<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน &#187; พืชไม้ดอก ก-ณ</title>
	<atom:link href="http://hort.ezathai.org/?cat=88&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://hort.ezathai.org</link>
	<description>พืชผัก เห็ด และสมุนไพร, การปลูก, ศูนย์องค์ความรู้พืชสวนด้านการเกษตร, สัจจะ ประสงค์ทรัพย์, herbdoa, medicinal plant,satja prasongsap, Horti Thai</description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 Apr 2026 08:49:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.4.2</generator>
		<item>
		<title>กุหลาบ</title>
		<link>http://hort.ezathai.org/?p=11783</link>
		<comments>http://hort.ezathai.org/?p=11783#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Dec 2024 02:46:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[พืชไม้ดอก]]></category>
		<category><![CDATA[พืชไม้ดอก ก-ณ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://hort.ezathai.org/?p=11783</guid>
		<description><![CDATA[<p>กุหลาบ ชื่อสามัญ : Rose ชื่อวิทยาศาสตร์: Rosa hybrids ลักษณะพฤกษศาสตร์ 1. ราก เป็นรากแขนงถ้าเป็นต้นที่ปลูกจากเมล็ดอาจมีรากแก้วแต่ขนาดจะไม่ใหญ่ 2. ลำต้น มีทั้งต้นตั้งตรง หรือเลื้อยสีเขียวมีทั้งลำต้นแบบที่มีหนามและไม่มีหนาม 3. ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกรูปรีหรือรีแกมรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักร ยอดอ่อนมีสีแดง แต่ละใบอาจประกอบด้วยใบย่อย 3-9 ใบ 3. ดอก เป็น ดอกสมบูรณ์เพศมีทั้งดอกเดี่ยวและดอกช่อขึ้นอยู่กับชนิดและพันธุ์ 4. ผล เป็นผลกลุ่มประกอบด้วยผลย่อยขนาด เล็กจำนวนมาก ลักษณะเป็นทรงกลมสีแดง ดำ และมีผลยาว และผลมีหนาม และไม่มีหนาม เมื่อผลแก่จะ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีส้ม เหลือง หรือน้ำตาล แบ่งกุหลาบออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้ 1. กุหลาบดอกใหญ่ หรือกุหลาบก้านยาวเป็นกุหลาบ Hybrid tea ได้รับความนิยมมากในประเทศสหรัฐอเมริกา โคลัมเบีย เอกวาดอร์เม๊กซิโก ญี่ปุ่น [...]</p><p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11783">กุหลาบ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>กุหลาบ</strong></p>
<p>ชื่อสามัญ : Rose<br />
ชื่อวิทยาศาสตร์: <em>Rosa hybrids</em><span id="more-11783"></span></p>
<p><strong>ลักษณะพฤกษศาสตร์</strong></p>
<p>1. ราก เป็นรากแขนงถ้าเป็นต้นที่ปลูกจากเมล็ดอาจมีรากแก้วแต่ขนาดจะไม่ใหญ่<br />
2. ลำต้น มีทั้งต้นตั้งตรง หรือเลื้อยสีเขียวมีทั้งลำต้นแบบที่มีหนามและไม่มีหนาม<br />
3. ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกรูปรีหรือรีแกมรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักร ยอดอ่อนมีสีแดง แต่ละใบอาจประกอบด้วยใบย่อย 3-9 ใบ<br />
3. ดอก เป็น ดอกสมบูรณ์เพศมีทั้งดอกเดี่ยวและดอกช่อขึ้นอยู่กับชนิดและพันธุ์<br />
4. ผล เป็นผลกลุ่มประกอบด้วยผลย่อยขนาด เล็กจำนวนมาก ลักษณะเป็นทรงกลมสีแดง ดำ และมีผลยาว และผลมีหนาม และไม่มีหนาม เมื่อผลแก่จะ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีส้ม เหลือง หรือน้ำตาล</p>
<p>แบ่งกุหลาบออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้<br />
1. กุหลาบดอกใหญ่ หรือกุหลาบก้านยาวเป็นกุหลาบ Hybrid tea ได้รับความนิยมมากในประเทศสหรัฐอเมริกา โคลัมเบีย เอกวาดอร์เม๊กซิโก ญี่ปุ่น ซิมบับเว ฝรั่งเศส และ อิตาลี<br />
2. กุหลาบดอกกลาง หรือ กุหลาบก้านขนาดกลาง เป็นกุหลาบ Hybrid Tea มีความยาวก้านระหว่าง 40- 60 ซม. อายุการปักแจกันยาว และทนการขนส่งได้ดี<br />
3. กุหลาบดอกเล็ก หรือ กุหลาบก้านสั้น มีความยาวก้าน 30-50 เซนติเมตร เป็นกุหลาบที่ได้รับความนิยมปลูก และใช้งานมากในยุโรป โดยเฉพาะเยอรมันนีและ เนเธอร์แลนด์<br />
4. กุหลาบดอกช่อ เป็นกุหลาบชนิดใหม่ มี4-5 ดอกต่อหนึ่งช่อ ผลผลิตรวม 120-160 ดอกต่อตารางเมตร ความยาวก้านอยู่ระหว่าง 40-70 ซม.<br />
5. กุหลาบหนูมีต้นขนาดเล็กหรือแคระตามธรรมชาติ</p>
<p><strong>พันธุ์กุหลาบที่แบ่งตามสี</strong></p>
<p>- พันธุ์ดอกสีแดง เช่น ดัลลัส เรดแวลเวต แกรนกาล่า ฮอลแลนด์<br />
- พันธุ์ดอกสีชมพู เช่น ซิลเดอเรลา เปอร์เซีย พริ้นสดรีม เลดี้พิงค์<br />
- พันธุ์ดอกสีขาว เช่น ไว้ทโนเบลส ซูเพลส โจซิฟิน มิสฮอลแลนด์</p>
<p>ก. Glow กุหลาบสองสีแดงเหลืองที่ให้ผลผลิตคงที่ ตลอดทั้งปี ดอกใหญ่ และบานดอกสวยงาม ในฤดูร้อนจะมีกานดอกสั้น แต่จะมีก้านดอกยาวในฤดูหนาว<br />
ข. Pascal ดอกสีแดง ให้ผลผลิตสูง และมีความยาวก้านดี ในสภาพอากาศอบอุ่นและหนาวเย็น ในฤดูหนาวสีจะไม่คล้ำ ดอกทรงสูง สีแดง<br />
ค. Nightingale ดอกสีม่วงให้ผลผลิตสูง ปลูกง่าย ขนาดดอกใหญ่ สีดอกอ่อนกว่าพันธุ์ Cool ่ Water! แต่ให้ผลผลิตมากกว่า<br />
ง. Formula One ดอกสีขาว ดอกใหญ่ โดยที่ในช่วงอากาศร้อนดอกยังมีขนาดใหญ่ มีก้านดอกยาว และแข็งแรง มีหนามน้อย ทนต่อโรคราแป้ง<br />
จ. Marathon ดอกสีขาวบริสุทธ์ บานสวยงามเป็นเงา สะดุดตา ทนต่อไรแดงได้ดี<br />
ฉ. Miss Holland ดอกสีขาวให้ผลผลิตสูง ก้านดอกยาว ปลูกง่าย ไมมีหนาม ทนโรคราแป้ง<br />
ช. Big Apple ดอกสีเหลืองอ่อนสวยงาม ในฤดูร้อนและในเดือนที่มีแสงน้อย จะมีสีค่อนข้างเขียว เป็นกุหลาบที่มีขนาดดอกใหญ่ จํานวนกลีบมาก กลีบไม่หนา อ่อนแอต่อโรคดอกเน่า<br />
ซ. Baby Love ดอกสีมพูมีสองสี คือด้านนอกสีชมพูอ่อนด้านในสีชมพูเข้ม มีขนาดดอกใหญ่ ในช่วงฤดูร้อน มีอายุปักแจกันดี และทนโรคราแป้งได้ดี อ่อนแอต่อโรคราน้ำค้าง<br />
ฌ. Cherry-O ดอกสีชมพูเข้ม ตรงกลางดอกมีสีอ่อนสะดุดตามเมื่อบาน มีกลีบดอกใหญ่ บานอยางช้าๆ มีหนามปานกลาง เป็นพันธุ์ที่ง่ายในการจัดการ<br />
ญ. Dali ดอกสีชมพูเข้ม ต้นแข็งแรงมาก ให้ผลผลิตสูง ดอกบานสวยงาม มีอายุปักแจกันยาวนาน 18 วัน</p>
<p><strong>การขยายพันธุ์ :</strong> การเพาะเมล็ด การติดตา การต่อกิ่ง การตัดชำ การทำ stenting การตอน และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ</p>
<p><strong>การตัดแต่งกิ่ง </strong>การตัดเพื่อตัดกิ่งเก่าออก เป็นการตัดแต่งกิ่งที่แห้งและตาย การตัดแต่งเพื่อเอากิ่งที่เป็นส่วนเกินออก ตัดแต่งกิ่ง ที่เกิดขึ้นในบริเวณที่ไม่เหมาะสม หรือตัดกิ่งที่เกิดขึ้นแน่นเกินไป ตัดกิ่งที่ก่อให้เกิดการสะสมของโรค หรือทำให้กิ่งที่ทำให้การพ่นสารเคมีไม่ทั่วถึง การตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค เป็นแผล และกิ่งที่ผิดปกติออก ตัดแต่งเพื่อเอากิ่ง ที่ถูกโรค แมลงเข้าทำลาย หรือกิ่งที่แสดงลักษณะที่ผิดปกติออก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดต่อไป การตัด แต่งเพื่อควบคุมการเจริญเติบโต และการออกดอก เป็นการตัดแต่งกุหลาบเพื่อควบคุมทรงต้น</p>
<p>1.  การตัดต่ำ hard pruning เป็นการตัดกิ่งออกโดยให้เหลือตาจาก โคนต้นประมาณ 3-4 ตา การตัดวิธีนี้ ควรทำในต้นกุหลาบที่เพิ่งปลูกใหม่ กุหลาบพุ่มที่มีการเจริญเติบโตเป็นต้น เดี่ยวโดดเด่น ที่ใช้สำหรับการจัดงาน แสดงต่าง ๆ หรือเป็นการตัดแต่งเพื่อ ต้องการทำสาวต้นกุหลาบ ไม่นิยมทำ กับกุหลาบประเภท floribunda<br />
2. การตัดระดับกลาง Moderate pruning เป็นการตัดกิ่งที่ต้องการ ตัดออกครึ่งหนึ่งของความยาวเดิม ถ้าเป็นกุหลาบที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จะสามารถให้ดอกที่มีคุณภาพดี<br />
3. การตัดสูง Light pruning เป็นการตัดกิ่งที่อยู่บนสุดออกประมาณ 2-3 ตา หลังจากตัดกิ่งที่ไม่ต้องการออกแล้ว  จะมีลักษณะของกิ่ง เรียวยาว ออกดอกเร็ว</p>
<p>ศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด<br />
1. โรคใบจุดสีดำ เชื้อสาเหตุ <em>Diplocarpon rosae </em>เกิดที่ใบและมีจุดวงกลมสีดำทีผิว ด้านบนของใบ ส่วนใหญ่เกิดที่ใบล่างก่อนหากเป็นติดต่อกันนานจะทำให้ต้นโทรม ใบและดอกมีขนาดเล็กลง การป้องกันหลีกเลี่ยงการนำต้นพันธุ์ที่เป็นโรคมาปลูก นำกิ่งที่เป็นโรค ไปเผาทำลาย และฉีดพ่น สารเคมีป้องกันเชื้อรา<br />
2. โรคราน้ำค้าง เชื้อสาเหตุ <em>Peronospora sparsa </em>เข้าทำลายทุกส่วนของต้น ส่วนที่ถูกทำลายจะเป็นจุดสีน้ำตาลไหม้ คล้ายใบจุดสีดำ แผลส่วนใหญ่มีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยม ใบที่เป็นแผลจะร่วงอย่างรวดเร็ว ซึ่งคล้ายกับโรคใบจุด การป้องกัน รักษาความชื้นให้ต่ำโดย การระบายอากาศ หรือควบคุม ความชื้นไม่ให้เกิน 85% เป็นเวลา 3 ชั่วโมง หรือฉีดพ่นสารกำจัดเชื้อราในช่วงฤดูฝน<br />
3. โรคราแป้ง เชื้อสาเหตุ <em>Spherotheca panosa</em> ผิวใบด้านบนจะแสดงลักษณะนูน อวบน้ำเล็กน้อย และมีสีแดงต่อมาจะเห็นเป็นแผลสีขาวคลุมอยู่ทั่วบริเวณใบจะหงิกเสียรูป การป้องกัน ลดความชื้นในตอนกลางคืน โดย ใช้พัดลม หรือการระบายอากาศ หรือโดยให้ความร้อนและระบายอากาศ หรือใช้สารเคมีป้องกันราแป้งทุก 7 วัน หรือใช้กำมะถันผงละลายน้ำฉีดพ่นในช่วงที่มีอากาศเย็น กำจัดใบหรือส่วนที่เป็นโรคออกและเผาทำลาย<br />
4. โรคราสีเทา เชื้อสาเหตุ <em>Botrytis cinera</em> เข้าทำลายดอกทำให้ดอกตูมเป็นจุดสีน้ำตาล จากนั้นจะเน่าหรือแห้งไป สามารถเกิดกับดอกที่แย้มบานแล ะอ าจเน่าได้พบการระบาดในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การระบาดของเชื้อแพร่ระบาดโดยสปอร์ของเชื้อราจะปลิวไป ตามลม<br />
5. เพลี้ยไฟพริก เพลี้ยไฟหลากสี ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงดังนี้ สารสไปนีโทแรม 12% SC อัตรา 10-20 มล./น้ำ 20 ลิตร สารไซแอนทรานิลิโพรล 10% OD อัตรา 40 มล./ น้ำ 20 ลิตร สารคลอร์ฟีนาเพอร์ 10% SC อัตรา 30 มล./ น้ำ 20 ลิตร สารฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 30 มล./ น้ำ 20 ลิตร<br />
6. หนอนเจาะสมอฝ้าย ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงดังนี้ สารสไปนีโทแรม 12% SC อัตรา 15 มล./น้ำ 20 ลิตร สารคลอแรนทรานิลิ โพรล/ไทอะมีทอกแซม 20/20% WG อัตรา 5 กรัม/ น้ำ 20 ลิตร สารคลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC อัตรา 20 มล./ น้ำ 20 ลิตร สารลูเฟนนูรอน อัตรา 20 มล./ น้ำ 20 ลิตร สารไบเฟนทริน 2.5% EC อัตรา 20 มล./ น้ำ 20 ลิตร<br />
7. แมลงหวี่ขาวยาสูบ ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงดังนี้ สารไซแอนทรานิลิโพรล 10% OD อัตรา 30 มล./ น้ำ 20 ลิตร สารไดโนทีฟูแรน อัตรา 15 มล./ น้ำ 20 ลิตร สารบูโพรเฟซิน 40% SC อัตรา 25 มล./ น้ำ 20 ลิตร สารสไปโรเตตระแมท อัตรา 20 มล./ น้ำ 20 ลิตร สารไบเฟนทริน 2.5% EC อัตรา 30 มล./ น้ำ 20 ลิตร<br />
8. ด้วงกุหลาบ ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงคาร์บาริล  85%WP อัตรา 40 กรัม/ น้ำ 20 ลิตร<br />
9. หนอนกระทู้หอม<br />
10. เพลี้ยอ่อน<br />
12. เพลี้ยหอย<br />
13. ไรแมงมุมคันซาวา  ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงดังนี้ สารไพริดาเบน 20% WP อัตรา 15 กรัม/น้ำ 20 ลิตร สารเฟนบูทาทินออกไซด 55% SC อัตรา 20 มล./ น้ำ 20 ลิตร สารเฟนไพรอกซิเมต 5% SC 20 มล./ น้ำ 20 ลิตร</p>
<p><strong>การเก็บเกี่ยว</strong><br />
การตัดดอก จะตัดเมื่อดอกตูมและกลีบรองดอกยังติดอยู่กับตัวดอก หรือกลีบรองดอกกำลังเริ่มแยกตัวออก หรือบางพันธุ์ตัดเมื่อเห็นกลีบดอกเริ่มแย้ม หากตัดดอกที่อ่อนเกินไปดอกจะไม่บาน ในฤดูร้อนควรตัดดอกในระยที่ตูมมากกว่าเนื่องจากดอกจะบานเร็วกว่า เวลาที่ตัดดอกควรจะเป็นตอนเช้าเพราะมีอากาศเย็น ซึ่งจะทำให้ดอกไม่เหี่ยวง่ายและต้องตัดด้วยกรรไกรที่คม สะอาดโดยการตัดดอกต้องให้เหลือใบที่มี ใบย่อย 5 ใบติดอยูที่โคนกิ่ง 1 ใบ</p>
<p><strong>การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว</strong><br />
1. เมื่อตัดดอกออกจากต้นแล้วนำดอกกุหลาบไปแช่ในถังน้ำที่มีสารเพื่อยืดอายุการปักแจกัน<br />
2. โรงคัดบรรจุควรติดตั้งระบบปรับอากาศให้มีอุณหภูมิระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส เพื่อลดอัตราการหายใจ และการคายน้ำระหว่างการคัดเกรดดอกกุหลาบ<br />
3. มาตรฐานความยาวก้านของก้านดอก 30, 40, 50, 60 และ 70 เซนติเมตร การคัดเกรดดอกกุหลาบ คือ ความแข็งแรงของก้าน คุณภาพของใบและก้าน คุณภาพของดอก<br />
4.การเข้ากำ ในการมัดกุหลาบเข้ากำจะขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด เช่น กำละ 10, 20, 25 และ 50 ดอก ในการห่อดอกควรเรียงให้หน้าดอกเสมอกันและตัดปลายก้านดอกให้เท่ากัน ป้องกันการกระแทกระหว่างการขนส่ง ดอกที่เข้ากำแล้วให้แช่ก้านดอกในสารละลายที่ประกอบด้วยน้ำตาล 3 กิโลกรัม กรดซิตริค 30 กรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร ความสูงของสารละลายในถังสูงประมาณ 10 เซนติเมตร เป็นเวลา 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะนำบรรจุลงกล่อง<br />
5. การบรรจุกล่องดอกไม้ส่งไปต่างประเทศมีขนาด0.4 x 1.0 x 0.3 เมตรกว้าง x ยาว x สูง ประมาณ 250-400 ดอก ถ้าขนส่งระยะไกลควรบรรจุลงในกล่องกระดาษลูกฟูก รองพื้นกล่องด้วยพลาสติกโพลีเฟกซ์ซี่งเป็นพลาสติกที่ให้อากาศและความชื้นผ่านเข้าออกได้พร้อมบรรจุวัสดุดูดเอทธิลีนที่กุหลาบปล่อยออกมา<br />
6. การขนส่ง ในเวลา2 ชั่วโมง มักวางมัดห่อดอกเป็นชั้น ๆในรถบรรทุกและมีแผ่นไม้ป้องกันการ กดทับ ส่วนการขนส่งที่ในระยะไกลควรบรรจุกุหลาบลงกล่องและใช้รถขนส่งที่เป็นรถที่มีระบบทำความเย็น</p>
<p><strong>การตลาด</strong></p>
<p>1. ขายแบบเกรดรวม รายได้ 146,000 -367,500 บาท/ไร่/ปี (ดอกละ0.80 -3 บาท) รายได้สุทธิ 37,000 -293,010 บาท/ไร่/ 2 ปี<br />
2. ขายแบบแยกเกรด รายได้ 385,785 บาท/ไร่/ปี รายได้สุทธิ 330,360 บาท/ไร่/ 2 ปี</p>
<p>ต้นทุนการผลิตกุหลาบ: 139,500 &#8211; 277,390 บาท/ไร่  ผลผลิต : 122,500 – 164,250 ดอก/ไร่/ปี 1 ไร่ ปลูก 3,000 &#8211; 3,500 ต้น</p>
<p><strong>เกณฑ์การปรับปรุงพันธุ์</strong><br />
1. ดอกใหญ่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางดอกตูม 2.5-4 ซม. และดอกบาน 7-10 ซม.ขึ้นไป<br />
2. ทรงดอกดีการจัดเรียงของกลีบดอกสวยงาม ดอกสมดุลกับกัานและใบ<br />
3. มีจํานวนกลีบ 35 กลีบขึ้นไป<br />
4. มีกลิ่นหอม<br />
5. มีหนามน้อย<br />
6. มีผลผลิตสูง<br />
7. มีความยาวกาน 80 ซม.ขึ้นไป<br />
8. ทนทานและต้านทานต่อโรคที่สําคัญ เช่น โรคใบจุด โรคราแป้ง และโรคราน้ำค้างฯลฯ<br />
9. ระยะเวลาตั้งแต่ตัดแต่งจนถึงออกดอกส้้น</p>
<p>The post <a href="http://hort.ezathai.org/?p=11783">กุหลาบ</a> appeared first on <a href="http://hort.ezathai.org">ฐานข้อมูลพันธุกรรมพืชสวน</a>.</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://hort.ezathai.org/?feed=rss2&#038;p=11783</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
