<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน &#187; ว่าน</title>
	<atom:link href="http://hort.ezathai.org/?cat=44&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://hort.ezathai.org</link>
	<description>พืชผัก เห็ด และสมุนไพร, การปลูก, ศูนย์องค์ความรู้พืชสวนด้านการเกษตร, สัจจะ ประสงค์ทรัพย์, herbdoa, medicinal plant,satja prasongsap, Horti Thai</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 May 2026 08:04:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.2</generator>
		<item>
		<title>ว่านขมิ้นขาว</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5511</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5511#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jul 2016 09:09:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5511</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านขมิ้นขาว ความเชื่อหมอพื้นบ้านเป็นยาอายุวัฒนะ</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5511">ว่านขมิ้นขาว</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ว่านขมิ้นขาว<span id="more-5511"></span></p>
<p>ความเชื่อหมอพื้นบ้านเป็นยาอายุวัฒนะ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=5512" rel="attachment wp-att-5512"><img class="aligncenter size-full wp-image-5512" title="kaminkaw" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2016/07/DSC_0095-Small.jpg" alt="" width="715" height="480" /></a></p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5511">ว่านขมิ้นขาว</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5511</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่านขอทอง</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5505</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5505#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jul 2016 07:54:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5505</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านขอทอง (ว่านแต้)สรรพคุณ แก้พิษเบื่อเมา</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5505">ว่านขอทอง</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ว่านขอทอง (ว่านแต้)<span id="more-5505"></span>สรรพคุณ แก้พิษเบื่อเมา</p>
<p><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=5506" rel="attachment wp-att-5506"><img class="aligncenter size-full wp-image-5506" title="kotong" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2016/07/DSC_0093-Small.jpg" alt="" width="715" height="480" /></a></p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5505">ว่านขอทอง</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5505</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่านม้าห้อ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=5501</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=5501#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jul 2016 07:49:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=5501</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านม้าห้อ (ม้ง) สรรพคุณ เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร และเป็นยาบำรุงกำลัง</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5501">ว่านม้าห้อ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ว่านม้าห้อ (ม้ง)<span id="more-5501"></span></p>
<p>สรรพคุณ เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร และเป็นยาบำรุงกำลัง</p>
<p><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=5502" rel="attachment wp-att-5502"><img class="aligncenter size-full wp-image-5502" title="maho" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2016/07/DSC_0092-Small.jpg" alt="" width="715" height="480" /></a></p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=5501">ว่านม้าห้อ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=5501</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่านนางคำ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=4333</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=4333#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2015 02:47:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ย-ฮ]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>
		<category><![CDATA[สัจจะ ประสงค์ทรัพย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=4333</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านนางคำ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma aromatica Salisb. ชื่อวงศ์ : Zingiberaceae ชื่อสามัญ : - ชื่ออื่นๆ : - ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุก เหง้าและหัวสีเหลือง มีกลิ่นหอม ใบเดี่ยวออกเป็นกระจุกใกล้ราก ประมาณ 5-7 ใบ รูปใบหอกกว้าง ประมาณ 10-14 ซม. ยาวประมาณ 40-70 ซม. ปลายเรียวแหลม ท้องใบมีขน ดอกช่อเชิงลด มักมีดอกก่อนใบงอกจากเหง้า ช่อดอกยาวประมาณ 5-8 ซม. ใบประดับที่ปลายช่อสีชมพู ใบประดับที่รองรับดอกสีขาวแกมเขียว ปลายโค้ง ยาวได้ถึง 6 ซม. ใบประดับย่อยสีขาว ยาวประมาณ 2 ซม. กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 2 ซม. กลีบดอกสีขาวแกมชมพู แฉกกลางรูปไข่กว้าง แฉกข้างรูปขอบขนาน กลีบปากรูปโล่แยกเป็น 3 [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4333">ว่านนางคำ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>ว่านนางคำ</strong></p>
<p><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์ :</strong> <em>Curcuma aromatica</em> Salisb.<span id="more-4333"></span></p>
<p><strong>ชื่อวงศ์ :</strong> Zingiberaceae</p>
<p><strong>ชื่อสามัญ : </strong> -</p>
<p><strong>ชื่ออื่นๆ : </strong> -</p>
<p><strong><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=5486" rel="attachment wp-att-5486"><img class="aligncenter size-full wp-image-5486" title="DSC_0143 (Small)" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2015/03/DSC_0143-Small.jpg" alt="" width="715" height="480" /></a>ลักษณะทั่วไป</strong></p>
<p>เป็นไม้ล้มลุก เหง้าและหัวสีเหลือง มีกลิ่นหอม ใบเดี่ยวออกเป็นกระจุกใกล้ราก ประมาณ 5-7 ใบ รูปใบหอกกว้าง ประมาณ 10-14 ซม. ยาวประมาณ 40-70 ซม. ปลายเรียวแหลม ท้องใบมีขน ดอกช่อเชิงลด มักมีดอกก่อนใบงอกจากเหง้า ช่อดอกยาวประมาณ 5-8 ซม. ใบประดับที่ปลายช่อสีชมพู ใบประดับที่รองรับดอกสีขาวแกมเขียว ปลายโค้ง ยาวได้ถึง 6 ซม. ใบประดับย่อยสีขาว ยาวประมาณ 2 ซม. กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 2 ซม. กลีบดอกสีขาวแกมชมพู แฉกกลางรูปไข่กว้าง แฉกข้างรูปขอบขนาน กลีบปากรูปโล่แยกเป็น 3 แฉก สีเหลืองเข้ม</p>
<p><strong>การปลูก</strong></p>
<p>ปลูกในดินร่วนที่มีความชุ่มชื้น ระบายน้ำได้ดี ไม่ท่วมขัง การรดน้ำในตอนที่ว่านมีใบนั้นให้รดจนชุ่ม ว่านจะทิ้งใบฝังหัวเมื่อพ้นหน้าฝน การรดน้ำควรรดเพียงแค่หมาดๆ หากรดมากๆ เหมือนตอนมีใบก็อาจทำให้หัวว่านเน่าได้</p>
<p><strong>การขยายพันธุ์ :</strong>ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ</p>
<p><strong>ความเป็นมงคล</strong></p>
<p>ว่านนางคำถือเป็นพญาว่านต้นหนึ่งเช่นกันเนื่องจากสามารถคุ้มครองและแก้พิษว่านทั้งปวงได้ทั้งยังเป็นว่านที่ปลูกไว้ประจำบ้าน จะเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมแก่คนที่อยู่ในบ้านนั้น</p>
<p><strong>สรรพคุณทางยา</strong></p>
<p>ใช้หัวสดตำให้ละเอียดผสมสุราโรง ๔๐ ดีกรี พอกแก้ฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก โรคเม็ดผดผื่นคันตามร่างกาย หรือหากใช้แก้อาการปวดท้อง ถ่ายท้องให้ใช้หัวสดฝนกับน้ำปูนใสกินอาการดังกล่าวจะทุเลาลง หรือจะกินหัวสดๆ กับเหล้าขาวก็ได้เช่นเดียวกัน รากใช้เป็นยาขับเสมหะและใช้เป็นยาสมาน แก้โรคท้องร่วงโรคหนองในเรื้อรัง และว่านนางคำสามารถนำมาปรุงเข้ากับยาสมุนไพรอื่นๆ ได้ปัจจุบันตามร้านขายยาแผนโบราณยังคงใช้เป็นตัวยารักษาโรคเช่นเดิม</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4333">ว่านนางคำ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=4333</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่านสี่ทิศ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=4328</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=4328#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2015 02:43:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ย-ฮ]]></category>
		<category><![CDATA[พืชไม้ดอก]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>
		<category><![CDATA[สัจจะ ประสงค์ทรัพย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=4328</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านสี่ทิศ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hippeastrum johnsonii. ชื่อวงศ์ : Amaryllidaceae ชื่อสามัญ : Wan-See-Til ชื่ออื่นๆ: - ว่านสี่ทิศแดง ว่านสี่ทิศชมพู ลักษณะทั่วไป ว่านสี่ทิศเป็นพันธุ์ไม้ในวงศ์พลับพลึง มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดินมีลักษณะคล้ายกับหอมหัวใหญ่ ส่วนที่โผล่ขึ้นมาเหนือดินเป็นส่วนของก้านใบ และตัวใบเท่านั้น ลักษณะของใบเป็นสีเขียว รูปหอกยาวเรียว ปลายมน ขอบใบเรียบ ใบกว้างประมาณ 3-5 ซม. และยาวประมาณ 2530 ซม. ก้านดอกจะแทงสูงขึ้นจากกอ มีความประมาณ 25-30 ซม. ดอกออกตรงปลายก้านดอก มีสีชมพูตรงปลายดอก ดอกแยกออกเป็น 6 กลีบ เมื่อบานเต็มที่จะกว้างประมาณ 6-8 ซม. และจะทยอยกันบานทีละ 4 ดอก จึงนิยมเรียกกันว่า ว่านสี่ทิศ การปลูก ควรปลูกในดินปนทราย ให้น้ำ และความชื้นปานกลาง ว่านสี่ทิศเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบแสงแดดมาก จึงควรต้องปลูกในที่แจ้ง จึงจะเจริญเติบโตและมีดอกได้ดี การขยายพันธุ์ [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4328">ว่านสี่ทิศ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>ว่านสี่ทิศ</strong></p>
<p><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> : Hippeastrum johnsonii.<span id="more-4328"></span></p>
<p><strong>ชื่อวงศ์ :</strong> Amaryllidaceae</p>
<p><strong>ชื่อสามัญ :</strong> Wan-See-Til</p>
<p><strong>ชื่ออื่นๆ:</strong> -</p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td style="text-align: center;">ว่านสี่ทิศแดง</td>
<td style="text-align: center;">ว่านสี่ทิศชมพู</td>
</tr>
<tr>
<td><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=5495" rel="attachment wp-att-5495"><img class="aligncenter size-medium wp-image-5495" title="sitidred" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2015/03/DSC_0309-Small-300x201.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a></td>
<td><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=5496" rel="attachment wp-att-5496"><img class="aligncenter size-medium wp-image-5496" title="sitidpink" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2015/03/DSC_0308-Small-300x201.jpg" alt="" width="300" height="201" /></a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>ลักษณะทั่วไป</strong></p>
<p>ว่านสี่ทิศเป็นพันธุ์ไม้ในวงศ์พลับพลึง มีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดินมีลักษณะคล้ายกับหอมหัวใหญ่ ส่วนที่โผล่ขึ้นมาเหนือดินเป็นส่วนของก้านใบ และตัวใบเท่านั้น ลักษณะของใบเป็นสีเขียว รูปหอกยาวเรียว ปลายมน ขอบใบเรียบ ใบกว้างประมาณ 3-5 ซม. และยาวประมาณ 2530 ซม. ก้านดอกจะแทงสูงขึ้นจากกอ มีความประมาณ 25-30 ซม. ดอกออกตรงปลายก้านดอก มีสีชมพูตรงปลายดอก ดอกแยกออกเป็น 6 กลีบ เมื่อบานเต็มที่จะกว้างประมาณ 6-8 ซม. และจะทยอยกันบานทีละ 4 ดอก จึงนิยมเรียกกันว่า ว่านสี่ทิศ</p>
<p><strong>การปลูก</strong></p>
<p>ควรปลูกในดินปนทราย ให้น้ำ และความชื้นปานกลาง ว่านสี่ทิศเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบแสงแดดมาก จึงควรต้องปลูกในที่แจ้ง จึงจะเจริญเติบโตและมีดอกได้ดี</p>
<p><strong>การขยายพันธุ์ :</strong>ขยายพันธุ์โดยแยกหน่อ หรือแยกหัวไปปลูกใหม่</p>
<p><strong>ความเป็นมงคล</strong></p>
<p>เชื่อกันว่าถ้าเลี้ยงว่านสี่ทิศให้ออกดอกพร้อมกันได้ทั้งสี่ดอกหรือสี่ทิศผู้เลี้ยงจะมีโชคลาภ และหากว่าในช่วงที่ว่านสี่ทิศกำลังออกดอกทั้งสี่อยู่นั้น ผู้เลี้ยงคิดจะทำอะไร ก็จะประสบความสำเร็จทุกประการ แต่ถ้าหากว่า ว่านสี่ทิศออกดอกไม่ครบทั้งสี่ดอก หรือออกดอกแค่ 2 หรือ 3 ดอก ก็จะไม่เป็นผลดีแก่ผู้เลี้ยงเหมือนเป็นลางบอกเหตุว่าจะมีสิ่งไม่ดีเกิดแก่ผู้เลี้ยง</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4328">ว่านสี่ทิศ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=4328</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่านสาวหลง</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=4326</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=4326#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2015 02:40:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชสมุนไพร ย-ฮ]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>
		<category><![CDATA[สัจจะ ประสงค์ทรัพย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=4326</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านสาวหลง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Amomum cf. biflorum Jack. ชื่อวงศ์ : Zingiberaceae ชื่อสามัญ : - ชื่ออื่นๆ : ว่านฤๅษีผสม ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุกที่มีเหง้าใต้ดิน แตกแขนงคล้ายไหลทอดไม่ยาว มีกลิ่นหอม ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีแกมขอบขนาน ขนาดกว้างประมาณ 5-8 ซม. ยาวประมาณ 20-30 ซม. ปลายใบเรียวแหลม เกลียวบิดเล็กน้อย โคนใบสอบหรือมน สีเขียวเข้มกว่าด้านล่าง เส้นกลางใบด้านบนเป็นร่องเล็กน้อย สีเขียวอ่อน ด้านล่างนูนสีเดียวกับสีแผ่นใบ ผิวใบเว้านูนเป็นคลื่นมีร่องแถบตื้นตามแนวระหว่างเส้นแขนงใบที่เรียงเป็นแนวเอียง ด้านบนเป็นแถบเว้าตรงกลาง แนวเส้นแขนงใบนูนยกสูงขึ้น หลังใบมีขนนุ่มสีเขียวอ่อน มีกาบใบหุ้มโคนต้น ก้านใบ ยาว 0.5-2 เซนติเมตร ด้านบนเป็นร่อง สีเขียวแกมเหลือง ด้านล่างนูนกลม สีเขียวแกมน้ำตาลแดงหรือสีเขียว โคนก้านเป็นกาบเรียงซ้อนกันแน่น มีขนยาวสีเขียวหรือเขียวแกมน้ำตาลแดง ดอกออกที่ไหลใกล้โคนต้น ดอกสีขาว กลีบประดับหุ้มช่อดอก กลีบเลี้ยง [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4326">ว่านสาวหลง</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>ว่านสาวหลง</strong></p>
<p><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์ :</strong> Amomum cf. biflorum Jack.<span id="more-4326"></span></p>
<p><strong>ชื่อวงศ์ :</strong> Zingiberaceae</p>
<p><strong>ชื่อสามัญ :</strong> -</p>
<p><strong>ชื่ออื่นๆ :</strong> ว่านฤๅษีผสม</p>
<p><strong>ลักษณะทั่วไป</strong></p>
<p>เป็นไม้ล้มลุกที่มีเหง้าใต้ดิน แตกแขนงคล้ายไหลทอดไม่ยาว มีกลิ่นหอม ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีแกมขอบขนาน ขนาดกว้างประมาณ 5-8 ซม. ยาวประมาณ 20-30 ซม. ปลายใบเรียวแหลม เกลียวบิดเล็กน้อย โคนใบสอบหรือมน สีเขียวเข้มกว่าด้านล่าง เส้นกลางใบด้านบนเป็นร่องเล็กน้อย สีเขียวอ่อน ด้านล่างนูนสีเดียวกับสีแผ่นใบ ผิวใบเว้านูนเป็นคลื่นมีร่องแถบตื้นตามแนวระหว่างเส้นแขนงใบที่เรียงเป็นแนวเอียง ด้านบนเป็นแถบเว้าตรงกลาง แนวเส้นแขนงใบนูนยกสูงขึ้น หลังใบมีขนนุ่มสีเขียวอ่อน มีกาบใบหุ้มโคนต้น ก้านใบ ยาว 0.5-2 เซนติเมตร ด้านบนเป็นร่อง สีเขียวแกมเหลือง ด้านล่างนูนกลม สีเขียวแกมน้ำตาลแดงหรือสีเขียว โคนก้านเป็นกาบเรียงซ้อนกันแน่น มีขนยาวสีเขียวหรือเขียวแกมน้ำตาลแดง ดอกออกที่ไหลใกล้โคนต้น ดอกสีขาว กลีบประดับหุ้มช่อดอก กลีบเลี้ยง โคนเชื่อมเป็นหลอด กลีบดอก โคนเชื่อมเป็นหลอด สีขาวใส ปลายแยก 3 หยัก สีขาว เกสรเพศผู้ส่วนที่เป็นกลีบอยู่บนปลายกลีบดอก เป็นกลีบปาก สีขาวตรงกลางกลีบมีแถบสีเหลืองถึงปลายกลีบ ก้านเกสรและอับเกสรสีขาว</p>
<p><strong>การปลูก</strong></p>
<p>ใช้ดินร่วนผสมทรายเป็นเครื่องปลูก นำหัวว่านลงปลูกกลบดินและเกลี่ยให้ดินเสมอกับหัวว่าน รดน้ำพอชุ่มแต่อย่าให้น้ำขังแฉะเพราะจะทำให้หัวเน่าได้</p>
<p><strong>การขยายพันธุ์ :</strong> โดยการแยกเหง้าหรือหัว</p>
<p><strong>ความเป็นมงคล</strong></p>
<p>เป็นว่านงเมตตามหานิยม ปลูกไว้ในบ้านเรือนเป็นสิริมงคล ทำมาค้าขึ้น ช่วยเรียกลูกค้าเข้าร้านดี เพราะเป็นที่สะดุดตามหานิยม นำหัวหรือรากมาผสมสีผึ้งหรือน้ำมันจันทน์ทาตัว ทาผม จะทำให้ผู้คนเมตตารักใคร่ จะเจรจาสิ่งใดก็จะสมความปรารถนา</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4326">ว่านสาวหลง</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=4326</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่านกระแจะจันทน์</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=4320</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=4320#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2015 02:34:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=4320</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านกระแจะจันทน์ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kaempferia sp. ชื่อวงศ์ : Zingiberaceae ชื่อสามัญ : - ชื่ออื่นๆ : - ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุก หัวเป็นแง่ง ลักษณะกลมยาว ออกติดต่อกันกระจายคล้ายหวีกล้วยและลูกกล้วย เนื้อในของแง่งสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมฉุนรุนแรงมาก ใบและลำต้นคล้ายเปราะหอม ก้านใบสั้นหรือยาวประมาณ 3-4 ซม. ด้านในเป็นร่องกว้าง ด้านนอกกลมนูน ใบรูปกลมรีแข็งแรงและใหญ่กว่าใบเปราะ ขนาดกว้าง 8-10 ซม. ยาว 10-12 ซม. ปลายใบมนแหลม โคนใบมน แผ่นใบอยู่ในลักษณะนอนขนานกับพื้นดิน ทางด้านบนเส้นกลางใบและเส้นใบเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน แผ่นใบด้านบนสีเขียวเข้มกว่าด้านล่างขอบใบมีขลิบสีแดงทั้งด้านบนและด้านล่าง การปลูก ใช้ดินที่สะอาด จะเป็นดินกลางแจ้ง ดินกลางนา หรือดินเผาไฟ ได้ทั้งนั้น ผสมอิฐหักทุบละเอียดรวมด้วย หรือไม่ก็เป็นผงถ่านก็ได้ ไม่ต้องใส่ปุ๋ยก็จะงอกงามดีตามธรรมชาติ หากปลูกลงกระถางให้ใช้กระถางทรงเตี้ยใบใหญ่ใส่ดิน สามในสี่ของกระถาง เพื่อใบจะได้โผล่ออกมาที่ปากกระถางเสมอกันพอดี การขยายพันธุ์ : โดยการแยกหน่อ [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4320">ว่านกระแจะจันทน์</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center">ว่านกระแจะจันทน์</p>
<p><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> : <em>Kaempferia</em> sp.<span id="more-4320"></span></p>
<p><strong>ชื่อวงศ์ :</strong> Zingiberaceae</p>
<p>ชื่อสามัญ : -</p>
<p>ชื่ออื่นๆ : -</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=5498" rel="attachment wp-att-5498"><img class="aligncenter size-full wp-image-5498" title="krjajun" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2015/03/DSC_0155-Small.jpg" alt="" width="715" height="480" /></a></p>
<p><strong>ลักษณะทั่วไป</strong></p>
<p>เป็นไม้ล้มลุก หัวเป็นแง่ง ลักษณะกลมยาว ออกติดต่อกันกระจายคล้ายหวีกล้วยและลูกกล้วย เนื้อในของแง่งสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมฉุนรุนแรงมาก ใบและลำต้นคล้ายเปราะหอม ก้านใบสั้นหรือยาวประมาณ 3-4 ซม. ด้านในเป็นร่องกว้าง ด้านนอกกลมนูน ใบรูปกลมรีแข็งแรงและใหญ่กว่าใบเปราะ ขนาดกว้าง 8-10 ซม. ยาว 10-12 ซม. ปลายใบมนแหลม โคนใบมน แผ่นใบอยู่ในลักษณะนอนขนานกับพื้นดิน ทางด้านบนเส้นกลางใบและเส้นใบเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน แผ่นใบด้านบนสีเขียวเข้มกว่าด้านล่างขอบใบมีขลิบสีแดงทั้งด้านบนและด้านล่าง</p>
<p><strong>การปลูก</strong></p>
<p>ใช้ดินที่สะอาด จะเป็นดินกลางแจ้ง ดินกลางนา หรือดินเผาไฟ ได้ทั้งนั้น ผสมอิฐหักทุบละเอียดรวมด้วย หรือไม่ก็เป็นผงถ่านก็ได้ ไม่ต้องใส่ปุ๋ยก็จะงอกงามดีตามธรรมชาติ หากปลูกลงกระถางให้ใช้กระถางทรงเตี้ยใบใหญ่ใส่ดิน สามในสี่ของกระถาง เพื่อใบจะได้โผล่ออกมาที่ปากกระถางเสมอกันพอดี</p>
<p><strong>การขยายพันธุ์ :</strong> โดยการแยกหน่อ</p>
<p><strong>ความเป็นมงคล</strong></p>
<p>ปลูกไว้เป็นเมตตามหานิยมในการเข้าหาผู้ใหญ่ ให้เกิดความเมตตาสงสารเมื่อไปขอความช่วยเหลือให้ทำการใดๆ และใช้ในการทำเสน่ห์จะมีอานุภาพมากในทางการค้าขาย นักขายเร่มักพกติดตัวไว้ เพราะเป็นเสน่ห์ทั้งตนเองและสินค้าที่นำไปขาย เข้าหาใครไม่มีใครรังเกียจ มีแต่ให้การต้อนรับเจรจาความด้วยดีทำให้ขายได้ มีกำไรดี เป็นว่านที่มีกลิ่นหอมแรงมาก จึงนิยมนำว่านนี้มาบดละเอียด แล้วคลุกเข้าด้วยกันกับแป้งหอมหรือเครื่องหอมต่างๆ เป็นเครื่องสำอางมาตั้งแต่สมัยโบราณ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4320">ว่านกระแจะจันทน์</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=4320</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่านเพชรกลับ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=4317</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=4317#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2015 02:04:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=4317</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านเพชรกลับ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Boesenbergia cf. thorelii (Gagnep.) Hoes ชื่อวงศ์ : Zingiberaceae ชื่อสามัญ : Zedoary ชื่ออื่นๆ : กระชายขาว (ม้ง) ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน หัวมีลักษณะเป็นรูปกลม เนื้อในสีขาว สูง 50-80 เซนติเมตร ใบรูป ไข่แกมรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ แผ่นใบด้านล่างสีเขียวแต้มน้ำตาลแดงจางๆ ไม่มีก้านใบ กาบใบมีขน ลิ้นใบ ขอบสองด้าน สูงยาวไม่เท่ากัน ขอบมีขน ดอกออกที่ปลายยอด ทยอยบานครั้งละ 1-3 ดอก กลีบประดับสีเขียวอ่อน มีขน กลีบเลี้ยงสีขาวใส กลีบดอกมี 3 กลีบ โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ปลายกลีบแยก 3 กลีบ รูปขอบขนานสีขาวใส เกสรเพศผู้ส่วนที่เป็นกลีบมี 3 [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4317">ว่านเพชรกลับ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size: large; color: #339966;"><strong>ว่านเพชรกลับ</strong></span></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> :</span> Boesenbergia cf. thorelii (Gagnep.) Hoes<span id="more-4317"></span></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อวงศ์</strong> :</span> Zingiberaceae</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่อสามัญ</strong> :</span> Zedoary</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ชื่ออื่นๆ</strong> :</span> กระชายขาว (ม้ง)</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ลักษณะทั่วไป</strong></span></p>
<p style="text-align: left;">เป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าใต้ดิน หัวมีลักษณะเป็นรูปกลม เนื้อในสีขาว สูง 50-80 เซนติเมตร ใบรูป ไข่แกมรี ปลายใบแหลม โคนใบสอบ แผ่นใบด้านล่างสีเขียวแต้มน้ำตาลแดงจางๆ ไม่มีก้านใบ กาบใบมีขน ลิ้นใบ ขอบสองด้าน สูงยาวไม่เท่ากัน ขอบมีขน ดอกออกที่ปลายยอด ทยอยบานครั้งละ 1-3 ดอก กลีบประดับสีเขียวอ่อน มีขน กลีบเลี้ยงสีขาวใส กลีบดอกมี 3 กลีบ โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ปลายกลีบแยก 3 กลีบ รูปขอบขนานสีขาวใส เกสรเพศผู้ส่วนที่เป็นกลีบมี 3 กลีบ กลีบข้างมี 2 กลีบ รูปไข่กว้างหัวกลับ สีเหลืองอ่อน แต้มสีชมพูที่โคนกลีบ กลีบปากหรือกลีบใหญ่มี 1 กลีบรูปคล้ายเรือสำเภาขนาดกว้างประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร พื้นสีขาวแกมเหลือง มีแถบสีชมพูแกมแดงยาวตามแนวกลางกลีบและปลายกลีบ เกสรเพศผู้อยู่ระหว่างกลางกลีบปาก รูปขอบขนาน ก้านเกสรสั้น ปลายเว้า ไม่มีรยางค์ที่ปลาย สีขาว มีขน ยอดเกสรเพศเมียมีสีขาว มีขนที่ปลาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-4336" title="petchakub" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2015/03/petchakub.jpg" alt="" width="494" height="258" /></p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>การปลูก</strong></span></p>
<p>เป็นว่านที่ปลูกง่าย สามารถขึ้นได้ทุกสภาพดิน แต่จะให้งอกงามควรปลูกในดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี นำหัวว่านลงปลูกกลบดินและเกลี่ยให้ดินเสมอกับหัวว่าน รดน้ำพอชุ่มแต่อย่าให้น้ำขังแฉะเพราะจะทำให้หัวเน่าได้</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>การขยายพันธุ์</strong> :</span> โดยการแยกเหง้าหรือหัว</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>ความเป็นมงคล</strong> :</span> เป็นว่านที่มีอานุภาพทางป้องกันปกปักรักษา หากปลูกไว้ในบริเวณบ้านเรือนที่พักอาศัยจะคุ้มครองป้องกันคุณไสยต่างๆ แม้นผู้หนึ่งผู้ใดคิดการร้ายต่อบุคคลในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาในอาณาบริเวณก็จะกลับใจในทันที หากจะเดินทางออกจากบ้านไปแห่งหนตำบลใด ควรนำหัวว่านนี้ติดตัวไปด้วยจะคุ้มครองภัยพิบัติได้ทั้งมวล</p>
<p><span style="color: #339966;"><strong>สรรพคุณทางยา</strong></span></p>
<p>เหง้าตำพอกสมานแผลสด ใช้ดองกับเหล้าขาวดื่มเป็นยาอายุวัฒนะ</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4317">ว่านเพชรกลับ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=4317</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่านเพชรหึง</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=4314</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=4314#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2015 02:00:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[พืชไม้ดอก]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=4314</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านเพชรหึง ชื่อวิทยาศาสตร์ ?: Grammatophyllum specinocum BL. วงศ์ : ORCHIDACEAE ชื่อสามัญ : Leopard Flower ชื่ออื่นๆ : ว่านหางช้าง ว่านงูเหลือม กล้วยกา เอื้องพร้าว ลักษณะทั่วไป ว่านเพชรหึงเป็นกล้วยไม้ซึ่งถือได้ว่าเป็นกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกล้วยไม้ประเภทแตกกอ มีระบบรากอากาศ และมีลำต้นสูง อาจสูงถึงกว่า 3 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 ซม. ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันบนลำต้น ใบกว้างราว 3 เซนติเมตร ยาวราว 60 เซนติเมตร ใบอ่อน โค้งลงด้านล่าง ใบเมื่อแก่จัดจะร่วงหลุดไปจากลำต้นทิ้งรอยแผลเป็นไว้เป็นระยะๆ ที่มองคล้ายข้อบนลำต้น ดอกออกราวเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม โดยจะออกดอกตามบริเวณยอด ครั้งละ 2-3 ช่อ และดอกจะทยอยบานติดต่อกันนานถึง 3 เดือน ช่อดอกมีทั้งชนิดช่อตั้งและช่อห้อย แต่ละช่ออาจยาวได้ 1.5-2 เมตร ก้านดอกยาว 15-30 [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4314">ว่านเพชรหึง</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>ว่านเพชรหึง</strong></p>
<p><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> ?: <em>Grammatophyllum specinocum</em> BL.<span id="more-4314"></span></p>
<p><strong>วงศ์</strong> : ORCHIDACEAE</p>
<p><strong>ชื่อสามัญ</strong> : Leopard Flower</p>
<p><strong>ชื่ออื่นๆ</strong> : ว่านหางช้าง ว่านงูเหลือม กล้วยกา เอื้องพร้าว</p>
<p><strong>ลักษณะทั่วไป</strong></p>
<p>ว่านเพชรหึงเป็นกล้วยไม้ซึ่งถือได้ว่าเป็นกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นกล้วยไม้ประเภทแตกกอ มีระบบรากอากาศ และมีลำต้นสูง อาจสูงถึงกว่า 3 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 ซม. ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันบนลำต้น ใบกว้างราว 3 เซนติเมตร ยาวราว 60 เซนติเมตร ใบอ่อน โค้งลงด้านล่าง ใบเมื่อแก่จัดจะร่วงหลุดไปจากลำต้นทิ้งรอยแผลเป็นไว้เป็นระยะๆ ที่มองคล้ายข้อบนลำต้น ดอกออกราวเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม โดยจะออกดอกตามบริเวณยอด ครั้งละ 2-3 ช่อ และดอกจะทยอยบานติดต่อกันนานถึง 3 เดือน ช่อดอกมีทั้งชนิดช่อตั้งและช่อห้อย แต่ละช่ออาจยาวได้ 1.5-2 เมตร ก้านดอกยาว 15-30 ซม. ดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ กลีบดอกหนามีพื้นกลีบสีเหลืองหรือเหลืองอมเขียว มีแต้มน้ำตาลหรือม่วงคล้ายกับลวดลายของเสือ เกสรตัวผู้ 3 อัน เกสรตัวเมีย 1 อัน มีรังไข่อยู่ 3 ห้อง ผลมี 3 พู รูปร่างยาว เมื่อผลแก่จะแตกออกเป็น 3 กลีบ มีเมล็ดสีดำขนาดเล็กอยู่มากมายปลิวไปตามลม</p>
<p><strong>การปลูก</strong></p>
<p>เป็นกล้วยไม้ที่ต้องการแสงแดดค่อนข้างมากคือสามารถปลูกในที่กึ่งแดดถึงแดดแต่ไม่จัดมากนัก ใช้กาบมะพร้าวสับเป็นเครื่องปลูกขณะต้นยังเล็ก และใช้กาบมะพร้าวสับผสมอิฐแดงทุบเมื่อต้นโตขึ้น ไม่ควรรดน้ำจนชุ่มแฉะเพราะจะทำให้กอเน่าง่ายหรือเป็นโรคง่าย</p>
<p><strong>การขยายพันธุ์</strong> : โดยการแยกหน่อ</p>
<p><strong>สรรพคุณทางยา</strong></p>
<p>เหตุที่คนไทยส่วนใหญ่ในอดีตเรียกเพชรหึงว่าว่านนั้นเป็นเพราะเพชรหึงมีสรรพคุณทางยาหลายอย่าง เช่น ลำต้นมาฝนกับเหล้าดื่มหรือใช้กากพอกปากแผล ช่วยถอนพิษ หรือฝนน้ำซาวข้าวทาพอกฝี เป็นยาเย็นช่วยแก้พิษตะขาบ แมงป่อง แก้พิษงูกัด รักษาอาการผื่นคันมีน้ำเหลือง ลำต้นกับก้านใบหั่นบางๆ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วใส่โหลดองกับเหล้าไว้ดื่มเป็นประจำช่วยขับลมในลำไส้ บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4314">ว่านเพชรหึง</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=4314</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ว่านแสงอาทิตย์</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=4307</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=4307#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2015 01:53:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>herbdoa</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://th.apoc12.com/?p=4307</guid>
		<description><![CDATA[<p>ว่านแสงอาทิตย์ ชื่อวิทยาศาสตร์ :Heliconia metallica planch. &#38; Lind. ex Hook วงศ์ :Heliconiaceae ชื่ออื่นๆ :ว่านแสงไฟ ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ล้มลุกที่นำมาจากต่างประเทศ หัวเป็นเหง้าใต้ดิน ขนาดใหญ่ มีการแตกเป็นแง่งได้ เช่นเดียวกับหัวข่า ก้านใบสั้นส่วนใหญ่แผ่ออกเป็นกาบสีแดงโอบหุ้มกันเป็นลำกลมแบน สูง 30-50 ซม. ใบรูปรียาว ขนาดกว้าง 14-20 ซม. ยาว 30-40 ซม. ปลายใบแหลมเป็นติ่ง โคนใบเบี้ยว ขอบใบมีขลิบสีแดงโดยรอบทางด้านบน เส้นกลางใบเป็นร่องสีแดง ขอบของร่องสีขาว เส้นใบนูนออกในลักษณะตั้งฉากกับเส้นกลางใบ แผ่นใบสีเขียว ด้านล่างแผ่นใบอ่อนมีสีแดง ใบแก่จะมีสีแดงเรื่อๆ เส้นกลางใบนูนเป็นสันสีแดงเข้มกว่าแผ่นใบเมื่อถูกไฟหรือแสงอาทิตย์ใบจะห่อและด้านล่างใบจะมีเงาสะท้อน เป็นว่านที่ไม่โทรมทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน งามได้ตลอดปี การปลูก ควรปลูกในดินร่วนปนทราย เป็นว่านที่ชอบอยู่ในที่ชื้นเย็น และถูกแสงแดดรำไร การขยายพันธุ์ :โดยการแยกหน่อ ความเป็นมงคล :ถือเป็นว่านทางโชคลาภ หากนำหัวว่านพกติดตัวเดินทางไกลจะเป็นอำนาจแก่ตน คุ้มครองอันตรายทั้งปวง ผู้ที่จะนำว่านนี้มาใช้ต้องชำระร่างกายและจิตใจให้สะอาดเสียก่อน คือ ต้องถือศีล [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4307">ว่านแสงอาทิตย์</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: center;">ว่านแสงอาทิตย์</h2>
<p><span style="font-size: small;"><strong>ชื่อวิทยาศาสตร์</strong> :<strong></strong></span><span style="font-size: small;"><em>Heliconia metallica</em> planch. &amp; Lind. ex Hook<span id="more-4307"></span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>วงศ์ :</strong></span><span style="font-size: small;">Heliconiaceae</span></p>
<h2><span style="font-size: small;"><strong>ชื่ออื่นๆ :</strong></span><span style="font-size: small;">ว่านแสงไฟ</span></h2>
<p style="text-align: center;"><a href="http://hort.ezathai.org/?attachment_id=5492" rel="attachment wp-att-5492"><img class="aligncenter size-full wp-image-5492" title="seangartit" src="http://hort.ezathai.org/wp-content/uploads/2015/03/DSC_0118-Small.jpg" alt="" width="715" height="480" /></a></p>
<h2><strong><span style="font-size: small;">ลักษณะทั่วไป</span></strong></h2>
<p><span style="font-size: small;">เป็นไม้ล้มลุกที่นำมาจากต่างประเทศ หัวเป็นเหง้าใต้ดิน ขนาดใหญ่ มีการแตกเป็นแง่งได้ เช่นเดียวกับหัวข่า ก้านใบสั้นส่วนใหญ่แผ่ออกเป็นกาบสีแดงโอบหุ้มกันเป็นลำกลมแบน สูง 30-50 ซม. ใบรูปรียาว ขนาดกว้าง 14-20 ซม. ยาว 30-40 ซม. ปลายใบแหลมเป็นติ่ง โคนใบเบี้ยว ขอบใบมีขลิบสีแดงโดยรอบทางด้านบน เส้นกลางใบเป็นร่องสีแดง ขอบของร่องสีขาว เส้นใบนูนออกในลักษณะตั้งฉากกับเส้นกลางใบ แผ่นใบสีเขียว ด้านล่างแผ่นใบอ่อนมีสีแดง ใบแก่จะมีสีแดงเรื่อๆ เส้นกลางใบนูนเป็นสันสีแดงเข้มกว่าแผ่นใบเมื่อถูกไฟหรือแสงอาทิตย์ใบจะห่อและด้านล่างใบจะมีเงาสะท้อน เป็นว่านที่ไม่โทรมทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน งามได้ตลอดปี</span></p>
<h2><strong><span style="font-size: small;">การปลูก</span></strong></h2>
<p><span style="font-size: small;">ควรปลูกในดินร่วนปนทราย เป็นว่านที่ชอบอยู่ในที่ชื้นเย็น และถูกแสงแดดรำไร</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>การขยายพันธุ์ :</strong></span><span style="font-size: small;">โดยการแยกหน่อ</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong>ความเป็นมงคล :</strong></span><span style="font-size: small;">ถือเป็นว่านทางโชคลาภ หากนำหัวว่านพกติดตัวเดินทางไกลจะเป็นอำนาจแก่ตน คุ้มครองอันตรายทั้งปวง ผู้ที่จะนำว่านนี้มาใช้ต้องชำระร่างกายและจิตใจให้สะอาดเสียก่อน คือ ต้องถือศีล 5 หรือศีล 8</span></p>
<p align="center">
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: medium;">สัจจะประสงค์ทรัพย์</span></p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=4307">ว่านแสงอาทิตย์</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=4307</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
