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Dec 2022 06:41:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=10543</guid>
		<description><![CDATA[<p>สาร sodium ortho-nitrophenolate)+(sodium para-nitrophenolate)+ (sodium-5-nitroquaiacolate 0.6%+0.9%+0.3% W/V SL ช่วยเพิ่มผลผลิตพริกใช้อัตรา 22 ppm เริ่มพ่นเมื่อดอกพริกชุดแรกบาน 50  เปอร์เซ็นต์ และพ่นซ้ำทุก  7  วัน  และข้าวอัตรา 18 ppm</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10543">สารโซเดียมออโธไนโตรฟีโนเลต</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาร sodium ortho-nitrophenolate)+(sodium para-nitrophenolate)+ (sodium-5-nitroquaiacolate 0.6%+0.9%+0.3% W/V SL <span id="more-10543"></span>ช่วยเพิ่มผลผลิตพริกใช้อัตรา 22 ppm เริ่มพ่นเมื่อดอกพริกชุดแรกบาน 50  เปอร์เซ็นต์ และพ่นซ้ำทุก  7  วัน  และข้าวอัตรา 18 ppm</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10543">สารโซเดียมออโธไนโตรฟีโนเลต</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=10543</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารฟลูเมทราลิน</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=10531</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=10531#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Dec 2022 06:18:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=10531</guid>
		<description><![CDATA[<p>สารฟลูเมทราลิน Flumetralin สาร Flumetralin 12.5% W/V EC ช่วยในการระงับการงอกตาข้างของยาสูบ โดยการหยอดที่ยอดยาสูบหลังการเด็อยอด</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10531">สารฟลูเมทราลิน</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>สารฟลูเมทราลิน Flumetralin</strong></p>
<p>สาร Flumetralin 12.5% W/V EC ช่วยในการระงับการงอกตาข้างของยาสูบ โดยการหยอดที่ยอดยาสูบหลังการเด็อยอด</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10531">สารฟลูเมทราลิน</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=10531</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารบูทราลิน</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=10529</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=10529#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Dec 2022 06:17:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=10529</guid>
		<description><![CDATA[<p>สารบูทราลิน butralin สาร butralin 36% W/V EC  ควบคุมการแตกตาข้าง (หน่อ) ในยาสูบ สารสำคัญ N-sec-butyl-4-tert-butyl-2,6-dinitroaniline………36% W/V EC กลไกการออกฤิทธิ์ จะไปทำลายตาข้างโดยการสัมผัสหรือดูดซืม ทำให้ตาข้างเหลืองและซีดตาย หรือแคระแกรน วิธีใช้  ใช้อัตรา 300 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หยอดลงที่บริเวณบนสุดของต้นยาสูบหลังเด็ดยอด 1 วัน ต้นละ 30 มิลลิลิตร การเด็ดยอดนับจากยอดลงมา 4-7 ใบ เมื่อต้นยาสูบอายุ 60 วัน หลังย้ายกล้า</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10529">สารบูทราลิน</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #0000ff;"><strong>สารบูทราลิน butralin</strong></span></p>
<p style="text-align: left;">สาร butralin 36% W/V EC  ควบคุมการแตกตาข้าง (หน่อ) ในยาสูบ<span id="more-10529"></span><br />
สารสำคัญ N-sec-butyl-4-tert-butyl-2,6-dinitroaniline………36% W/V EC</p>
<p style="text-align: left;">กลไกการออกฤิทธิ์ จะไปทำลายตาข้างโดยการสัมผัสหรือดูดซืม ทำให้ตาข้างเหลืองและซีดตาย หรือแคระแกรน</p>
<p style="text-align: left;">วิธีใช้  ใช้อัตรา 300 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หยอดลงที่บริเวณบนสุดของต้นยาสูบหลังเด็ดยอด 1 วัน ต้นละ 30 มิลลิลิตร การเด็ดยอดนับจากยอดลงมา 4-7 ใบ เมื่อต้นยาสูบอายุ 60 วัน หลังย้ายกล้า</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10529">สารบูทราลิน</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=10529</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สารไทโอยูเรีย</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=10521</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=10521#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Dec 2022 06:09:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สารควบคุมการเจริญเติบโตพืช]]></category>
		<category><![CDATA[สารเคมี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=10521</guid>
		<description><![CDATA[<p>สาร thiourea สาร thiourea  99% WP, 99%SP ช่วยการออกดอกของลำไย</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10521">สารไทโอยูเรีย</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>สาร thiourea</strong></p>
<p><strong>สาร thiourea </strong> 99% WP, 99%SP ช่วยการออกดอกของลำไย</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=10521">สารไทโอยูเรีย</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=10521</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
